ทางเดินอัจฉริยะ แค่เดินผ่านก็ผลิตไฟฟ้าได้

ทางเดินอัจฉริยะ แค่เดินผ่านก็ผลิตไฟฟ้าได้

06 ตุลาคม 2017

เคยลองคิดหรือเปล่าครับว่า ถ้าเราสามารถเดินหรือวิ่งแล้วได้ไฟฟ้ามาใช้งานได้ จะดีแค่ไหน อีกไม่นานเรื่องนี้จะไม่เป็นแค่ความคิดแล้วล่ะครับ เพราะเจ้าเทคโนโลยีที่ว่านี้กำลังถูกพัฒนาและนำมาใช้โดยบริษัท Pavegen ผู้ผลิตแผ่นพื้นที่สามารถเปลี่ยนแรงกดจากการเหยียบบนแผ่นพื้นทางเดินหรือถนนให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าได้

 

 

"ลองจินตนาการถ้าผู้คนเดิน วิ่ง หรือกระโดด จะสามารถช่วยผลิตพลังงานสำหรับแสงไฟและอุปกรณ์ต่างๆ ในสเตเดี้ยมและเมือง" Laurence Kemball CEO ของ Pavegen กล่าว
 

 

 

โลกอนาคตนั้นมาอยู่ตรงหน้าเราแล้วครับ ล่าสุดนี้บริษัท Pavegen ได้เปลี่ยน ถนน Bird Steet ถนนเล็กๆ ที่เชื่อมต่อระหว่าง Oxfort Street กับ Barrett Street ที่ London ให้กลายเป็น World’s First Energy-Harvesting Smart Street หรือถนนแห่งแรกของโลกที่มีการผลิตพลังงานไฟฟ้าและเก็บข้อมูลจากการเดินของผู้ที่สัญจร โดยติดตั้งแผ่นพื้นเป็นทางเดินขนาด 20 ตารางเมตร เพื่อเปลี่ยนก้าวเดินของผู้ที่เดินผ่านไป-มา ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าที่สามารถเปิดเสียงนกร้องในตอนกลางวัน และ เปิดไฟถนนให้สว่างในตอนกลางคืน เป็นการช่วยให้ประหยัดพลังงานที่ต้องใช้ลง

 

 

นอกจากนี้ยังได้มีการนำแผ่นพื้นนี้ไปติดยังบริเวณที่มีผู้คนเยอะ อย่างเช่น บริเวณทางเข้า-ออกของรถไฟใต้ดิน และเมื่อคนเดินผ่าน ทางเดินนี้ก็จะช่วยผลิตไฟฟ้าให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย อาทิเช่น ให้พลังงานแก่หลอดไฟหรือป้ายไฟบอกทาง ชาร์ตโทรศัพท์มือถือ และ เปิดเสียงดนตรีเพื่อสร้างบรรยากาศ

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์แล้ว พื้นชนิดนี้สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 5 วัตต์ต่อ 1 จุดเมื่อมีการเหยียบ โดยเทียบกับการที่หลอดไฟ 1 ดวงจะต้องการไฟฟ้า 60 วัตต์ต่อชั่วโมง ซึ่งสำหรับถนนที่มีคนเดินสัญจรไป-มาอยู่แล้ว ก็นับว่าเพียงพอในการผลิตไฟฟ้าด้วยตัวเอง โดยแผ่นพื้นรูปแบบสามเหลี่ยม 1 แผ่น จะสามารถผลิตไฟฟ้าและเก็บข้อมูลได้ถึง 3 จุดต่อการเหยียบ 1 ครั้ง ซึ่งเป็นรุ่นที่พัฒนาจากแผ่นพื้นรูปสี่เหลี่ยมแบบเดิมที่ผลิตไฟฟ้าและเก็บข้อมูลได้ 1 จุดต่อ 1 แผ่น ทั้งนี้ ผู้สัญจรไป-มายังสามารถเชื่อมต่อกับแอฟพลิเคชั่นเพื่อตรวจสอบได้ว่าตนเองผลิตไฟฟ้าไปได้มากเท่าไร โดยจะแสดงเป็นคะแนนขึ้นมาและสามารถเปลี่ยนคะแนนนั้นเพื่อใช้เป็นส่วนลดหรือบัตรกำนัลสำหรับใช้กับร้านค้าบริเวณใกล้เคียงได้ เรียกว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยนะครับ

 

เทคโนโลยีนี้ยังสามารถนำไปต่อยอดและใช้งานได้ในหลายๆ โอกาส ตั้งแต่งานอีเว้นท์ งานโฆษณาแบรนด์ งานแสดงผลงาน งานด้านการศึกษา และสำหรับติดตั้งในร้านค้าต่างๆ โดย Pavegen มีผลงานมากมาย อาทิเช่น

 

 

  • H&M, Oxford Circus ติดตั้งแผ่นพื้นไว้ที่บริเวณทางเข้าของร้าน เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าที่เข้าร้าน และสร้างการตอบโต้กับป้ายไฟที่บริเวณทางเข้า เป็นการเพิ่มลูกเล่นให้กับร้านเพื่อสร้างจุดขาย และยังได้เก็บข้อมูลลูกค้าในการเข้ามาใช้บริการอีกด้วย
  • Formula E, London ติดตั้งบูธเล่นมินิเกมแข่งรถในงานแข่งรถของฟอร์มูล่า อี โดยให้ผู้เล่นช่วยกันเหยียบพื้นเพื่อดันรถให้ชนะอีกทีม เป็นการสร้างกิจกรรมให้กับงานอีเว้นต์ที่สามารถปรับเปลี่ยนเกมหรือรูปแบบการใช้งานที่เหมาะสมกับแต่ละแบรนด์ได้
  • Adidas, Dubai อดิดาสจัดบูธเกมในห้างโดยให้ลูกค้าใส่รองเท้าของแบรนด์แล้วให้วิ่งเหยียบแผ่นพื้นเพื่อทดลองวิ่งกับฉากจำลองบนหน้าจอ เพื่อให้ลูกค้าเกิดประสบการณ์ในการใช้งานสินค้าจริง
  • Schneider Electric, France ติดตั้งแผ่นพื้นบริเวณเส้นชัยของการวิ่งแข่ง ทำให้สามารถเก็บข้อมูลของผู้วิ่งได้ และส่งข้อมูลสถิติต่างๆ ไปแสดงบนหน้าจอได้แบบเรียลไทม์ให้ผู้ร่วมงานสามารถรับชมได้

 

 

นี่ก็นับเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์สำหรับการพัฒนาเมือง การสร้างโอกาสให้การธุรกิจได้อย่างหลากหลายมากเลยนะครับ อนาคตสิ่งนี้สามารถนำไปต่อยอดใช้ในด้านอื่นๆ ได้มากมาย ลองคิดกันดูว่า ถ้าถนนคนเดินและตามสถานีรถไฟฟ้าของบ้านเราได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีนี้ จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าส่องสว่างให้กับเส้นทาง และยังเก็บข้อมูลการสัญจรของผู้คนเพื่อนำข้อมูลไปใช้พัฒนาเมืองต่อไปได้ หรือจะเก็บข้อมูลในการเดินของลูกค้าที่เข้ามาในร้านเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการวางสินค้า และวางแผนการตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าได้ด้วย จะดีขนาดไหน โดยทั้งหมดนี้สามารถดูข้อมูลผ่านแอฟพลิเคชั่นได้เลย นับว่าเป็นเทคโนโลยีแบบยั่งยืนที่เหมาะสำหรับเมืองในยุค 4.0 จริงๆ ครับ

 

ที่มาและภาพประกอบ:

http://www.pavegen.comhttps://www.circa.com
http://inhabitat.comhttp://www.alphr.com
https://www.circa.com

22 ตุลาคม 2017