ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ทำเลอาคารพาณิชย์

ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ทำเลอาคารพาณิชย์

01 พฤษภาคม 2013

“ถนนเชียงใหม่-ลำพูน” ทางหลวงหมายเลข 106 หรือที่เรียกว่า “ถนนสายต้นยาง” อยู่ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นถนนสายแรกที่ใช้คมนาคมติดต่อระหว่างจังหวัดเชียงใหม่และลำพูนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ความโดดเด่นและเอกลักษณ์ของถนนสายนี้คือมีต้นยางนาเรียงกันเป็นทิวแถวทั้งสองฟากฝั่งถนน อายุราว 120 ปี ทั้งวิถีชีวิตของผู้คนและโบราณสถานอันเก่าแก่ยิ่งทำให้ถนนสายต้นยางมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

ถนนต้นยาง ระหว่างทางถนนเชียงใหม่-ลำพูน

นอกจากความมีเอกลักษณ์ที่น่าหลงใหลของต้นยางนาแล้ว ถนนสายนี้เริ่มมีความเคลื่อนไหวของนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่เข้าไปจับจองพื้นที่ทำโครงการทั้งแนวราบและแนวสูง HBG ฉบับนี้จึงลงสำรวจเส้นทางเพื่ออัพเดทข้อมูลของถนนสายต้นยางอีกครั้ง เริ่มตั้งแต่เชิงสะพานนวรัฐสิ้นสุดที่บ้านปากกอง ตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร

ขัวเหล็ก เชียงใหม่

เชิงสะพานนวรัฐถึงสี่แยกหนองหอย

ในย่านนี้มีทั้งบ้านเรือน-อาคารพาณิชย์เก่าเรียงรายตามถนน การจราจรยังคงคับคั่งเนื่องด้วยถนนเส้นนี้มีเป็นถนนแบบ 2 ช่องจราจร ซึ่งค่อนข้างแคบ รถวิ่งสวนทางกันต้องใช้ความระมัดระวัง ผู้ที่ต้องการเดินทางโดยรถประจำทางสามารถนั่งรถสองแถว (สีฟ้า) ที่จอดเรียงรายรอรับผู้โดยสารอยู่บริเวณตรงข้ามโครงการริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต และยังมีบริการรถโดยสารประจำทางและรถตู้ประจำทางคอยให้บริการอีกด้วย

คิวรถเชียงใหม่-ลำพูน

ทั้งสองฝั่งถนนในย่านนี้ส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหาร สถานบันเทิง โดยเฉพาะด้านติดกับแม่น้ำปิงมีบางจุดที่ทำการปรับพื้นที่เตรียมการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารเก่า พื้นที่ว่างติดถนนประกาศขายมีน้อยมาก ฝั่งซ้ายมือส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ของค่ายกาวิละและสนามกอล์ฟสโมสรเชียงใหม่ยิมคานา ผู้ที่สัญจรจะเริ่มเห็นต้นยางหนาตาตลอดสองฝั่งถนน ตั้งแต่บริเวณแยกขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ไปจนถึงสี่แยกหนองหอย ซึ่งการจราจรจะติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน

 

จากสี่แยกหนองหอยถึงแยกเวียงกุมกาม (เส้นตัดถนนวงแหวนรอบ 2)

เลยสี่แยกหนองหอยมุ่งหน้าไปทางจังหวัดลำพูนประมาณ 500 เมตร จะพบกับโครงการเชียงใหม่ 89 พลาซ่า คอมมูนิตี้มอลล์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ธนาคาร เป็นต้น รวมถึงมีตลาดนัดทุกวันจันทร์ พุธและศุกร์อีกด้วย เป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอยของผู้คนในย่านนี้เป็นอย่างดี บริเวณใกล้กันยังมีที่ดินเปล่าผืนใหญ่ที่ยังไม่ได้ดำเนินการพัฒนาในรูปแบบแต่อย่างใด

วัดที่อยู่ระหว่างทางถนนเชียงใหม่-ลำพูน

ถัดมาบริเวณสถานีตำรวจภูธรแม่ปิง กำลังมีการลงทุนอสังหาริมทรัพย์อย่างคึกคัก โดยเฉพาะฝั่งตรงข้ามที่มีกลุ่มทุนท้องถิ่นอย่างใจแก้วเอราวัณ กำลังดำเนินการก่อสร้างตึกแถวหลายคูหา หากเลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยวัดสันป่าเลียงจะพบกับโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ อาทิ โครงการโฮมอินทาวน์, โครงการใจแก้วเอราวัณ, โครงการบ้านกลางเวียง และ Jubilee Condo สูง 8 ชั้น 3 อาคาร จำนวน 234 ยูนิต พร้อมอาคารพาณิชย์อีก 34 ยูนิต ภายในซอยยังมีการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ขนาด 3-5 ยูนิตอยู่หลายแห่ง และมีประกาศขายที่ดิน บ้านเดี่ยวและห้องแถวบางจุด

โครงการ ดีญ่า วาเล่ย์ สารภี

ถนนช่วงนี้ถือว่ามีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในย่านที่ใกล้แหล่งการค้า โครงการบ้านจัดสรรและคอนโดฯ จะอยู่ตามซอกซอย ส่วนอาคารพาณิชย์จะอยู่ติดกับถนนหลัก มีประกาศขายที่ดินและอาคารพาณิชย์ใหม่บางจุด ในย่านนี้ยังคงมีชุมชนเก่าแก่ทั้งสองฝั่งถนน มีวัดวาอารามและเส้นทางที่เชื่อมไปยังโบราณสถาน อย่างเวียงกุมกาม มีการค้าขายกิจการเล็กๆ เช่น ร้านซ่อมรถ เต้นรถมือสอง ร้านขายของชำ เป็นต้น การจราจรช่วงทางแยกเวียงกุมกามโบราณสถานไม่ติดขัด

สำนักงานขายหมู่บ้านโฮมอินทาวน์         

แยกเวียงกุมกามถึงสี่แยกกองทราย

เข้าสู่เขตตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 5 กิโลเมตร ย่านนี้ทั้งสองฝั่งถนนเป็นบ้านเรือนของคนท้องถิ่นสลับอาคารพาณิชย์ขึ้นเป็นบางช่วง ส่วนใหญ่ทำการค้าขายประเภทอะไหล่ อุปกรณ์จัดแต่งสวน โครงการอสังหาริมทรัพย์เกิดใหม่มีบ้างประปราย ทั้งอาคารพาณิชย์และโครงการบ้านจัดสรร อาทิ ดีญ่า วาเล่ย์ สารภี โครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ บนพื้นที่กว่า 95 ไร่ อยู่ติดถนนเส้นหลัก นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงมีโครงการบ้านจัดสรรที่อยู่ในซอยห่างจากถนนราว 1 กิโลเมตร อาทิ โครงบ้านกัญภิรมย์, โครงการใจแก้วเอราวัณ และประกาศขายที่ดินและบ้านเดี่ยว

ก่อนถึงสี่แยกกองทรายบริเวณนี้การจราจรค่อนข้างติดขัด เนื่องจากเป็นถนนเส้นตัดถนนวงแหวนรอบ 3 ซึ่งมีการก่อสร้างค่อนข้างมาก มีรถบรรทุกขนาดใหญ่สัญจรผ่านไปมาอยู่ตลอด การสัญจรมายังบริเวณนี้ควรใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากในการสังเกตสัญญาณไฟ ที่อาจถูกบดบังด้วยลำต้นของต้นยางขนาดใหญ่ และถนนที่แคบมาก

สี่แยกกองทราย สารถี

สี่แยกกองทรายถึงบ้านปากกอง

ถนนช่วงนี้มีการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารพาณิชย์ใหม่ อาทิ บิส พอยท์ โครงการ 8 อาคาร พาณิชย์ 3 ชั้น 36 ยูนิต ของบริษัท กาญจน์กนก พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด อยู่เลยวิทยาลัยเทคนิคสารภีไปประมาณ 500 เมตร ถัดไปจะเป็นโครงการสมหวัง อาคารพาณิชย์จำนวน 7 ยูนิต อยู่ห่างจากอำเภอสารภีประมาณ 1 กิโลเมตร บริเวณสี่แยกยางเนิ้งการจราจรค่อนข้างพลุกพล่าน เนื่องจากเป็นย่านการค้าและที่ตั้งของหน่วยงานราชการ อาทิ ที่ว่าการอำเภอสารภี สถานีตำรวจภูธรสารภี โรงเรียนต่างๆ รวมถึงสถานีรถไฟสารภีที่อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 700 เมตร บริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจค้าขายทั่วไป รวมถึงร้านสะดวกซื้อต่างๆ บ้านเรือนไม้เก่าในย่านนี้ยังมีให้เห็นอยู่ประปราย และมีการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ใหม่จำนวน 4 ยูนิต บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสารภี

ทางเข้าเทศบาลตำบลยางเนิ้ง

ตั้งแต่ช่วงสถานีรถไฟสารภีจนถึงโรงพยาบาลสารภี ย่านนี้ไม่มีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ จะเป็นพื้นที่สวนและบ้านเรือนเสียส่วนใหญ่ มีกิจการร้านค้าเล็กๆ ตามข้างทาง รวมถึงธุรกิจร้านกาแฟ สิ่งที่น่าดึงดูดสำหรับถนนช่วงนี้คือความสมบูรณ์ของต้นยางนาที่มีลำต้นสูงใหญ่ มีดอกเอื้องบานสะพรั่งเกาะอยู่ตามลำต้นของต้นยางนาตลอดแนว สร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น

บริเวณระหว่างทางถนนเชียงใหม่-ลำพูน

ถัดมาอีกเล็กน้อยมีการก่อสร้างทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น และอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น หลายยูนิต ของโครงการ ณ สารภี ที่ก่อสร้างไปแล้วบางส่วน รวมถึงประกาศขายที่ดิน บ้านมือสอง ร้านอาหารเก่าที่มีอยู่ประปราย กระทั่งถึงศาลหลักเมืองเชียงใหม่-ลำพูน สุดเขตอำเภอสารภีจังหวัดเชียงใหม่ หากสังเกตจะเห็นว่าต้นยางนาก็มีจุดสิ้นสุด ณ บริเวณนี้เช่นกัน

ศาลหลักเมือง เชียงใหม่-ลำพูน

ถนนเชียงใหม่-ลำพูน

ความงดงามของต้นยางนารวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนเป็นเอกลักษณ์ของถนนสายต้นยางนี้มาอย่างช้านาน เมื่อโลกของเราเปลี่ยนไปวิถีชีวิตของผู้คนก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ความเจริญของเมืองเริ่มกระจายออกไปสู่ชุมชนรอบนอก ยิ่งชุมชนใดมีความโดดเด่นมากเท่าไร ยิ่งเป็นตัวดึงดูดให้ความเจริญและผู้คนหลั่งไหลไปที่นั่น แต่หากชุมชนนั้นไม่คงความเป็นเอกลักษณ์และรักษาสิ่งที่เป็นเสน่ห์ไว้ ไม่แน่ว่าความมีเสน่ห์อาจถูกกลืนไปพร้อมกับความเจริญก็เป็นได้ ดังถนนสายต้นยางสายนี้ที่ยังความงดงามและมีเอกลักษณ์มานานนับร้อยปี ไม่ว่าจะมีความเจริญหรือการเปลี่ยนแปลงเข้ามาอย่างไร คนในพื้นที่หรือแม้แต่นักลงทุนต่างถิ่นก็ควรต้องรักษาคุณค่าของสิ่งเหล่านั้นให้คงอยู่ควบคู่ไปกับการพัฒนาบ้านเมืองด้วยเช่นกัน 

ข้อมูลจาก:
นิตยสารโฮมบายเออร์ไกด์ เชียงใหม่ ฉบับเดือนพฤษภาคม 2556
18 พฤษภาคม 2016