เร่งแผนพัฒนาเมืองอีอีซี พร้อมจัดที่ดิน 3 แสนไร่พัฒนานิคม-เมืองใหม่

เร่งแผนพัฒนาเมืองอีอีซี พร้อมจัดที่ดิน 3 แสนไร่พัฒนานิคม-เมืองใหม่

12 December 2018

หลังจากที่โปรโมทกันอย่างต่อเนื่องกับ พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ อีอีซี ถึงเวลานี้ รัฐบาล คสช. เองกำลังเฝ้ารอคอยผลประมูลโครงสร้างพื้นฐาน 5 โครงการยักษ์ มูลค่ากว่า 6.5 แสนล้านบาท ที่จะมาบูตนักลงทุนทั่วโลกให้ตบเท้าเข้ามาลงทุนและพัฒนาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในด้านของนักลงทุนก็กำลังเฝ้ารอความชัดเจนของ “ผังเมืองรวมอีอีซี” จากทางกรมโยธาธิการและผังเมือง

คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) กล่าวว่า อีก 5 ปี หรือในปี 2566 รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินกับสนามบินอู่ตะเภาจะเสร็จ ถึงเวลานั้นอีอีซีจะเริ่มมีการพัฒนาเป็นเมืองใหม่ทางภาคตะวันออก จึงต้องเตรียมผังเมืองไว้สำหรับจัดพื้นที่ให้นักลงทุนเป็นโซนเฉพาะตั้งแต่วันนี้ สำหรับพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี และระยอง มีพื้นที่รวมกัน 8.3 ล้านไร่ มีผู้อยู่อาศัยรวม 1.5 ล้านคน

ในมาตรา 29-30 ตาม พ.ร.บ.อีอีซีระบุว่า ให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จัดทำแผนภาพรวมการพัฒนาพื้นที่ให้เสร็จใน 1 ปี พร้อมทั้งกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบเสนอต่อบอร์ดอีอีซี โดยมอบให้กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดทำรายละเอียดแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินและแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครอบคลุม 8 ระบบ

ได้แก่ ระบบสาธารณูปโภค, ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, ระบบการตั้งถิ่นฐานและภูมิสังคม, ระบบป้องกันอุบัติภัย, ระบบควบคุมและขจัดมลพิษ, ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม, ระบบคมนาคมขนส่ง และระบบบริหารจัดการน้ำ จะครบกำหนด 1 ปี ในวันที่ 9 ส.ค. 2562

“ร่างแรกของผังเมืองจะทำเสร็จในเดือน ธ.ค.นี้ และจะเริ่มรับฟังความคิดเห็นของประชาชน คาดว่าประมาณกลางปี 2562 น่าจะประกาศใช้ แบ่งเป็นโซนสีเขียว พื้นที่เกษตรชั้นดีและป่าอนุรักษ์ จะอยู่บริเวณ จ.ชลบุรีแถบนอกเมือง และ จ.ระยองที่มีไม้ยืนต้น สวนผลไม้ที่มีชื่อเสียง และแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติของจังหวัด ส่วนโซนสีเหลือง ในข้อกำหนดจะเปิดช่องให้เกิดการพัฒนาได้ เช่น โมเดลเมืองใหม่ เพราะมีเอกชนสนใจมาก แต่เรายังไม่ได้ระบุตำแหน่งชัดเจน” นายคณิศกล่าวและว่า

ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่อุตสาหกรรม (สีม่วง) รัฐบาลได้วางแผนไว้เผื่ออนาคต โดยจัดเตรียมที่ดินไว้ประมาณ 300,000 ไร่ ที่ต่อเนื่องกับเขตส่งเสริมเดิมและที่มีศักยภาพที่อนุญาตให้มีที่พักอาศัยเกิดขึ้นได้ คิดเป็น 3-4% ของพื้นที่รวมทั้ง 3 จังหวัด (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง) จากเดิมทีมีการกำหนดพื้นที่ไม่มากนัก แต่เมื่อรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) และเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Park Thailand หรือ EECd) ที่ต้องใช้พื้นที่รวมกัน 18,000 ไร่ รวมถึงนโยบาย 21 เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายของอีอีซี ที่ต้องใช้พื้นที่รวม 86,000 ไร่ เมื่อมีความต้องการใช้พื้นที่มากขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องเตรียมพื้นที่ขนาดใหญ่ไว้ล่วงหน้าเพื่อรองรับการพัฒนาในอนาคตและนอกจากนี้จะรองรับคนได้ถึง 6-7 ล้านคนอีกด้วย

ที่มา.prachachat

ไม่พลาดทุกข่าวสาร ทันทุกเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์กับ Baania ได้ที่ Line Official >> @baania

12 December 2018