สมาคมท่องเที่ยว คาด AEC ดันนักท่องเที่ยวเพิ่ม ด้านกลุ่มทุนเตรียมผุดโปรเจ็กต์รับลองสเตย์

สมาคมท่องเที่ยว คาด AEC ดันนักท่องเที่ยวเพิ่ม ด้านกลุ่มทุนเตรียมผุดโปรเจ็กต์รับลองสเตย์

01 December 2014

ปี 2558 เป็นปีแห่งการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) นับเป็นจุดเปลี่ยนสภาพเมืองและสังคมของจังหวัดเชียงใหม่ มีการเข้ามาของกลุ่มคน, ทุน, สื่อ ตลอดจนวัฒนธรรมต่างๆที่หลากหลาย ทีมงาน HBG ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณพรชัย จิตรนวเสถียร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยว และแผนการเตรียมความพร้อมรองรับด้านการท่องเที่ยวและปริมาณคนที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

สถานการณ์การท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่เป็นอย่างไร

ในปี 2556 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 7 ล้านคน ขณะที่ปี 2557 คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 7.4 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยกว่าร้อยละ 60 อีกร้อยละ 40 เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเอเชีย อาทิ จีน, เกาหลี, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ฮ่องกง, ไต้หวัน รวมถึงนักท่องเที่ยวแถบยุโรป, อเมริกา และออสเตรเลีย โดยนักท่องเที่ยวไทยใช้เวลาอยู่ในเชียงใหม่เฉลี่ยคนละ 2 วัน มีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อวันราว 1,000 บาท ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉลี่ย 3-4 วัน ค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000 บาทต่อคนต่อวัน

นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวกลุ่มลองสเตย์ทุกประเทศทั่วโลกที่เข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ไม่ต่ำกว่า 10,000 คนต่อปี ในจำนวนนี้เป็นชาวญี่ปุ่นประมาณ 4,000 คน, เกาหลีกว่า 2,000 คน นอกนั้นเป็นชาวยุโรป, ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มลองสเตย์ส่วนใหญ่จะมีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น เฉลี่ยแล้วแต่ละคนจะใช้จ่ายคนละ 50,000 บาทต่อเดือน ทำให้จังหวัดเชียงใหม่มีรายได้จากกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มลองสเตย์ชาวญี่ปุ่นปีละไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท และหากรวมกลุ่มลองสเตย์ทุกประเทศแล้วจังหวัดเชียงใหม่จะมีรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท

แผนการดำเนินงานของสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่เป็นอย่างไร

สมาคมมีแผนพัฒนาการทองเที่ยวเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน 4 ข้อ ได้แก่

  1. การสร้างความเข้มแข็งของภาคเอกชน โดยรับสมัครสมาชิกเพิ่มเติม กระจายผลประโยชน์และความเท่าเทียมให้กับสมาชิก เพิ่มเติมความรู้ด้านการตลาด การขาย และเพิ่มประสิทธิภาพของสินค้าและบริการ
  2. เตรียมความพร้อมด้านการท่องเที่ยว ทั้งด้านการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการบินของภาคเหนือ ปัจจุบันเชียงใหมมีเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศกว่าสิบสายการบิน เพื่อตอบสนองกลุ่มท่องเที่ยวจากต่างประเทศและในประเทศ อีกทั้งผลักดันให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวหรือ HUB เชื่อมโยงการทองเที่ยวทั้งในและต่างประเทศและระหว่างภูมิภาค เชื่อมโยงเชียงใหม่กับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อใหมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินทาง
  3. พัฒนาระบบที่เกี่ยวกับการสร้างมาตรฐานของผู้ประกอบการทั้งด้านสุขลักษณะ, ความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม พร้อมทั้งยกระดับความเป็นสากลแก่ผู้ประกอบการ และ 4.ทำการตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ เน้นการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคเพื่อให้เกิดความสะดวกสบายในการเดินทางระหว่างเมืองภายในประเทศ อีกทั้งรักษาคุณภาพของสินค้าการท่องเที่ยวให้มีความพร้อมที่จะรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว

ด้านแผนการตลาดต่างประเทศมีแผนจะจัดงาน “Chiang Mai Travel Mart 2014 (CTM)” ระหว่างวันที่ 8-11 ธันวาคมนี้ เป็นกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการตลาดต่างประเทศจาก 27 ประเทศ ประเทศละ 10-15 ราย รวมกว่า 300 ราย มาเชียงใหม่เพื่อมาพบผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวของเชียงใหม่และภาคเหนือโดยตรง โดยสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและองค์กรภาคเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่จะร่วมเป็นเจ้าภาพดูแลด้านที่พัก ด้านทริปท่องเที่ยว ด้านอาหาร ด้านการเดินทางร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเร่งด่วนที่สมาคมต้องดำเนินการป้องกันและแก้ไข คือความไม่เป็นธรรมกับกลุ่มนักท่องเที่ยว เช่น ปัญหามัคคุเทศก์เถื่อนและทัวร์ศูนย์เหรียญที่เกิดขึ้น มีการประสาน DSI ในการอบรมผู้ประกอบการเพื่อเตรียมตัว ป้องกันและช่วยกันรายงานความเคลื่อนไหว ในขณะเดียวกันได้เสนอแผนผ่าน กรอ.จังหวัดในการขอพื้นที่จัดทำระบบตรวจสอบไกด์และธุรกิจที่จะมารับชาวต่างชาติ ณ จุดตรวจคนเข้าเมือง โดยธุรกิจท่องเที่ยวต่างชาติที่มาลงทุนในเชียงใหม่ต้องเข้ามาเป็นสมาชิกของสมาคม เพื่อกำหนดให้อยู่ในกรอบความเท่าเทียมกัน โดยแผนดังกล่าวมีการอนุมัติโดยหลักการ คาดว่าจะเป็นรูปธรรมภายใน 3-5 เดือน

คุณพรชัย จิตรนวเสถียร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่

นักท่องเที่ยวเพิ่ม แนวโน้มลองสเตย์พุ่ง กลุ่มทุนผุดที่พักกว่า 3 โปรเจ็กต์

ทั้งนี้กลุ่มลองสเตย์ที่เข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ที่มาจากประเทศจีน, เกาหลี, ญี่ปุ่นแล้ว ยังมีกลุ่มชาวยุโรปที่เลือกเข้ามาใช้ชีวิตหลังเกษียณในจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มมากขึ้น ทำให้การเข้ามาในลักษณะของกลุ่มทุนเกิดขึ้น ล่าสุดมีการร่วมทุนกับคนไทยสร้างที่พักอาศัยรูปแบบคอมมูนิตี้พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ขณะนี้มีอยู่ 2-3 โครงการกำลังดำเนินการศึกษาโครงการ อาทิ กลุ่มทุนจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ลงทุนทำย่านลองสเตย์ที่อำเภอดอยสะเก็ด รองรับตลาดกลุ่มยุโรปและฟินแลนด์ ส่วนกลุ่มทุนจีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีลงทุนบนทำเลแม่ริม-แม่แตงบนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ซึ่งแต่ละแห่งสามารถรองรับกลุ่มลองสเตย์มากกว่า 100-200 คน

ส่วนนักท่องเที่ยวลองสเตย์ที่อาจพลิกตัวมาซื้อที่พักอาศัยอยู่เชียงใหม่นั้นมองว่าอาจยังไม่เกิดในทันที เนื่องจากปัจจัยด้านข้อกฎหมายการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินของชาวต่างชาติ และระยะเวลาของวีซ่านักท่องเที่ยวแม้ในปัจจุบันจะมีการแฝงตัวเข้ามาในรูปแบบของนอมินีเพื่อถือครองที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะประเภทคอนโดมิเนียมแต่หากในอนาคตเมื่อเปิด AEC และมีการแก้ไขข้อกำหนดกฎหมายต่างๆ ก็เชื่อว่าแนวโน้มของกลุ่มนักท่องเที่ยวและกลุ่มลองสเตย์ที่จะผันมาซื้อที่อยู่อาศัยในจังหวัดเชียงใหม่คงมีจำนวนเพิ่มขึ้น

การพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเชียงใหม่มีแนวโน้มเป็นอย่างไร

ที่ผ่านมาจังหวัดเชียงใหม่มีประเด็นความไม่ชัดเจนในเรื่องผังเมือง ประกอบกับกระแสของ AEC ทำให้ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และการขยายตัวของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ในประเทศเติบโตขึ้นรวดเร็ว ทั้งห้างสรรพสินค้า โครงการที่พักอาศัยต่างก็เร่งก่อสร้างตามใบขออนุญาต ซึ่งเป็นการเติบโตตามกระแส

ในปี 2558 คาดว่าคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและเกือบเสร็จน่าจะมีกว่า 3,000 ยูนิต ไม่รวมที่ค้างในตลาดเดิมและที่กำลังจะเปิดตัวใหม่ อาจทำให้เกิดภาวะโอเว่อร์ซัพพลายในตลาดคอนโดมิเนียมได้ ซึ่งกำลังซื้อของผู้ที่มีเงินเดือน 3-4 หมื่น หรือกลุ่มบีลงมา มีอัตราหนี้ครัวเรือนสูงสืบเนื่องจากนโยบายทางการเงินของภาครัฐที่ผ่านมา โดยเฉพาะนโยบายรถคันแรกทำให้กลุ่มผู้ซื้อต้องแบกรับภาระผ่อนหนี้สินและมีผลต่อการยื่นสินเชื่อที่อยู่อาศัย ส่วนประเภทบ้านจัดสรรยังเป็นที่ต้องการของกลุ่มข้าราชการ คนต่างจังหวัดที่อยากมีบ้านหลังที่ 2 อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่

อย่างไรก็ตามจังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของภาคภูมิภาค และเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของ AEC ทางตอนบน อีกทั้งเป็นเมืองที่มีศักยภาพหลายด้านทั้งเศรษฐกิจ, การค้าการลงทุน, การศึกษาและการคมนาคม เมื่อเปิด AEC จะทำให้กลุ่มของธุรกิจ, การท่องเที่ยว, มวลชน และอาชีพหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย เกิดการอยู่อาศัยการลงทุนขยับขยายตามมาอีกมากมาย

การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่จะสามารถขยายตัวต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเจริญให้กับท้องถิ่นได้ต้องอาศัยสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว รวมถึงความร่วมมือของผู้ประกอบการในการเป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาและดูแลรักษาจุดแข็งของเชียงใหม่ให้คงอยู่ต่อไปแบบยั่งยืน

Article Source:
นิตยสารโฮมบายเออร์ไกด์ เชียงใหม่ ฉบับเดือนธันวาคม 2557
23 March 2016