ขั้นตอนการเลือกซื้อกระเบื้องแบบง่ายๆ โดยบุญถาวรเชียงใหม่

ขั้นตอนการเลือกซื้อกระเบื้องแบบง่ายๆ โดยบุญถาวรเชียงใหม่

24 กันยายน 2019

ถ้าให้เลือกวัสดุปูพื้นสำหรับบ้านพักอาศัย ส่วนใหญ่คงเลือกพื้นกระเบื้องเป็นอย่างแรก เพราะเราต่างรู้กันดีว่าพื้นกระเบื้องนั้นมีคุณสมบัติที่ครบรอบด้าน ดูสวยงามแข็งแรง มีราคาถูก หาซื้อได้ง่าย และมีให้เลือกซื้อมากมาย แต่เพราะกระเบื้องเองก็มีหลายชนิด หลายขนาด ต่างลวดลายและสีสัน แล้วแบบนี้คนเลือกซื้อกระเบื้องมือใหม่จะต้องเริ่มต้นอย่างไรเมื่อต้องไปซื้อกระเบื้องเข้าบ้าน

วันนี้ Baania ขอพาทุกท่านมาที่ บุญถาวร เชียงใหม่ ศูนย์รวมกระเบื้องที่มีให้เลือกมากมายหลายประเภท เพื่อมาหาคำแนะนำดีๆจากผู้เชี่ยวชาญที่รู้เรื่องกระเบื้องดีกว่าใคร โดยเราได้พบกับ คุณสหัสชาญ กรเกษตร หรือพี่โต้ง ตำแหน่งพนักงานแนะนำสินค้ากระเบื้องนำเข้า ที่มาแนะนำขั้นตอนการเลือกซื้อกระเบื้องง่ายๆให้เราได้ฟังกัน มาดูกันว่าจะมีข้อแนะนำอะไรที่สามารถนำไปใช้เลือกซื้อกระเบื้องสำหรับบ้านของคุณกันได้บ้างนะครับ

1. เปรียบเทียบกับพื้นอย่างอื่นก่อน

สำหรับคนที่ยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกพื้นแบบไหน ลองเปรียบเทียบพื้นหลายๆแบบถึงข้อดีข้อเสียกันก่อน โดยพื้นที่นิยมนำมาปูในบ้านนอกจากกระเบื้องที่เราอยากแนะนำให้รู้จักแล้ว ยังมีพื้นลามิเนตและพื้นไวนิลอีกด้วย สำหรับคนที่ต้องการพื้นลายไม้ ทั้งพื้นกระเบื้อง พื้นลามิเนต และพื้นไวนิลเองต่างก็มีลวดลายไม้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้จึงต้องมาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของวัสดุแต่ละประเภทกันก่อน ดังนี้

  • พื้นลามิเนต ผลิตจากการนำไม้เนื้อแข็งที่ย่อยเป็นผงมาผสมกับสารอื่นๆแล้วเอามาบีบอัดเป็นแผ่นไม้ ทำให้ไม้ลามิเนตให้อารมณ์ตอนเหยียบใกล้เคียงกับพื้นไม้มากที่สุด ทั้งยังสามารถติดตั้งได้ง่ายเพียงปรับระดับพื้นให้เรียบและปูแผ่นรองก่อนจะปูแผ่นไม้ลามิเนตลงไปโดยไม่ต้องใช้กาวยึด ข้อเสียคือด้วยความที่ไม้ลามิเนตมีส่วนผสมของไม้ อาจจะมีปัญหาพื้นบวม พอง หากพื้นถูกน้ำท่วม หรือเจอปัญหาปลวกที่มากินส่วนที่เป็นไม้ได้
  • พื้นไวนิล ผลิตจาก pvc100% ไม่มีส่วนผสมของไม้ มีความแข็งแรงและไม่หดตัว มีลวดลายให้เลือกมากมาย มีความคล้ายคลึงกับไม้ ไม่บวมน้ำ ไม่มีปัญหาปลวกกิน เรียกว่าแก้ไขปัญหาจากไม้ลามิเนตเพราะไม่มีส่วนผสมของไม้นั้นเอง ข้อเสียคือบางรุ่นมีราคาสูงตามคุณสมบัติและแบรนด์ผู้ผลิต หากปูไม่เรียบ เวลาเดินจะเกิดเสียง และให้ความรู้สึกเวลาเหยียบไม่เหมือนพื้นไม้เท่าลามิเนต
  • พื้นกระเบื้อง มีลวดลายและพื้นผิวลายไม้ มีตั้งแต่แบบราคาถูกไปจนถึงแพง มีความแข็งแรงทนทานมากที่สุด สามารถนำไปปูได้ทุกห้อง รวมไปถึงในห้องน้ำที่ต้องโดนน้ำ แต่มีข้อเสียคือ เวลาเหยียบอาจจะรู้สึกว่ามันเป็นกระเบื้องมากกว่า และเวลาปูต้องใช้ช่างผู้ชำนาญเพื่อเรียงกระเบื้องให้ลายต่อกันสวยงามและต้องปรับระดับพื้นตอนปู อีกทั้งยังต้องเว้นช่องวางระหว่างแผ่นกระเบื้องสำหรับยาแนว ซึ่งบางคนอาจจะไม่ชอบ

2. เลือกชนิดกระเบื้องให้ถูกการใช้งาน

          ถ้ามั่นใจแล้วว่าอยากได้พื้นกระเบื้อง ต่อไปก็ต้องเลือกชนิดกระเบื้องให้ถูกต้อง โดยกระเบื้องก็มีหลายประเภท อาทิ กระเบื้องดินเผา กระเบื้องเนื้อเกรซพอร์ซเลน กระเบื้องแกรนิตโต กระเบื้องโมเสค แต่ถ้าพูดถึงกระเบื้องปูพื้นที่นิยมกัน คงไม่พ้นกระเบื้องเนื้อเกรซพอร์ชเลนและแกรนิตโตที่คงเคยได้ยินกันมาบ้าง โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • กระเบื้องเนื้อเกรซพอร์ซเลน (Porcelain) คือกระเบื้องที่มีความแข็งแกร่ง ส่วนผสมหลักจะเป็น ปูน,หิน,ดิน,ทราย และแร่บางชนิด ผสมอัดให้เข้ากันเผาในอุณหภูมิ 1,250 องศาเซลเซียส อัตราการดูดซึมน้ำต่ำ มีความแข็งแรงรับน้ำหนักได้ดี ทนต่อการขูดขีด ส่วนแกรนิตโต้นั้น ส่วนใหญ่ผิวหน้าจะเคลือบด้วยสาร NANO ส่วนเรื่องความแข็งแรงและองค์ประกอบอื่นๆ จะเหมือนกับ แกรซพอร์ซเลน
  • กระเบื้องดินเผา เหมาะสำหรับงานและพื้นที่อยู่ในอาคารใช้สำหรับปูตกแต่งหรือใช้งานในลักษณะที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก ไม่ต้องอยู่กลางแดดกลางฝน เพราะเปราะและแตกหักง่าย
  • กระเบื้องโมเสค (MOSAIC) เหมาะสำหรับงานตกแต่ง ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเนื้อแก้ว แต่บางรุ่นจะเป็นเนื้อเซรามิค มีสีสันให้เลือกมากมาย สามารถตัดตกแต่งได้ตามชอบ

3. เป็นพื้นปูภายในหรือภายนอก

ก่อนอื่นในการเลือกซื้อกระเบื้องต้องดูว่าห้องที่เราจะปูนั้นเป็นห้องอะไร และเป็นพื้นสำหรับปูภายในหรือภายนอก เพื่อนำไปเลือกพื้นผิวของกระเบื้องว่าจะเลือกเป็นพื้นผิวด้าน (Matt) พื้นผิวเงา (Glossy) หรือพื้นผิวกึ่งเงากึ่งด้าน (Semi-Gloss) ตามลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยที่กระเบื้องผิวด้านนั้นจะใช้ปูภายนอกอย่างพื้นซักล้าง พื้นระเบียงหน้าบ้านและพื้นห้องน้ำ เพื่อป้องกันการเดินลื่นเมื่อกระเบื้องโดนน้ำ ส่วนกระเบื้องผิวเงานั้นจะใช้ปูพื้นห้องทั่วไป เพราะให้ความรู้สึกสวย เงางาม ดูหรูหรา ดูทำความสะอาดง่ายกว่า อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับความชอบด้วย ซึ่งแนะนำให้ท่านเจ้าของบ้านเข้ามาเลือกกระเบื้องเองที่โชว์รูมที่มีกระเบื้องให้ดู เพราะต้องมีการสัมผัสด้วยมือเพื่อเลือกพื้นผิวที่ชอบที่สุด

4. ใช้ปูพื้นหรือปูผนัง

กระเบื้องปูพื้นและกระเบื้องปูผนังนั้นมีความแตกต่างกัน กระเบื้องปูพื้นต้องมีความสามารถทนทานต่อการรับน้ำหนักมากกว่า ผลิตมาด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่า แข็งแรงกว่า มีน้ำหนักมากกว่า ส่วนกระเบื้องปูผนังนั้นจะเน้นไปที่การตกแต่งเป็นหลัก จึงมีน้ำหนักที่เบากว่า เน้นให้ติดตั้งได้ง่าย และมีลวดลายและพื้นผิวให้เลือกมากมาย อย่างไรก็ตามเราสามารถเอากระเบื้องพื้นมาปูผนังได้ แต่เอากระเบื้องผนังไปปูพื้นไม่ได้ เพราะกระเบื้องผนังทนทานน้อยกว่านั้นเอง อย่างไรก็ตามหากเอากระเบื้องพื้นไปปูผนัง อาจจะต้องเพิ่มช่องยาแนวให้มากขึ้น ใช้ช่างผู้ชำนาญ เพราะต้องยึดกระเบื้องให้แน่นกว่าเนื่องจากกระเบื้องหนักกว่ากระเบื้องผนัง

5. เลือกลวดลายและขนาดที่ชอบ

คนส่วนใหญ่จะข้ามขั้นตอนอื่นๆมาเลือกที่ลวดลายก่อนเป็นอันดับแรก เพราะให้ความสำคัญกับความสวยงามมากที่สุด เช่น อยากได้พื้นลายไม้ อยากได้พื้นลายหินธรรมชาติ แล้วจึงมาเลือกพื้นผิวและขนาดในภายหลัง โดยสำหรับขนาดกระเบื้องมาตรฐานของไทยนั้นเมื่อก่อนจะอยู่ที่ขนาด 8*8, 12*12, 8*10, 10*16 นิ้ว แต่ปัจจุบันมีขนาดและรูปแบบให้เลือกมากมาย แล้วแต่ความเหมาะสมของพื้นที่ ส่วนเรื่องของลวดลายก็เลือกตามความชอบได้เลย ทั้งนี้กระเบื้องจะเป็นตัวกำหนดโทนสีของห้อง รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์หรือสุขภัณฑ์ที่จะตามมาทีหลัง

6. ตัดสินใจซื้อแล้ว ให้ดูรายละเอียดที่กล่อง

สำหรับเวลาซื้อกระเบื้องที่มีลวดลายหรือเป็นลายหินธรรมชาติ ให้ดูที่รุ่นของกระเบื้องว่าเป็นกระเบื้องแบบ Random PatternหรือNormal Pattern โดยแบบ Random Pattern นั้นจะมีลวดลายมากกว่า 1 แบบ และจะมีแบบคละลายและแบบคละสี สามารถปูได้เลย ไม่ต้องจัดเรียงลวดลาย ส่วนแบบ Normal Pattern นั้นจะมีลวดลายแบบเดียวเหมือนกันทุกผ่าน ตรงนี้ก็อยู่ที่ความชอบของคุณว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน ทั้งนี้เวลาซื้อต้องดูว่ากระเบื้องที่ซื้อแต่ละกล่องมีเฉดสีเดียวกันซึ่งจะมีระบุตัวเลขไว้ที่กล่อง เพื่อให้เวลาปูสีจะได้เท่ากันหรือใกล้เคียงกันให้มากที่สุด ยิ่งคนที่เลือกซื้อกระเบื้องลดล้างสต็อก ต้องเช็คของดีๆว่ามีเพียงพอกับพื้นที่ที่ต้องปู โดยที่ควรซื้อกระเบื้องให้มากกว่าพื้นที่ที่จะปูไป 10% ยังไงก็เผื่อเหลือดีกว่าขาดแน่นอน

7. กระเบื้องสวยอย่างเดียวไม่พอ ต้องปูสวยด้วย

อีกหนึ่งเรื่องที่เรียกว่าสำคัญมากที่สุดคือการปูกระเบื้อง ที่ควรต้องใช้ช่างที่มีประสบการณ์ เพราะการเตรียมพื้นที่ก่อนการปูพื้นกระเบื้องและการปูกระเบื้องมีเทคนิคหลายอย่างที่ช่างต้องทราบ อาทิ การตรวจสอบรุ่นกระเบื้องก่อนการปู การเริ่มปูกระเบื้องจากมุมหรือด้านใดด้านหนึ่งของห้อง การเว้นร่องยาแนวด้วยอุปกรณ์จัดแนวกระเบื้อง การวางอุปกรณ์ปรับระดับกระเบื้อง การเลือกรูปแบบการปูให้สวยงาม การเลือกวิธีการปูและวัสดุยึดพื้นให้เหมาะกับชนิดกระเบื้อง การเลือกชนิดของยาแนวว่าจะใช้แบบปกติหรือแบบไหล เป็นต้น เพื่อให้ได้พื้นกระเบื้องที่ออกมาสวยมากที่สุด

8. การดูแลรักษาหลังปูเสร็จแล้ว

ขั้นตอนสุดท้ายอย่าลืมถามวิธีดูแลกระเบื้องให้เหมาะกับชนิดกระเบื้องมาด้วย เช่น ควรทำความสะอาดกระเบื้องด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ควรใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของกรดหรือสารเคมีประเภทไอโซโพรพิล (แอลกอฮอล์) และ หลีกเลี่ยงอุปกรณ์ทำความสะอาดที่มีผิวหยาบและแหลมคมเพื่อปกป้องผิวหน้ากระเบื้อง

นี่เป็นข้อแนะนำเล็กๆน้อยๆที่พี่โต้งจากบุญถาวรเชียงใหม่นำมาฝากกันนะครับ หวังว่าคงจะมีประโยชน์กับคนที่กำลังจะเลือกกระเบื้องกันอยู่นะครับ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม สามารถเข้าไปที่บุญถาวรเชียงใหม่แล้วถามพนักงานแนะนำการขายได้เลย รับรองว่ามาที่นี่ คุณจะได้คำตอบของทุกคำถามเรื่องกระเบื้องแน่นอนเลย

และสำหรับคนที่กำลังจะต้องซื้อกระเบื้องเข้าบ้าน ตอนนี้บุญถาวรเชียงใหม่จัดโปรโมชั่น Tile Expo ช้อปกระเบื้อง ลด หนัก มาก! ตั้งแต่วันนี้ - ตุลาคม 62 พบกับกระเบื้องหลากหลายดีไซน์ หลายสีสันที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นแบบจัดหนัก จัดเต็ม เมื่อช้อปสินค้าวัสดุปูพื้น/ผนัง รับส่วนลดสูงสุด 10%* และเมื่อช้อปสินค้ากระเบื้องนำเข้า รับสูงสุดทองคำหนัก 5 บาท* รายละเอียดสามารถสอบถามได้ที่เพจ บุญถาวรเชียงใหม่ BoonthavornChiangMai หรือสอบถามได้ที่ 053-931-888

02 ตุลาคม 2019