7 วิธี เพิ่มค่าบ้าน ห้องชุด โดยปรับปรุงกลิ่นและคุณภาพอากาศภายใน

7 วิธี เพิ่มค่าบ้าน ห้องชุด โดยปรับปรุงกลิ่นและคุณภาพอากาศภายใน

24 February 2016

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เสน่ห์สำคัญอย่างหนึ่งของเชียงใหม่ ที่ทำให้คนจำนวนมากถวิลหา อยากมาอยู่ที่เมืองนี้กัน ก็เพราะเป็นเมืองที่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ อากาศดี แต่มีเงื่อนไขสำคัญ ก็คือบ้าน หรือห้องชุด ที่อยู่อาศัยนั้น จำเป็นต้องมีคุณภาพอากาศภายในที่ดีพร้อมด้วย จึงจะทำให้เกิดความสุขได้อย่างแท้จริง

ในแง่ของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้ว กลิ่นและคุณภาพอากาศในตัวบ้านหรือในอาคาร ถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ในการพิจารณาใช้เลือกบ้านหรือห้องชุด โดยเฉพาะในเมืองพักผ่อนตากอากาศ ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ เมืองชายเขา ชายทะเล  ทั้งนี้บ้านหรือคอนโดฯ ใดก็ตาม ที่มีคุณภาพอากาศภายในที่ดี ก็มักจะส่งผลให้ซื้อง่ายขายคล่องกว่า แถมขายได้ราคาดีกว่าหลังอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด

จะเชื่อกันหรือไม่ว่า ในต่างประเทศ จากการสำรวจพฤติกรรมการเลือกซื้อบ้านหรือห้องชุดมือสอง  พบว่า มูลเหตุจูงใจที่ทำให้คนซื้อบ้าน คอนโดฯ ขึ้นมา มากเกินกว่าครึ่ง ล้วนมาจากเรื่องความประทับใจเมื่อแรกเห็นหรือความประทับใจเมื่อแรกสัมผัส(First Impression) เป็นสำคัญ โดยในบรรดาปัจจัยที่สร้างความประทับใจเมื่อแรกเห็น อันดับต้น ๆ ก็คือกลิ่นหรือบรรยากาศที่ดีภายใน นั่นเอง

เช่นเดียวกับสาเหตุ ที่ทำให้ผู้ซื้อเกิดเปลี่ยนใจปฏิเสธซื้อเอาดื้อๆ ทั้งๆ ที่ บ้านและห้องชุดที่ขายเหล่านั้น ตั้งอยู่ในทำเลที่ตั้งดีๆ ก็ตาม  อันดับต้นๆ ก็ล้วนมาจากปัจจัยกลิ่น หรือสภาพอากาศภายในที่ไม่พึงประสงค์ นั่นเอง ว่ากันว่า ที่มักเป็นเช่นนี้ เป็นเพราะทำเลดี สามารถชดเชยหรือทดแทนตำหนิอื่นๆ ได้แทบทั้งหมด ยกเว้นเรื่องกลิ่นเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ที่จะไม่มีใครยอมรับได้อย่างเด็ดขาด

ปกติคุณภาพอากาศภายในที่ไม่ดี มักเป็นปัญหาที่พบเจอกันเสมอ ในอาคารเก่า อาคารที่มีความแออัด อาคารที่ปรับปรุงใหม่ อาคารที่ขาดการดูแล ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้อากาศภายในอาคารถูกปนเปื้อนด้วยเชื้อโรคหรือมลพิษ การสูดดมหรือสัมผัสสิ่งสกปรกเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายตลอดเวลา จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้อาคาร เช่นภูมิแพ้ หอบหืด ไข้หวัด ปวดศีรษะ แสบตา แสบจมูก นอกจากนั้นยังส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงอีกด้วย

ทั้งนี้ ปัญหาคุณภาพอากาศในอาคาร มักเกิดขึ้นจากสาเหตุใหญ่ๆ  2 สาเหตุด้วยกัน โดยสาเหตุแรกเป็นสาเหตุทางกายภาพ ที่เกิดจากปัญหาของลักษณะอาคาร และวัสดุอุปกรณ์เครื่องจักรของอาคาร อาจเนื่องจากการปรับและระบายอากาศภายในอาคารไม่เหมาะสม ทำให้สารมลพิษสะสมอยู่ภายในอาคาร

บางครั้งอาจเป็นเพราะวัสดุก่อสร้าง ตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ ปลดปล่อยสารมลพิษออกมาสู่อาคาร หรืออาจเนื่องจากมลพิษอากาศที่อยู่ภายนอกอาคาร เข้ามาสู่ภายใน เช่นกลิ่นเหม็นจากขยะ ท่อน้ำทิ้ง ระบบบำบัดน้ำเสีย กลิ่นส้วม กลิ่นบุหรี่เป็นต้น

อีกสาเหตุหนึ่ง เกิดจากปัญหาในการบริหารจัดการอาคาร เช่นขาดการจัดการระบบระบายอากาศ และระบบทำความเย็นที่ดี ขาดการจัดห้อง ทำให้ห้องมีความแออัดด้วยคน เอกสาร หรือส่งของต่างๆ หรือละเลยให้มีการสูบบุหรี่ในอาคาร

จากที่มาและต้นเหตุของปัญหาดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ทำให้ปัญหาเรื่องกลิ่นและคุณภาพอากาศภายใน จัดเป็นปัญหาที่แก้ได้ค่อนข้างยาก ต้องใช้ทั้งความพยายามและเวลาค่อนข้างมาก หลายๆ กรณี อาจถึงขั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาใดๆ ได้เลย ซึ่งหากเป็นกรณีหลังนี้ ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือ หลีกเลี่ยงในการเข้าซื้อหรือเข้าลงทุน นั่นเอง

สำหรับเทคนิควิธีสร้างคุณภาพอากาศที่ดีในอาคาร ที่สามารถนำมาใช้ได้ มีอยู่มากมายหลายวิธีด้วยกัน แต่จะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการให้ความสนใจ เอาใจใส่ ในการดูแลและบริหารจัดการของเจ้าของบ้านหรือห้องชุดเป็นสำคัญ ซึ่งปกติจะทำได้โดยอาศัยเทคนิค 7 ข้อดังต่อไปนี้

  1. จำกัดแหล่งกำเนิดมลพิษ  ถือเป็นเทคนิคที่ง่าย และประหยัด ทำแล้วได้ผลค่อนข้างดี นั่นคือ เปิดพัดลม เครื่องดูดควันในขณะทำอาหาร ทำความสะอาดอาคารสถานที่อย่างสม่ำเสมอ ล้างทำความสะอาดแผนกรองอากาศทุกสัปดาห์และล้างเครื่องปรับอากาศตามระยะเวลาที่กำหนด  สร้าง ปรับปรุง เลือกของแต่งบ้าน วัสดุสำนักงาน เฟอร์นิเจอร์ เน้นเฉพาะที่ปล่อยสารมลพิษต่ำ ไม่มีกลิ่น  และหลีกเลี่ยงไม่สูบบุหรี่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร
  2. ดูแลบ้านให้ปลอดภัย โดยกั้น แยก เก็บ สารที่ทำให้เกิดมลพิษ โดยมีห้องหรือพื้นที่ถ่ายเอกสารแยกเฉพาะไม่ตั้งอยู่ในห้องทำงาน และแยกเก็บยาฆ่าแมลง สารทำความสะอาด สารพิษทุกชนิดในตู้มิดชิด
  3. จัดบ้านให้โปร่งมีการระบายอากาศที่ดี เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนอากาศ ดึงอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ภายในบ้านหรืออาคาร ด้วยการเปิดประตู หน้าต่าง และพัดลมดูดอากาศในครัวและห้องน้ำ หรือบริเวณที่มีความชื้นสูง
  4. ทำบ้านให้แห้ง ตรวจสอบป้องกันไม่ให้น้ำรั่วซึมในบ้าน เช่นท่อรั่ว หลังคารั่ว ถ้าบ้านอับชื้น จะเป็นแหล่งเพราะเชื้อโรค เชื้อรา และมักทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้น
  5. รักษาบ้านให้สะอาด โดยเริ่มจากการเลือกใช้เฉพาะเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ที่มีผิวเรียบ ทำความสะอาดง่าย จัดสิ่งของในบ้านให้เป็นระเบียบ และเลือกวิธีทำความสะอาดที่ไม่ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย
  6. ป้องกันบ้านให้ปลอดแมลงและสัตว์นำโรค โดยเก็บอาหารให้มิดชิด ป้องกันแมลง หนูหรือสัตว์นำโรคอื่นๆ อุดรูรั่ว รอยแตกร้าวทุกแห่งภายในบ้าน
  7. บำรุงรักษา และตรวจสอบ โดยตรวจสอบ ทำความสะอาด และซ่อมแซมบ้านเป็นประจำ เพื่อไม่ให้บ้านทรุดโทรม น่าอยู่ ปลอดโรค และปลอดภัย 

 

Article Source:
นิตยสารโฮมบายเออร์ไกด์เชียงใหม่ ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 59
24 February 2016