LPN วางเป้าระบายสต๊อกหมื่นยูนิต จ่อผนึกค่าย PF ทำคอนโดฯ โลว์ไรส์

LPN วางเป้าระบายสต๊อกหมื่นยูนิต จ่อผนึกค่าย PF ทำคอนโดฯ โลว์ไรส์

28 June 2017

 แอล.พี.เอ็น. เดินหน้าพลิกฟื้นสร้างการเติบโต จัดหนักระบายสต๊อก 10,000 ยูนิต เพื่อลดความเสี่ยง เผยครึ่งปีลดไปกว่า 4,000 ยูนิต ลุยไตรมาส 3 ทำแคมเปญใหญ่ฉลอง 28 ปี LPN ขนโครงการพร้อมอยู่มาลดราคาครั้งใหญ่คาดมากกว่า 40% เดินหน้าเปิด 3 โครงการใหม่หนุนแบ็กล็อกปี 61 จับตาโมเดลมิกซ์ยูสทำเลพระราม 3 นอกเหนือจากโปรเจกต์คอนโดฯ ยันเป้าขายปีนี้ 20,000 ล้านบาท โอน 10,000 ล้านบาท พร้อมเตรียมจับมือค่าย เพอร์เฟค ร่วมต่อยอดโครงการคอนโดฯ โลว์ไรส์
       
       นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. จำกัด (มหาชน) หรือ LPN เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมาว่า ในส่วนของ LPN พบว่า ไตรมาสแรกตลาดค่อนข้างชะลอตัว และเงียบ ซึ่งอาจจะสวนทางกับรายอื่นที่ขายดี แต่พอเริ่มเข้าสู่ไตรมาส 2 เราเริ่มเห็นสัญญาณในไตรมาส 3 จะดีขึ้น ดังนั้น ทางบริษัทจะใช้กลยุทธ์ในการเร่งระบายสต๊อกสินค้าที่พร้อมอยู่ (แบ็กล็อก) ซึ่งหนึ่งในแคมเปญจะจัดในโอกาสครบรอบ 28 ปี ของ LPN โดยนำห้องชุด 3,000-4,000 ยูนิต มาจัดกิจกรรม โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าเก่าได้มีโอกาสในการเลือกซื้อสินค้า
       
       “ต้องยอมรับว่าปีนี้และปีหน้า LPN ยังเหนื่อย สต๊อกในแต่ละโครงการเดิมที่มีสูงรวมกันมีถึง 10,000 ยูนิต เป็นโจทย์ที่เราต้องสะสางเปลี่ยนเป็นกระแสเงินเข้าบริษัท อันนี้ คือ ต้นทุน เฉพาะแค่ค่าบริหารจัดการสต๊อกก็ประมาณ 5% ดังนั้น เราต้องทำเพื่อสร้างผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยในช่วงครึ่งปีแรก LPN สามารถระบายสต๊อกไปได้ 4,000 ยูนิตนั้น แปลว่า ไตรมาสแรกสถานการณ์ไม่ดี เรากินบุญเก่าจากแบ็กล็อก ดังนั้น ทั้งปีเราต้องโล๊ะสต๊อกออกไปให้หมด ซึ่งราคาส่วนลดจะมากกว่า 40% แต่เป็นเท่าไหร่ต้องรอ”
       
       สำหรับแผนลงทุน และพัฒนาโครงการในไตรมาส 3 จะมีทั้งโครงการที่อยู่อาศัย และโครงการรูปแบบผสมผสาน (มิกซ์ยูส) ที่จะไปเติมแบ็กล็อกในปี 2561 ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียมที่บริเวณย่านสาธุประดิษฐ์ 27 ฝั่งเดียวกับเซ็นทรัลพระราม 3 มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท โครงการบริเวณปากซอยพหลโยธิน 32 เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ อาคารสูง 20 ชั้น ราคาขายประมาณ 1.4-1.5 แสนบาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.) และโครงการขนาดใหญรูปแบบมิกซ์ยูสในย่านวงแหวนพระราม 3 มีเนื้อที่โครงการ 24 ไร่ มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ส่วนแรกประมาณ 4 ไร่พัฒนาโครงการคอนโดฯ มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท และโครงการบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท
       
       โดยแนวโน้มผลประกอบการในปี 60 ยังคงไม่มีการเปลี่ยน เป้าขาย 20,000 ล้านบาท ครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 10,000 ล้านบาท เป้ายอดโอน 10,000 ล้านบาท (ส่วนของบริษัท พรสันติ จำกัด ที่้ทำโครงการแนวราบ เป้ายอดโอน 1,500 ล้านบาท) ส่วนในปี 61 วางเป้ายอดโอนสูงถึง 15,000 ล้านบาท ซึ่งสามารถทำได้แล้วประมาณ 7,000 ล้านบาท มาจากโครงการลุมพินี สวีท เพชรบุรี-มักกะสัน มูลค่า 3,000 ล้านบาท โครงการลุมพินี สวีท ดินแดง-ราชปรารถ มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท และล่าสุด โครงการเดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน บาย แอล.พี.เอ็น. ที่ปิดการขายโครงการหลังเปิดขายเพียง 2 ชั่วโมง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (24 มิ.ย.) มีจำนวน 310 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท
       
       “โครงการเดอะ ซีเล็คเต็ด เกษตร-งามวงศ์วาน เดิมเป็นที่ตั้งของ “แดรี่ ควีน” เจ้าของที่ดินเขาต้องการขาย LPN ตกลงซื้อที่ดินในราคา 2.7 แสนบาทต่อตารางวา (ตร.ว.) ตามนโยบายแล้ว บริษัทจะมีนโยบายซื้อที่ดินราคาไม่เกิน 1.5 แสนบาทต่อตารางวา แต่เมื่อเราเห็นที่ดินแปลงนี้แล้ว ทางทีมผู้บริหารตัดสินใจซื้อโดยทันที โดย LPN ปล่อยราคาที่ 1.2 แสนบาทต่อ ตร.ม. มีราคาเริ่มต้น 3 ล้านบาท ซึ่งที่เรากล้า เพราะช่วงก่อนเปิดขาย เปิดให้ลูกค้ามาชมห้องตัวอย่าง และลูกค้าชอบ และสนใจ โดยในการบริหารจัดการ เราเชื่อว่า โครงการนี้จะมียอดปฏิเสธสินเชื่อไม่มาก เหตุเพราะฐานลูกค้าที่มีลูกค้าภายในคิดเป็น 1 ใน 3 และ 2 ใน 3 เป็นลูกค้าที่บริเวณนี้ ซึ่งเรื่องเก็งกำไรมีบาง แต่ไม่มาก”
       
       นายโอภาส กล่าวถึงการขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปข้างหน้าว่า เราจะไม่คิดแต่กรอบเดิม ๆ ต้องคิดใหม่ คิดนอกกรอบ รูปแบบโครงการจะไม่เป็นแบบเดิม จะมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า เช่น พิจารณาจุดขายโครงการ รูปแบบโครงการเป็นอย่างไร ซึ่งต้องยอมรับว่า ในอดีต LPN ทำสินค้าระดับล้านกว่า แต่ด้วยปัจจัยของโครงข่ายรถไฟฟ้าที่ต่อขยายไปหลายสายมีผลต่อราคาที่ดิน ทำให้การพัฒนาโครงการของ LPN ต้องขยับมาเริ่มทำตลาดระดับ 2.5-2.6 ล้านบาท แต่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และค่อนข้างมีปัญหาน้อยในเรื่องการถูกปฏิเสธสินเชื่อ
       
       นอกจากนี้ ความร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตร เป็นอีกแนวทางที่จะช่วยผลักดันให้ LPN มีการเติบโต โดยขณะนี้กำลังเจรจากับ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF ในการต่อยอดโครงการคอนโดฯ โลว์ไรส์ เช่นเดียวกับความสำเร็จของบริษัท ลุมพินี โปรเจค มาเนจเมนท์ เซอร์วิส จำกัด (LPS) ที่ร่วมกับบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ในการขยายโครงการแนวสูง

 

ที่มา :  manager

28 June 2017