เมื่อมนุษย์เงินเดือนอยากมีบ้าน เลือกแบบไหนไม่สะเทือนกระเป๋า

เมื่อมนุษย์เงินเดือนอยากมีบ้าน เลือกแบบไหนไม่สะเทือนกระเป๋า

23 February 2018

การมีบ้านคือหนึ่งในความฝันสูงสุดของใครหลายคน ก็แน่ล่ะ ใครจะไม่อยากบ้านของตัวเอง เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อน พักพิง ทำกิจกรรมต่างๆ และเริ่มต้นครอบครัวกับคนที่รัก ทุกคนรู้ว่าการมีบ้านนั้นดีต่อใจมากขนาดไหน แต่อุปสรรคอย่างหนึ่งที่ทำให้หลายคนยังไม่สามารถมีบ้านได้ก็คือ “ทุนทรัพย์” นั่นเองครับ

จุดนี้ก็เลยกลายเป็นว่า มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ได้เปรียบขึ้นมาทันที เพราะสถาบันการเงินนั้นชื่นชอบลูกค้าที่มีรายได้เข้ามาสม่ำเสมออยู่แล้ว ฉะนั้นใครที่วางแผนจะมีบ้านอย่าลืมเก็บสลิปเงินเดือนและอัพเดตสมุดบัญชีทุกเดือน เพื่อแสดงการเคลื่อนไหวของบัญชีเรา เพื่อจะช่วยให้การยื่นกู้นั้นผ่านได้ครับ

คราวนี้ การเตรียมกู้ก็เรื่องหนึ่ง แต่ปัญหาอีกอย่างคือ เราจะเลือกบ้านอย่างไรดี ... วันนี้ Baania มีแนวคิดมาช่วยคุณครับ

ทำเลดีๆ อยู่ที่ไหน

ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใดก็ตาม ทำเลก็ยังเป็นหัวใจของการเลือกบ้านอยู่ดี เพราะนอกจากทำเลจะเป็นตัวกำหนดวิถีชีวิตและคุณภาพชีวิตของคุณแล้ว ยังส่งผลถึงราคาบ้านและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ตามมาด้วย และสำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว ทำเลที่ดีที่สุดอย่างน้อยๆ ก็ต้องเอื้อให้คุณสามารถเดินทางไปทำงานได้โดยไม่ยากเย็นนัก เราลองมาดูกันว่าปัจจุบันแนวโน้มราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ เป็นอย่างไรบ้าง

มนุษย์เงินเดือน กู้บ้าน

จะเห็นได้ว่า ราคาเฉลี่ยของโครงการบ้านใหม่ในเมืองหลวงของเรานั้นอยู่ที่ประมาณ 4.5 ล้านบาทต่อหลัง และหากมองลึกลงไปกว่านั้น บ้านใหม่เหล่านี้จะเปิดตัวอยู่ในทำเลรอบนอก เนื่องจากพื้นที่ใจกลางเมืองเริ่มมีความแออัดสูงมาก และมักเกิดที่อยู่อาศัยแนวสูงหรือคอนโดมิเนียมมากกว่า

โดยหากมองลึกลงไปกว่านั้น เขตที่มีราคาบ้านเฉลี่ยต่อหลังสูงที่สุดคือ ป้อมปราบศัตรูพ่าย ซึ่งเป็นเขตเมืองเก่า ใกล้กับเกาะรัตนโกสินทร์ มีราคาอยู่ที่ราว 25 ล้านบาทต่อหลัง รองลงคือ เขตวัฒนา ซึ่งอยู่ที่ 20.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นทำเลใจกลางเมือง ครอบคลุมพื้นที่สำคัญอย่าง ซอยทองหล่อ ถนนอโศกมนตรี ซอยนานา ถนนเอกมัย ซอยปรีดีพนมยงค์ และถนนสุขุมวิทบางส่วน

มนุษย์เงินเดือน กู้บ้าน

ขณะที่ทำเลรอบนอก เช่น หนองจอก คลองสามวา ดอนเมือง ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ หรือหนองแขม มีราคาเริ่มต้นที่จับต้องได้มากกว่าอยู่ที่ระหว่าง 2.5 – 3.5 ล้านบาทต่อหลัง ปัจจุบันทำเลเหล่านี้เริ่มได้รับความนิยมจากคนในเมืองที่ต้องการมีบ้านของตนเองมากขึ้น เนื่องจากเส้นทางคมนาคมได้รับการพัฒนาขึ้น โดยเฉพาะโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ และทางด่วน ทำให้ความเจริญและสิ่งอำนวนสะดวกเกิดขึ้นตามมาเป็นลำดับ

ฉะนั้นแล้ว การที่ต้องขับรถส่วนตัว หรือโดยสารรถสาธารณะในระยะทางที่เพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย แต่แลกกับราคาบ้านที่ย่อมเยาลงมา ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าก็ได้ครับ ตรงนี้ก็เรื่องของแต่ละคนที่ต้องหาจุดสมดุลของทั้งสองสิ่งครับ

บ้านแบบไหน ใช่สำหรับเรา

นอกเหนือจากทำเล (ซึ่งเกี่ยวพันกับราคา) แล้ว อย่างต่อไปที่เราควรจะคำนึงในการเลือกบ้านคือ บ้านแบบไหนที่เราต้องการกันแน่ อะไรที่จะคุ้มค่ากว่ากัน บ้านเดี่ยว หรือ ทาวน์โฮม ... ก่อนอื่น เราลองมาดูข้อดีและข้อเสียของบ้านทั้งสองแบบกันก่อนดีกว่าครับ

มนุษย์เงินเดือน กู้บ้าน

บ้านเดี่ยวนั้นจะเหมาะกับคนที่ต้องการชีวิตค่อนข้างเป็นส่วนตัวมาก อยากมีพื้นที่ทำสวนหรือทำกิจกรรมภายในรั้วบ้าน อีกทั้งก็เหมาะกับคนที่มีสัตว์เลี้ยง และรถหลายคัน ซึ่งอาจจะมีสมาชิกในครอบครัวประมาณ 3-5 คน พื้นที่ใช้สอยมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ปัญหาใหญ่สุดของการมีบ้านเดี่ยวก็คือ ราคา ครับ นอกจากราคาแล้วค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาก็มากกว่าด้วยเช่นกัน และหากเป็นบ้านในโครงการแล้ว ค่าส่วนกลางก็จะสูงกว่าทาวน์โฮมอีกด้วย

ส่วนทาวน์โฮมนั้น ราคาเฉลี่ยในกรุงเทพฯ จะอยู่ประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งอาจจะบวก/ลบกันไปตามทำเล ดังที่เรากล่าวไปแล้วข้างต้น บ้านลักษณะนี้เหมาะกับคนที่กำลังจะเริ่มสร้างครอบครัว มีสมาชิกราว 2-3 คน ไม่ขัดข้องที่จะสังคมกับเพื่อนบ้าน (เพราะคุณต้องพบเจอกันทุกวันอยู่แล้ว แถมผนังก็ใช้ร่วมกัน) สร้างเป็นชุมชนเล็กๆ ขึ้น พื้นที่ก็พอเหมาะ ดูแลรักษาง่าย ค่าใช้จ่ายจุกจิกจะน้อยกว่า และที่สำคัญทาวน์โฮมหลายๆ โครงการก็อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก ส่วนข้อด้อยของทาวน์โฮมหลักๆ ก็เกิดจากเนื้อที่และความเป็นส่วนตัวอันจำกัดนั่นเองครับ

มนุษย์เงินเดือน กู้บ้าน

แบบสำรวจตัวเอง: คุณต้องการบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮม?

  • ต้องการความเป็นส่วนตัวมาก
  • ต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากเพื่อนบ้าน
  • ต้องการพื้นที่ทำกิจกรรมหรือปลูกต้นไม้
  • พร้อมในการดูแลรักษา
  • มีสมาชิกเกินกว่า 3 คน
  • มีรถยนต์ส่วนตัวมากกว่า 2 คัน
  • เลี้ยงสัตว์ตัวใหญ่
  • สะดวกเดินทางจากทำเลรอบนอกของเมือง
  • มีงบประมาณเพียงพอ

หากคุณตอบคำถามทั้ง 9 ข้อด้านบนว่า “ใช่” เป็นส่วนมาก (โดยเฉพาะข้อสุดท้าย) คุณควรจะเลือกบ้านเดี่ยวให้ครอบครัวตัวเองสักหลังครับ แต่ถ้าคุณไม่คิดว่า ขนาดพื้นที่หรือสังคมเพื่อนบ้านจะเป็นปัญหา ทาวน์โฮมเท่ๆ สักหลังน่าจะเพียงพอกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำให้เรามีเงินเหลือไว้ตกแต่ง พร้อมกับมีความสุขในชีวิตได้อีกด้วย

มนุษย์เงินเดือน กู้บ้าน

สุดท้ายก็ต้องดูราคา

เรื่องสุดท้ายที่ต้องคำนึงถึง และน่าจะสำคัญที่สุดในการที่มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายจะมีบ้านก็คือ สนนราคาของบ้านในดวงใจเรานี่แหละครับ หลักใหญ่ใจความสำคัญของการมีบ้านแบบสบายใจก็คือ “คุณมียอดหนี้ที่ต้องชำระต่อเดือนไม่เกินร้อยละ 60 ของรายได้” ยอดหนี้ที่ว่านี้ก็รวมทั้ง ค่างวดรถ หรือ ค่างวดสินเชื่อส่วนบุคคลและยอดการใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดทั้งหลายแหล่ ซึ่งถ้าเอามารวมกับค่างวดของบ้านแล้ว ไม่ควรจะเกินร้อยละ 60 ดังที่ว่า แต่ถ้ายอดเกินกว่านี้ คุณอาจจะไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ

นอกจากค่างวดที่แต่ละเดือนต้องจ่ายแล้ว ก่อนจะตัดสินใจเริ่มกระบวนการมีบ้าน คุณก็ควรสำรองเงินไว้ร้อยละ 20 ของราคาบ้านเพื่อเป็นเงินดาวน์ รวมถึงเงินค่าตกแต่งบ้าน และเงินสำรองที่หมุนเวียนไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือใช้จ่ายจุกจิกอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น 

คราวนี้เราลองไปดูกันว่า เงินเดือนของคุณจะสามารถซื้อบ้านในระดับไหนได้บ้าง ตามตารางด้านล่างนี้ครับ และหากคุณอยากให้กระเป๋าอยู่รอดปลอดภัย ลองลดระดับลงมาจากเกณฑ์ราวร้อยละ 10 สภาพคล่องของคุณก็จะดีขึ้น ไม่ต้องลำบากอะไรมากมาย

มนุษย์เงินเดือน กู้บ้าน

พอเลือกบ้านแบบที่ใช่ ในทำเลที่คุณชอบ และระดับราคาเหมาะสมแล้ว ก็ถึงเวลาเข้าหาสถาบันการเงินแล้วล่ะครับ สำหรับแฟนๆ Baania ที่ฝันจะเป็นเจ้าของบ้านซักหลัง ไม่ต้องกังวลครับ แค่เตรียมเอกสารให้ครบตามข้อกำหนดของแต่ละแห่ง (ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะคล้ายคลึงกัน) ถ้าใครที่วางแผนทางการเงินมาอย่างดีแล้ว ก็มีโอกาสสูงเลยล่ะครับ ยิ่งถ้าคุณเลือกบ้านให้เหมาะกับเงินเดือนแล้วด้วย ก็เตรียมเชิญเพื่อนๆ มางานขึ้นบ้านใหม่ได้เลย!

มนุษย์เงินเดือน กู้บ้าน

24 July 2018