การเดินทางในโลกอนาคต กับ Uber Elevate

การเดินทางในโลกอนาคต กับ Uber Elevate

26 เมษายน 2018

ปัญหาการจราจรที่ติดขัดในเมืองใหญ่ๆ ดูจะเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกสักที ต่อให้มีการพัฒนาขนส่งมวลชนอย่างรถประจำทางหรือแท็กซี่ แต่ทุกอย่างก็ยังคงร่วมกันใช้ถนนเดียวกันอยู่ เคยคิดกันไหมครับว่า พอถึงวันหนึ่ง การเดินทางบนท้องถนนอาจจะไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น เช่นนั้นแล้วลองเปลี่ยนมาเดินทางบนท้องฟ้าด้วยรถยนต์บินได้ดูดีไหม อาจจะฟังดูเป็นหนังไซไฟในโลกอนาคต แต่รู้หรือไม่ว่าตอนนี้หลายบริษัทกำลังแข่งขันกันพัฒนา "รถยนต์บินได้" กันแล้ว หนึ่งในนั้นคือ Uber ผู้ให้บริการรถแท็กซี่แบบโทรให้มารับถึงที่ได้ ซึ่งเปิดให้บริการในหลายๆ ประเทศทั่วโลกที่เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักกันดี

แบบร่างเครื่องบิน VTOL

Uber ได้เริ่มต้นออกแบบร่างของรถยนต์บินได้ไว้เมื่อปี 2016 โปรเจคนั้นเรียกกันในชื่อว่า "Uber Elevate" ต่อมา Uber ได้ออกมาประกาศการพัฒนาเครื่องบินในชื่อ "Vertical Takeoff and Landing" (VTOL) หรือจะเรียกว่าเป็นเครื่องบินที่สามารถขึ้นและลงในแนวตั้งได้ตรงตามชื่อที่ตั้งไว้ โดยมีแนวคิดว่าเมื่อพื้นที่บนท้องโล่งในขณะที่ถนนเต็มไปด้วยรถรามากมาย การเดินทางทางอากาศจะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางและมีความปลอดภัยกว่าการเดินทางประเภทอื่นๆ ในราคาที่ไม่แพงเกินไป และมีความสะดวกสบายที่ทุกคนจะสามารถใช้บริการได้

ยกตัวอย่างการเดินทางด้วย VTOL นั้น สามารถใช้เดินทางจาก San Francisco’s Marina ไปยังย่าน Downtown ของ San Jose ที่ปกติจะใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ถึง 2 ชั่วโมงให้เหลือเพียง 15 นาทีเท่านั้น ลองคิดภาพตามว่าถ้าคุณต้องใช้เวลาเดินทางจาก 2 เมืองดังกล่าวไปทำงานเช้าและเย็น คุณจะเสียเวลาบนท้องถนนไปมากกว่า 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งหากใช้การเดินทางทางอากาศก็จะช่วยประหยัดเวลาเดินทางไปได้มาก และทำให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้เวลานั้นไปทำอย่างอื่นได้อีก

ท่าจอดเฮลิคอปเตอร์เก่า

ถ้าพูดถึงยานพาหนะที่ใกล้เคียงกับ VTOL มากที่่สุดคงเป็น เฮลิคอปเตอร์ แต่เฮลิคอปเตอร์นั้นเสียงดังเกินไป ไม่มีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดมลพิษ และมีราคาแพง ซึ่งไม่เหมาะกับการให้บริการสำหรับคนทั่วไป ส่วน VTOL นั้นจะมีเสียงที่ไม่ดังมากเกินไปจนรบกวนชุมชน และจะใช้ไฟฟ้าแทนการใช้น้ำมัน ทำให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า ทั้งนี้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ VTOL จะเลือกใช้พื้นที่เก่าของดาดฟ้าของโรงจอดรถ ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ท่าเรือ หรือพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งานรอบๆ ทางหลวง โดยสถานที่ที่ใช้จอด VTOL หลายคัน จะเรียกว่า "Vertiports" เหมือนเป็นส่วนของสถานี ส่วนถ้าเป็นลานจอด VTOL เดี่ยวๆ จะเรียกว่า "Vertistops" เหมือนเป็นส่วนของป้ายจอดรถประจำทาง  

ลานจอด VTOL

จากภาพแบบร่างตัวอย่างลานจอด VTOL เป็นการเปลี่ยนดาดฟ้าของอาคารจอดรถสูง 8 ชั้นมาทำเป็นลานจอดเครื่อง VTOL จำนวน 12 ลำ โดยจะมีจุดจอดรับส่งผู้โดยสาร 2 จุดซึ่งสามารถใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้กับเครื่องได้ และมีจุดจอดพักอีก 10 จุด นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการคัดกรองผู้โดยสาร จุดตรวจค้นตัวผู้โดยสาร ส่วนพักคอยของผู้โดยสาร ทั้งนี้เครื่อง VTOL สามารถเคลื่อนที่ด้วยล้อเพื่อย้ายไปยังจุดจอดพักอื่นๆ ได้โดยที่ไม่ต้องขึ้นบิน การขึ้นลงของเครื่องจะขึ้นลงในแนวดิ่ง แต่การเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอาจจะต้องใช้วิธีโค้งเพื่อส่งให้เครื่องเคลื่อนไปยังทิศทางที่ต้องการได้ ดังนั้นการเลือกพื้นที่ที่จะทำเป็นลานจอด VTOL จะต้องไม่มีอาคารที่สูงกว่าอยู่ล้อมรอบ อย่างไรก็ตามหากเป็นตึกที่สูงมากๆ ที่แม้จะไม่มีตึกสูงล้อมรอบแต่ลมอาจจะแรงเกินไป ซึ่งเป็นอันตรายต่อการนำเครื่องขึ้นและลง

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงผลที่ตามมามีหลายประเด็นที่น่าสนใจ ซึ่งทาง Uber เองก็ตระหนักถึงมุมมองของสาธารณะชนที่จะมองการให้บริการแบบนี้ในแง่ใดบ้าง โดยเรื่องที่เป็นประเด็นหลักได้แก่เรื่อง ความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย ดังนั้นการเดินทางด้วยเครื่อง VTOL นั้นเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ต้องมีการทดสอบให้แน่ใจเสียก่อนนำออกมาใช้ รวมไปถึงการรักษาความปลอดภัยจากการโดนไฮแจ๊ค การโดนแฮกกิ้งระบบ หรือการนำเครื่องลงฉุกเฉินหากเกิดอุบัติเหตุหรือผู้โดยสารเกิดไม่สบายขึ้นมา ส่วนประเด็นอื่นๆ ก็มีเช่น เรื่องความดังของเสียงว่าจะกระทบกับเมืองอย่างไร เรื่องความเป็นส่วนตัว ที่ต้องมีการควบคุมความสูงในการบิน เพื่อไม่ให้ละเมิดความเป็นส่วนตัวเมื่อมองลงมาจากเครื่อง เป็นต้น

Jeff Horden หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Uber กล่าวว่าบริการแท็กซี่ด้วยการเดินทางทางอากาศนั้นจะเปิดให้บริการในปี 2020 โดยจะเริ่มต้นที่ Los Angele, Dallas-Fort และ ประเทศ Dubai นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการเซ็นสัญญา Space Act Agreement กับ NASA เพื่อสร้างการเดินทางทางอากาศแบบบินต่ำ โดยเกิดเป็นความร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยี ซึ่งอาจจะช่วยเพิ่มความเป็นไปได้ให้กับโปรเจกต์นี้มากขึ้น อย่างไรก็ตามการเดินด้วย "รถยนต์บินได้" นั้น ก็กำลังมีอีกหลายบริษัทกำลังพัฒนากันอยู่เช่นกัน อาทิ Boeing, Airbus, Kitty Hawk (บริษัทของ Larry Page ผู้ก่อตั้ง Google) ก็คงต้องดูกันว่าใครจะเป็นผู้เปิดตัวเทคโนโลยีรถยนต์บินได้หรือเครื่องบินสำหรับการบินต่ำได้ก่อนกัน

จากเทคโนโลยีในปัจจุบัน คงไม่ยากนัก ถ้าจะสร้างเครื่องบินแบบ VTOL หรือ รถยนต์บินได้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญคือความปลอดภัย รวมไปถึงประเด็นอื่นๆ ที่ผู้พัฒนาต้องตอบให้ได้ว่าการเดินทางแบบนี้จะสามารถทำให้ทุกคนบนโลกยอมรับได้หรือไม่ อีกทั้งยังมีเรื่องของกฎหมายการบิน คุณภาพการให้บริการ ราคาค่าให้บริการที่รับได้ และ การสร้างเครือข่ายและเส้นทางการให้บริการ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะทดสอบให้สามารถใช้ได้จริง และสามารถนำมาให้บริการได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเข้าถึงทุกคน ซึ่งคงดีไม่น้อยถ้าเราสามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น คงจะเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตให้กับหลายๆ คนได้เลยทีเดียว

ดูบทความ Tech & Trend ได้ที่นี่

02 พฤษภาคม 2018