กรมทางหลวงเตรียมเปิดมอเตอร์เวย์ใหม่ 7 หมื่นล้านรับ EEC เชื่อม "ท่าเรือแหลมฉบัง-ปราจีนบุรี"

กรมทางหลวงเตรียมเปิดมอเตอร์เวย์ใหม่ 7 หมื่นล้านรับ EEC เชื่อม "ท่าเรือแหลมฉบัง-ปราจีนบุรี"

12 มกราคม 2018

ปัจจุบันโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้รับการพัฒนาและผลักดันขึ้นมาก ทำให้เกิดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงนักลงทุนที่ต่างมาลงทุนในทุกโหมดที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว เพราะเล็งเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่แห่งนี้ และเพื่อนำประเทศไทยขึ้นเป็นฮับเศรษฐกิจในภูมิภาค ตามที่รัฐบาล คสช. ตั้งหน้าตั้งตาผลักดัน

ในส่วนของกระทรวงคมนาคม นอกจากจะจัดทัพ 103 โครงการ พร้อมเม็ดเงินลงทุน 745,710.50 ล้านบาท แล้ว ล่าสุด "ทล.-กรมทางหลวง" กำลังเดินหน้าศึกษาความเหมาะสมในโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใหม่ เพื่อมาเติมเต็มโครงข่ายการเดินทางและขนส่งสินค้าโซนตะวันออกให้สมบูรณ์มากขึ้น 

ทั้งนี้เป็นเส้นทางอยู่ในแผนแม่บทมอเตอร์เวย์ประเทศไทยที่ทำเป็นพิมพ์เขียวแล้วก่อนหน้านี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของสายทาง "ชลบุรี-หนองคาย" สร้างจากช่วงท่าเรือแหลมฉบัง-ปราจีนบุรี และเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ ตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ ที่มีความสำคัญสูงในการรองรับการเดินทางของประชาชนและภาคการขนส่งสินค้า เชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งสินค้าระหว่างพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แนวเส้นทางโครงการมีจุดเริ่มต้นบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ไปสิ้นสุดบริเวณทางหลวงหมายเลข 359 รวมระยะทางประมาณ 125 กม. ครอบคลุมพื้นที่ศึกษา 3 จังหวัด 10 อำเภอ
ประกอบด้วย
- จ.ชลบุรี ได้แก่ อ.บางละมุง อ.ศรีราชา อ.หนองใหญ่ อ.บ้านบึง อ.บ่อทอง และ อ.เกาะจันทร์
- จ.ฉะเชิงเทรา ได้แก่ อ.แปลงยาว อ.สนามชัยเขต และ อ.พนมสารคาม
- จ.ปราจีนบุรี ได้แก่ อ.ศรีมหาโพธิ 

แบ่งเป็น 2 ตอน คือ ท่าเรือแหลมฉบัง-ทางหลวงหมายเลข 3340 ระยะทางประมาณ 63.4 กม. และทางหลวงหมายเลข 3340-ปราจีนบุรี ระยะทางประมาณ 60.6 กม. โดยรูปแบบการก่อสร้างเป็น
- ถนนขนาด 4-8 ช่องจราจร
- ทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร
-  มีด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง จำนวน 6 แห่ง อยู่บริเวณทางแยกต่างระดับ บริเวณด่านศรีราชา, บ่อวิน, หนองใหญ่, บ่อทอง, สนามชัยเขต และศรีมหาโพธิ

นอกจากนี้ยังมีการออกแบบก่อสร้างเพื่อลดผลกระทบด้านการแบ่งแยกชุมชน เช่น ทางลอด ทางเชื่อมชุมชน และทางบริการ ซึ่งจะมีการเวนคืนที่ดินเพื่อดำเนินการบางส่วน
สำหรับด้านการศึกษาความเหมาะสมทางเศรษฐกิจของโครงการ พบว่ามีอัตราส่วนผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) 13.4% มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) 11,902.74 ล้านบาท และค่าอัตราส่วนระหว่างมูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์ต่อค่าใช้จ่าย (B/C ratio) เท่ากับ 1.2 ส่วนมูลค่าการลงทุนโครงการอยู่ที่ประมาณ 70,854.8 ล้านบาท

เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยให้การเดินทางและขนส่งสินค้าตามแนวเส้นทางมีความสะดวกรวดเร็ว ลดอุบัติเหตุ และช่วยบรรเทาปัญหาจราจรคับคั่ง บนมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี ช่วงทางแยกต่างระดับหนองขาม-ท่าเรือแหลมฉบังและถนนสุขุมวิท ช่วงแยกต่างระดับแหลมฉบัง-คลองบางละมุง ที่จะมีปริมาณจราจรเพิ่มมากขึ้นตามการเจริญเติบโตของประเทศในอนาคต ที่สำคัญยังเป็นเส้นทางรองรับการพัฒนาพื้นที่ EEC และการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เชื่อมต่อการค้าการลงทุนและการเดินทางระหว่างประเทศไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอนาคตอีกด้วย

ที่มา : PrachachatOnline

16 มกราคม 2018