ชงโมเดล Green City เปลี่ยนเชียงใหม่เมืองไร้หมอกควัน

ชงโมเดล Green City เปลี่ยนเชียงใหม่เมืองไร้หมอกควัน

28 March 2019

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้เชียงใหม่ต้องเผชิญกับวิกฤตปัญหาหมอกควันทั่วทุกพื้นที่ของเชียงใหม่ เป็นฝุ่นควันขนาด PM 2.5 ซึ่งเป็นฝุ่นขนาดเล็กมากๆ ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและสุขภาพของผู้คนชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยว โดยทางหน่วยงานรัฐได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นด้วยการฉีดน้ำในอากาศเพื่อลดปริมาณฝุ่นควัน รวมทั้งรณรงค์ให้คนในพื้นที่ต่างๆ ช่วยลดการเผาไหม้ เพื่อลดปริมาณฝุ่นควันในอากาศ

ล่าสุดเครือข่ายแก้ไขหมอกควันเชียงใหม่ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เสนอให้การแก้ปัญหา 3 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ประกาศปัญหาหมอกควันเป็นวาระเร่งด่วน งดการเรียนการสอนในช่วงวิกฤต ติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในทุกพื้นที่ ศูนย์รับแจ้งการเผาต้องดำเนินการ 24 ชั่วโมงและตลอดปี รวมทั้งสร้างเครือข่ายออนไลน์ โดยขอความร่วมมือไปยังกองทัพอากาศ หรือหน่วยงานทำฝนเทียมในสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย แจ้งเตือนระดับความอันตรายของฝุ่นควัน และแจกหน้ากากป้องกันฝุ่นขนาด PM 2.5

อีกแนวทางเป็นการขอความร่วมมือจากประชาชนให้หันมาใช้บริการระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น โดยจะมีการจัดระบบจราจรในพื้นที่เมือง ให้รถยนต์สลับวิ่งวันคู่วันคี่ ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตรวจจับควันดำ และงดใช้รถที่มีควันดำเกินค่ามาตรฐาน รวมถึงดูแลและควบคุมการก่อสร้างไม่ให้ก่อให้เกิดฝุ่นละออง

ขณะที่ระยะกลาง ช่วง 1-3 ปี เน้นการบูรณาการสถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ และองค์กรเอกชน เพื่อรวบรวมรายชื่อหน่วยงานและองค์ความรู้ เทคโนโลยี การสื่อสาร เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการวางแผนแก้ไขปัญหา รวมทั้งให้มีจัดการการเผาอย่างเป็นระบบ มีแผนการจัดการขยะ ติดตั้งเครื่องตรวจวัดฝุ่นในระดับชุมชน ตั้งเป้าให้คนเชียงใหม่มีสุขภาพที่ดีขึ้น และมีดัชนีชี้วัดที่ชัดเจน

ส่วนแผนระยะยาว เตรียมผลักดันให้เรื่องหมอกควันเป็นวาระจังหวัด โดยวางแผน 10 ปีจากนี้มุ่งให้เกิด บูรณาการระหว่างหน่วยงานมากขึ้น ทั้งสถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ และองค์กรเอกชน รวมถึงใช้ข้อมูลจากการศึกษาแหล่งกำเนิดควันในการวางแผนปฏิบัติงาน ตั้งเป้าลดมลพิษ ย้ายสนามบินออกไปตั้งนอกตัวเมือง ส่งเสริมให้เกิดระบบขนส่งมวลชน ปรับปรุงเส้นทางจักรยานและทางเดิน ปลูกต้นไม้ริมทาง ส่งเสริมการทำเกษตรทางเลือก เกษตรผสมผสาน เกษตรอินทรีย์ กำหนดมาตรการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เป็นต้นเหตุของการเผา โดยผู้รับซื้อต้องรับผิดชอบจัดการตอซัง ซากพืชที่เหลือจากการเก็บเกี่ยว รวมถึงประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ให้เล็งเห็นความสำคัญของการร่วมกันแก้ไขปัญหา

ในอีกด้านมองถึงการผสานความร่วมมือกับนานาชาติมากขึ้น  ศึกษาโมเดลต่างประเทศ เช่น เมือง Stuttgart เยอรมนี ด้านการศึกษา airflow และวางแผนการใช้ที่ดิน รวมถึงนำยุทธศาสตร์การท้าให้ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าทุกวันที่เมืองปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน และส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในป่าให้เป็นไม้เศรษฐกิจแทนพืชเชิงเดี่ยว เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง รณรงค์ให้มีการปลูกต้นไม้ในพื้นที่บ้าน ตามพื้นที่สาธารณะ นำนโยบาย green city ของสิงคโปร์มาปรับใช้ ส่งเสริม green building ให้มีการปลูกต้นไม้คลุมอาคารมากที่สุด เพื่อช่วยดูดซับมลพิษ มีแรงจูงใจด้านภาษีโรงเรือน เป็นต้น

ที่มา...ประชาชาติธุรกิจ

ไม่พลาดทุกข่าวสาร ทันทุกเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์กับ Baania ได้ที่ Line Official >> @baania

28 March 2019