9 Tips เตรียมห้องนอนให้ปลอดภัยสำหรับเด็ก

9 Tips เตรียมห้องนอนให้ปลอดภัยสำหรับเด็ก

03 July 2019

สำหรับครอบครัวที่กำลังจะมีลูก การเตรียมสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ลูกน้อยได้เติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรงและปลอดภัยเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญ ยิ่งถ้าเป็นการปรับเปลี่ยนห้องเก่าที่บ้านให้กลายเป็นห้องสำหรับเลี้ยงลูก อาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่มองข้ามไป  ด้วยความเป็นห่วงจากเรา Baania มีแนวทางการเตรียมห้องสำหรับเด็กให้ปลอดภัยมาฝากกันนะครับ

1. ประตู

ประตู เป็นอีกจุดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้สำหรับเด็ก อย่างเช่นเหตุการณ์โดนประตูหนีบ แนะนำให้เลือกใช้อุปกรณ์โช๊คอัพประตู ที่จะสามารถชะลอการปิดประตูและทำให้ประตูเปิดค้างไว้ 90 องศา  ส่วนลูกบิดประตู เด็กบางคนเล่นแล้วเผลอไปล็อกประตูห้อง ทำให้เราเข้าไปในห้องไม่ได้ แนะนำให้ใช้ลูกบิดแบบประตูห้องน้ำที่มีร่องบริเวณลูกบิดช่วยให้คนด้านนอกสามารถใช้เหรียญไขประตูออกได้เลย

2. หน้าต่าง

หน้าต่างควรเลือกห้องที่มีหน้าต่างที่มีความสูงจากพื้นมากกว่า 90 เซนติเมตร ในกรณีห้องที่ออกแบบหน้าต่างในตำแหน่งต่ำลงมา หากเด็กมาเล่นแล้วล้มชนหน้าต่างแล้วกระจกแตก อาจเกิดนอันตรายขึ้นได้ นอกจากนี้หากห้องมีประตูหรือหน้าต่างกระจกบานเลื่อนที่ยาวถึงพื้น เด็กอาจจะมองไม่เห็นกระจกบานใสแล้ววิ่งชน  อาจจะแก้ไขด้วยการติดฟิล์มให้กระจกขุ่นขึ้นหรือติดสติ๊กเกอร์พวกลายการ์ตูนก็ช่วยสร้างสีสันให้ห้องได้

3. เฟอร์นิเจอร์ 

เฟอร์นิเจอร์ในห้องที่มีเด็กควรเลือกที่มีน้ำหนักเบาหรือมีน้ำหนักมากไปเลย เฟอร์นิเจอร์น้ำหนักเบาที่ทำจากวัสดุอย่างพลาสติก จะทำให้เมื่อล้มก็จะไม่ล้มทับเด็กจนเกิดอันตราย ส่วนเฟอร์นิเจอร์หนักที่ทำจากไม้หรือเหล็ก เด็กจะไม่สามารถขยับเฟอร์นิเจอร์ได้ ทำให้ปลอดภัย

ส่วนของดีไซน์ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ลบคมมุมออกแล้ว หลีกเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีพวกกระจก หากเกิดการแตกหักจะเป็นอันตรายต่อเด็ก ในส่วนชั้นวางของ ไม่ควรจัดวางของไว้สูง เพื่อป้องกันของหล่นลงมาใส่เด็ก หรือเลือกชั้นที่มีฝาตู้ปิดที่มีที่ล็อก

4. เตียงนอน

เตียงนอนสำหรับเด็กเล็กที่ยังต้องใช้เปลหรือเตียงมีที่กั้น ควรวางไว้กลางห้องเพื่อให้รอบๆเตียงมีพื้นที่สำหรับเดินวนรอบได้ช่วยเพิ่มความสะดวกสำหรับเวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือแต่งตัวให้กับเด็ก

สำหรับเด็กโตแล้ว หากมีความจำเป็นที่ต้องใช้เตียง 2 ชั้น ควรวางเตียงไว้ติดผนังและจัดการยึดเตียงไว้กับผนังกันเตียงล้ม การออกแบบเตียงสองชั้น ชั้นสองควรมีความสูงมากกว่า 1 เมตรและเหลือที่ว่างระหว่างเตียงกับเพดาน เพื่อให้เด็กที่นอนทั้ง 2 ชั้นมีพื้นที่ที่จะขยับตัวได้สะดวก สำหรับเตียงชั้น 2 ควรมีที่กั้นกันตกและบันไดต้องออกแบบให้ปีนขึ้นลงได้ง่าย

5. ปลั๊กไฟ

เต้ารับหรือปลั๊กในห้องเด็กควรมีความสูงจากพื้นมากกว่า 1 เมตร เพื่อป้องกันเด็กเอามือมาแหย่รูปลั๊กไฟแล้วโดนไฟฟ้าดูด แต่หากจำเป็นที่ต้องติดตั้งเต้ารับระดับต่ำในกรณีปรับเปลี่ยนห้องเก่าที่มาเป็นห้องเด็ก ควรซื้ออุปกรณ์เสริมไว้สำหรับปิดปลั๊กมาเสียบกับเต้ารับเดิม ทั้งนี้ควรเลือกแบบที่แน่นหนา ปลอดภัยแต่ก็สะดวกพอจะดึงออกได้ง่ายเวลาต้องการใช้เสียบ หรือเลือกใช้ปลั๊กพ่วงที่รูปลั๊กมีแผ่นเปิดปิดที่ป้องกันการใช้นิ้วหรือสิ่งของเสียบเข้าไป

นอกจากนี้ระบบไฟฟ้าภายในบ้านควรติดตั้งระบบไฟฟ้าใต้ดินและระบบตัดไฟอัตโนมัติต่างๆเพื่อให้ปลอดภัยมากที่สุด

6. พื้น

พื้นต้องไม่ลื่นมากเกินไป เพื่อป้องกันเด็กลื่นล้ม หากเป็นพื้นไม้ ต้องระวังเสี้ยนไม้ที่อาจจะตำเท้าเด็กได้ อาจแก้ไขด้วยการขัดพื้นใหม่และเคลือบเงาพื้น แต่ต้องเลือกชนิดที่ทำแล้วพื้นไม่ลื่นเกินไป หรือเลือกใช้เป็นพวกพรมแบบปูเต็มห้องเพื่อให้พื้นนุ่ม เด็กสามารถคลานเล่นได้ ทั้งนี้ควรเลือกชนิดที่ไม่สะสมฝุ่นและอาจจะยุ่งยากในเรื่องการทำความสะอาดที่ต้องทำอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนี้ยังสามารถเลือกใช้พื้นยางที่สามารถต่อกันเป็นแผ่นใหญ่แต่สามารถรื้อออกได้เมื่อเด็กโตขึ้นแล้ว

ทั้งนี้พื้นห้องไม่ควรมีการเปลี่ยนระดับและควรมีระดับเดียวกับห้องที่อยู่ติดกัน เพื่อป้องกันเด็กเดินสะดุดล้ม หรือถ้าห้องมีการเปลี่ยนวัสดุพื้นควรมีตัวเก็บรอยต่อระหว่างวัสดุให้เรียบร้อย

7. ผนัง

ผนังของห้องไม่ควรมีเหลี่ยมมุมหรือมีซอกมากเกินไป ป้องกันเด็กเดินชน ควรเป็นห้องผนังเรียบๆจะปลอดภัยที่สุด ส่วนวัสดุปิดผิวผนังควรเลือกใช้วอลเปเปอร์หรือผนังทาสีที่ออกแบบมาสำหรับห้องเด็ก ปลอดสารพิษที่เป็นอันตรายอยู่ในส่วนผสมและจะป้องกันการเปื้อนได้ดี ยิ่งบางชนิดสามารถออกแบบให้เด็กขีดเขียนที่ผนังได้ แต่ต้องระวังเด็กติดนิสัยว่าสามารถเขียนผนังได้ทำให้อาจจะลามไปเขียนที่ผนังห้องอื่นได้

8. เครื่องปรับอากาศ

ตำแหน่งที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศสำคัญมากเพราะมีผลต่อสุขภาพของเด็ก ต้องระวังไม่ให้ลมแอร์ลงตรงเตียงเด็กโดยตรงซึ่งจะทำให้เด็กป่วยได้ 

การเลือกชนิดเครื่องปรับอากาศควรมีระบบฟอกอากาศที่จะช่วยให้อากาศภายในห้องอยู่ในสุขภาวะที่เหมาะสม  ในกรณีครื่องปรับอากาศตั้งพื้นที่ต้องใส่น้ำในเครื่องอาจจะไม่เหมาะสมนักเมื่อนำใช้ติดตั้งกับห้องของเด็กเล็กเพราะมีความชื้นสูง

แต่หากต้องการติดตั้งพัดลม ควรเลือกชนิดที่เด็กไม่สามารถเอามือไปแหย่เข้าไปในใบพัดได้ หรือเลือกใช้เป็นพัดลมแนวตั้งซึ่งจะปลอดภัยกว่า

9. กล้องวงจรปิด

การติดตั้งกล้องวงจรปิด เป็นอีกความสำคัญที่หลายคนมักมองข้ามไป ยิ่งครอบครัวที่ออกไปทำงานแล้วฝากคนอื่นเลี้ยงลูก ควรมีการบันทึกภาพไว้ตลอดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้งนี้ควรเลือกชนิดที่สามารถบันทึกภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืน และสามารถเช็คภาพกล้องได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชันในมือถือโดยเชื่อมต่อกล้องกับ Wi-Fi ของบ้าน

นี่เป็นเพียงแนวทางที่ช่วยให้ลูกน้อยของคุณปลอดภัยไร้อุบัติเหตุด้วยการจัดออกแบบสภาพแวดล้อมที่ดีและเหมาะสม เพื่อให้เด็กๆ จะได้โตมาเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรงในวันหน้านะครับ

และสำหรับคนที่กำลังมองหาไอเดียการแต่งบ้าน Baania เรามี Baania Decor ที่จะช่วยให้คุณได้ไอเดียดีๆในการแต่งบ้านได้ที่นี่ ลองกดเข้ามาใช้งานกันได้เลย

ดูไอเดียแต่งบ้านเพิ่มเติมได้ที่นี่

15 July 2019