"ชิค รีพับบลิค"ฟุ้งยอดขายโตสวนศก.

"ชิค รีพับบลิค"ฟุ้งยอดขายโตสวนศก.

20 มกราคม 2017

ชิค รีพับบลิคฯเผยแผนครึ่งปีหลังเตรียมเปิดบริการสาขาราชพฤกษ์ มูลค่าลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ฟุ้งยอดขายโตสวนกระแสเศรษฐกิจปีละ25-30% เหตุสินค้าตอบโจทย์ดีมานด์ตลาดกลาง-บน ตั้งเป้ารายได้ปี59แตะ1,000ล้านบาท จ่อขยายฐานAECในรูปแบบ Stand alone

นายกิจจา ปัทมสัตยาสนธิ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชิค รีพับบลิค จำกัด ศูนย์การค้าที่รวบรวมเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านมาตรฐานยุโรปและอเมริกา ภายใต้แนวคิด “Home Fashion Store” เปิดเผยถึงแผนการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังปี 2559 ของบริษัทฯว่าเตรียมเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 1 สาขา คือ สาขาราชพฤกษ์ พื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร มูลค่าการลงทุนกว่า 500 ล้านบาท โดยจะเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายนนี้ จากปัจจุบันมีกว่า 3 สาขา ได้แก่ สาขาเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา, สาขาบางนา และสาขาพัทยาบนถนนสุขุมวิท พัทยาใต้ (เยื้องบิ๊กซีพัทยาใต้) โดยยังคงมุ่งเน้นการพัฒนารูปแบบสาขา ที่ตอบสนองความต้องการครอบครัวของลูกค้าที่มาแล้วทำให้เกิดแรงบันดาลใจ (Inspiration) และประสบการณ์ (Experience) รวมถึงร้านอาหารชื่อดัง นอกจากนี้ยังมองโอกาสในการเจาะตลาดลูกค้าต่างจังหวัด ซึ่งยังมีช่องว่างให้ทำตลาดอีกมาก เพื่อขยายฐานลูกค้า โดยตั้งเป้าเปิดปี 1 สาขา คาดว่าจะใช้เม็ดเงินในการลงทุนประมาณ 500-600 ล้านบาท 
 
"ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ก่อตั้ง ชิค รีพับบลิค เราจะเน้นสิ้นค้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่จับกลุ่มลูกค้าตลาดกลาง-บน ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 25-30% แม้ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยจะประสบปัญหาด้านการเมือง หรือในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ โดยในปี 2557 มียอดขายกว่า 600 ล้านบาท ปี 2558 ยอดขาย 850 ล้านบาท  และในปี 2559 ตั้งเป้ายอดขาย 1,000 ล้านบาท"นายกิจจา กล่าว
 
[An image]
คุณกิจจา ปัทมสัตยาสนธิ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชิคฯ
 
สำหรับปี 2559 นี้บริษัทฯมั่นใจว่าจะสามารถเติบโตได้กว่า 15% หรือมีรายได้รวม 1,000 ล้านบาท จากรายได้ 850 ล้านบาทในปี 2558 นับว่าเป็นอัตราการเติบโตที่สูงสวนทางภาวะตลาดโดยรวมที่ชะลอตัว สาเหตุเนื่องจากในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจนั้น ลูกค้าจะเพิ่มความระมัดระวังการใช้จ่าย และพิถีพิถันในการเลือกสินค้าที่มีคุณภาพราคาคุ้มค่าคุ้มราคามากขึ้น ซึ่งบริษัทฯสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างดี นอกจากนี้ตลาดระดับกลาง-บน ยังคงมีกำลังซื้อและความต้องการที่สูง อีกทั้งกำลังซื้อส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ สะท้อนจากอัตราการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลาง-บน โดยเฉพาะโครงการระดับไฮเอนด์-ลักร์ชัวรี่เปิดตัวใหม่อย่างต่อเนื่อง สวนทางตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมที่ชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดล่างที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อจำนวนมาก
 
นอกจากนี้ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสนใจให้ความสำคัญกับการตกแต่งที่อยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น จึงเป็นปัจจัยบวกสำคัญทำให้กลุ่มลูกค้าโครงการมาเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีแฟชั่นไลฟ์สไตล์ เพื่อตกแต่งห้องตัวอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากที่สุด จึงทำให้ฐานลูกค้ากลุ่มโครงการของบริษัทเติบโตกว่า 10% จากช่วงต้นปี และส่งผลทำให้สัดส่วนลูกค้าโครงการขยับมาอยู่ที่ 25% และสัดส่วนลูกค้ารายย่อยอยู่ที่ 75% โดยปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าโครงการแบรนด์ใหญ่ อาทิ โครงการทอสคาน่า เขาใหญ่, แสนสิริฯ, แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ฯ และ แกรนด์ยูนิตี้ฯ เป็นต้น
 
นายกิจจา กล่าวต่อไปว่า แผนการดำเนินงานของบริษัทฯนับจากนี้ จะมุ่งเป้าสู่การเป็นแบรนด์โฮมแฟชั่นสโตร์ระดับอินเตอร์เนชั่นเนล มีสาขาในต่างประเทศ ด้วยการเตรียมเจาะตลาดในประเทศกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน( AEC )ทั้งในรูปแบบของการตั้งตัวแทนจำหน่ายเป็นผู้ลงทุนเปิดสาขาการร่วมทุน หรือการลงทุนเปิดสาขาเอง แต่จากการศึกษาตลาดพบว่า ราคาที่ดินในย่านเศรษฐกิจหรือย่านการค้าของกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว กัมพูชาและเวียดนาม มีราคาสูงกว่าไทย 2- 3 เท่าตัว ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาในการคืนทุนนานขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทสนใจที่จะลงทุนเอง เนื่องจากสามารถบริหารจัดการได้เองปรับตัวได้เร็ว หรือร่วมทุนกับพันธมิตรเปิดสาขา เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องกฎหมายและอื่นๆ ซึ่งสาขาที่จะเปิดจะเป็นสาขาเดี่ยว หรือ Stand alone เพื่อให้สามารถแสดงสินค้าได้ครบถ้วนสะท้อนความเป็นตัวตนของชิค รีพับบลิค
 
ในปัจจุบันบริษัทเริ่มมีลูกค้ากลุ่มโรงแรมและลูกค้าที่มีฐานะจากต่างประเทศเดินทางมาซื้อสินค้าของ ชิค รีพับบลิค ในประเทศไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ ลาว เวียดนาม พม่า และอินเดีย เป็นต้น และผลักดันให้รายได้รวมเติบโตแตะระดับ 1,200 ล้านบาทในสิ้นปี 2560
 

ที่มา : prop2morrow

07 กุมภาพันธ์ 2017