ฟอมม์เอเชียจับมือพีอีเอ เอ็นคอม เปลี่ยนเชียงใหม่สู่สมาร์ทซิตี้

ฟอมม์เอเชียจับมือพีอีเอ เอ็นคอม เปลี่ยนเชียงใหม่สู่สมาร์ทซิตี้

08 March 2019

อย่างที่เราทราบกันดีว่าเชียงใหม่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในระดับสากล เรื่องการผลักดันเชียงใหม่สู่เมืองอัจฉริยะหรือสมาร์ทซิตี้ เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายถกเถียงและพยายามผลักดันกันอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดให้ดีมากขึ้น และยกระดับประสิทธิภาพการบริการให้เป็นที่ยอมรับระดับสากล ล่าสุด 2 บริษัทเอกชนได้ร่วมมือผลักดันเชียงใหม่ให้เป็นสมาร์ทซิตี้อย่างเต็มรูปแบบ โดยแนะให้คนในพื้นที่หันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันให้มากขึ้น เพื่อลดภาวะมลพิษทางอากาศและเป็นอีกหนึ่งวิธิในการรักษาสิ่งแวดล้อม

นางอรุณศรี จงเจียมจิตต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประชาสัมพันธ์ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (PEA ENCOM) และนายธนานันต์ กาญจนคูหา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอฟโอเอ็มเอ็ม (เอเชีย) จำกัด ร่วมกันกล่าวถึงการจำหน่ายรถไฟฟ้าระบบ Battery Electric Vehicle (BEV) รายแรกในประเทศไทยโดยเปิดตัวในบางกอกมอเตอร์โชว์ 2561 และจัดงานเปิดตัวรถไฟฟ้า FOMM ONE ในภูมิภาค เพื่อขานรับนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะหรือสมาร์ทซิตี้ ซึ่งตั้งเป้าระยะแรกจะพัฒนา 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดฉะเชิงเทรา และกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ได้จัดงานแนะนำรถ FOMM ONE ที่จังหวัดเชียงใหม่ในห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล เฟสติวัล ตั้งแต่วันที่ 4-10 มีนาคม 2562 ซึ่งภายในงานมีการให้ความรู้ความเข้าใจถึงเทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่คือรถไฟฟ้าแบตเตอรี่ 100% ล่าสุดที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบ Internet of Things เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการสื่อสารที่จะมีการเชื่อมต่อกับระบบการสั่งการรถยนต์ในอนาคต

คาดว่าจังหวัดเชียงใหม่ที่กำลังพัฒนาให้เป็นสมาร์ทซิตี้ ซึ่งมีปัญหาจราจรติดขัดอย่างรุนแรงไม่แพ้กรุงเทพฯ และเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีความความเสี่ยงสูงอย่างมากต่อมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งเกิดจากควันพิษจากรถยนต์ ดังนั้นรถไฟฟ้าจึงถือเป็นทางเลือกที่มีความสำคัญต่อการแก้ปัญหา มลพิษทางอากาศในระยะยาว

FOMM ONE มีค่าใช้จ่ายประมาณ 30 สตางค์ต่อกิโลเมตร ด้วยการชาร์จไฟฟ้าจากระบบภายในบ้านเพียง 6 ชั่วโมง (0-100%) คิดเป็นค่าใช้จ่ายเพียง 42 บาทแต่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 160 กิโลเมตร (WLTC) ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน อีกทั้งค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ทั่วไปที่จะต้องมีระยะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่แน่นอนในขณะที่รถไฟฟ้าจะมีเพียงการบำรุงรักษาตามสภาพในการใช้งานจริง ระบบมอเตอร์ซึ่งถือเป็นหัวใจของรถไฟฟ้าเราใช้เป็นแบบ In-Wheel Motor ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีอัตราสูญเสียพลังงานน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับรถไฟฟ้าทั่วไปที่เป็นระบบมอเตอร์แบบส่งผ่านพลังงานเช่นเพลา จึงทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานนั่นเอง

ไม่พลาดทุกข่าวสาร ทันทุกเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์กับ Baania ได้ที่ Line Official >> @baania

08 March 2019