กาญจน์กนก@เชียงใหม่ ทุนท้องถิ่นเจ้าตลาด 2.3 หมื่นล้าน

กาญจน์กนก@เชียงใหม่ ทุนท้องถิ่นเจ้าตลาด 2.3 หมื่นล้าน

25 พฤศจิกายน 2016

เหลือบดูคำขวัญ "จ่ายแพงกว่าทำไม มองมุมไหน กาญจน์กนกก็คุ้มค่ากว่า" เพื่อทำความเข้าใจกับอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มทุนท้องถิ่นในเมืองเชียงใหม่ ทำเลที่มีแต่คนบอกว่าเป็นเมืองปราบเซียน
สำหรับคนเมืองน่าจะต้องเคยผ่านตาแบรนด์ "บ้านกาญจน์กนก" อย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันมีถึง 72 ทำเล 72 โครงการด้วยกัน เปรียบเทียบกับผู้ประกอบการอสังหาฯในกรุงเทพฯ ก็ไม่แน่นักว่าจะมีผลงานได้เท่านี้

ข้อมูลตัวเลขปัจจุบัน มีมูลค่าโครงการสะสม 1.8 หมื่นล้านบาท ยังไม่นับรวมแผนเตรียมเปิดตัวใหม่ปีนี้ 9 โครงการ มูลค่ารวม 4,900 ล้านบาท แปลว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีมูลค่าโครงการสะสมรวมกัน 2.3-2.4 หมื่นล้านบาท โดยมียอดโอนปีที่แล้ว (2558) มูลค่ารวม 2,200 ล้านบาท

ผลงานนี้เป็นการยืนยันว่า อสังหาฯทุนท้องถิ่นอย่าง "กาญจน์กนก" ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน

ผู้บริหารสูงสุด "พี่เป้-กนกศักดิ์ เชี่ยวศิลปธรรม" กรรมการผู้จัดการ วัย 53 ปีของบริษัท กาญจน์กนก พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บอกเล่าให้ฟังในบรรยากาศสบาย ๆ ณ สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ขนาด 30 ไร่ อยู่เลียบริมทางรถไฟ โครงการแรกที่ลงทุนไม่นานเลย เพราะปักหมุดเมื่อปี 2546 นี่เอง

เริ่มจากที่ดินแปลงแรก 53 ไร่ ทำเลเลียบน้ำโฮม พอพัฒนาไปได้สักระยะ กลายเป็นว่าชาวบ้านเจ้าของที่ดินเดินเข้ามาเสนอขายไม่ขาดสาย ปัจจุบันแลนด์แบงก์ในมือทำเลนี้ซื้อจนหมดซอย ขยายเป็น 900 กว่าไร่ เพิ่งจะพัฒนาได้ 300-400 ไร่ เตรียมปักป้ายอีก 6 โครงการใหม่ กะว่าพัฒนาได้ 10 ปีกันเลยทีเดียว
กลุ่มกาญจน์กนกมีโปรดักต์ถือว่าครบประเภท เริ่มจากบ้านเดี่ยว แบรนด์ "บ้านกาญจน์กนก" ราคา 3-5 ล้านบาท ที่ดิน 55-70 ตร.ว. แบรนด์รองลงมา "กาญจน์กนก วิลล์" ราคา 1.9-2.5 ล้านบาท ขนาดที่ดินเท่ากันเป๊ะ แต่ทำเลหลบเข้าไปอยู่ในซอย แต่ก็ไม่ไกลมากนักจากถนนใหญ่

ทาวน์เฮาส์จะมีแบรนด์ "กาญจน์กนก ทาวน์" ราคา 1.5-2.3 ล้านบาท ทำสองชั้น จอดรถ 2 คัน ที่ดิน 21-40 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 120 ตร.ม. หน้ากว้าง 5.7 เมตร

ถัดมา คอนโดมิเนียมทำมาแล้ว 25 โครงการ แบรนด์ "วัน พลัส" แบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ห้องชุด 30-35 ตร.ม. ราคา 1.2-2.5 ล้านบาท ถ้าราคาสูงขึ้นมาหน่อยจะใช้แบรนด์ "กรีนเนอรี่ ฮิลล์" ห้องชุด 1-2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 55-110 ตร.ม. นั่นคือเป็นคอนโดฯห้องใหญ่นั่นเอง ราคา 2.3-6 ล้านบาท

ยังมีโฮมออฟฟิศ "บิส พอยต์" แบรนด์เดียวแต่มี 10 ทำเลด้วยกัน บนที่ดิน 17-25 ตร.ว. ราคา 3.8-8 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโปรดักต์เฉพาะกิจ จะเรียกว่าเป็นโครงการมิกซ์ยูส หรือจะเป็นคอมมิวนิตี้มอลล์ก็ได้ทั้งนั้น ใช้แบรนด์ "เค พาร์ค บิสสิเนส เซ็นเตอร์" มีทั้งบ้านแฝด โฮมออฟฟิศ อยู่ใกล้เวียงกุมกาม ราคาดุหน่อย เริ่ม 6.8 ล้านบาท 

การแบ่งงานกันทำในบริษัท "พี่เป้-กนกศักดิ์" เป็นมือซื้อที่ดิน เพราะฉะนั้นต้องมองขาดว่าจะเป็นทำเลดาวรุ่งได้หรือไม่ เทคนิคมีอยู่ว่าถ้าอยู่ในซอย จะต้องสามารถเปิดทะลุทางเข้าออกได้หลายทาง รวมทั้งให้ลูกค้ายื่นพรีแอปพรูฟกับธนาคาร ก่อนเซ็นสัญญาจะซื้อจะขาย โดยเริ่มทำมา 5 ปี แก้ปัญหาในอดีตที่มีการทิ้งดาวน์เยอะมาก

ถามถึงสัดส่วนรายได้มาจากบ้านเดี่ยว 64% ทาวน์โฮม 8% โฮมออฟฟิศ 12% คอนโดฯ 16% โดยมีแลนด์แบงก์กำอยู่ในมือ 1,000 ไร่รอพัฒนา

เมื่อถามถึงภาวะการแข่งขันเพราะมีบิ๊กแบรนด์จากเมืองกรุงเข้ามาร่วมแจมด้วยมากมาย คำตอบสั้น ๆ ประหยัดถ้อยคำ คือ ทำอสังหาฯในเชียงใหม่ไม่ยาก แต่จะยากตรงซื้อที่ดินเพราะแพงขึ้นทุกวัน โดยประสบการณ์ 13 ปีบนเส้นทางของการเป็นดีเวลอปเปอร์พิสูจน์มาแล้วถึงฝีมือในการบริหารจัดการด้าน "คอสต์คอนโทรล" ทั้งราคาที่ดินและการก่อสร้าง

กลายเป็นเคล็ดลับความสำเร็จของกาญจน์กนกที่สามารถขายบ้านถูกกว่าคู่แข่ง20%ในทุกทำเล

 

ที่มา : prachachat

 

25 พฤศจิกายน 2016