ทำไมฝนตกแล้วรถต้องติดด้วยนะ

ทำไมฝนตกแล้วรถต้องติดด้วยนะ

10 กรกฎาคม 2019

คุณครูประถมสอนไว้ว่า​ประเทศไทยมีสามฤดูกาล​ คือ​ ฤดูร้อน​ ฤดูฝน​ และฤดูหนาว​ แต่คนกรุงเทพฯ​ หลายคนคง จะแย้งว่า​ ไม่จริง​ ประเทศไทยมีแค่สองฤดูกาล​ คือ​ ร้อน​ กับร้อนจิ๊บจ๋าย​ หน้าหนาวไม่มีหรอก​ อย่างมากก็ได้หยิบเสื้อกันหนาวมาใส่ให้สนุกสนานกันก็แค่วันสองวัน​ นอกนั้นก็ร้อนตามเดิมแหละ​ แต่ฤดูหนึ่งที่คงเถียงไม่ได้ว่า​ประเทศไทยมีฤดูฝน​ และช่วงนี้แหละ​เป็นช่วงที่หลาย​ ๆ​ คนเบื่อมาก​ เพราะฝนตกทีไรรถติดหนักทุกทีเลย​ มันเป็นอะไรกันนักกันหนา​ ต่างคนก็ต่างหาสาเหตุกันไป​ เราลองมาดูตามหลักวิชาการจราจรกันบ้าง​ว่าทำไมฝนตกแล้วการจราจรต้องติดขัดกว่าปกติ

พื้นที่ถนนไม่พอกับปริมาณรถยนต์ที่ต้องสัญจร
การจราจรก็มีปรากฏการณ์เดียวกับสินค้าทั่วไปตามหลักเศรษฐศาสตร์​ คือ​ มีอุปสงค์​​ (DEMAND) ความต้องการในการเดินทางเป็นจำนวนยานพาหนะที่ต้องการสัญจร และอุปทาน​ (SUPPLY) คือความจุของถนน​ ราง​ คลอง​ ที่จะรองรับการเดินทาง ​ถ้าถนนมีมากกว่ารถยนต์ก็แปลว่าการจราจรไม่ติดขัดหรอก​ มีถนนให้รถวิ่งกันสบาย​ ๆ​ แต่ถ้ามีถนนน้อยกว่ารถยนต์ที่ต้องการจะสัญจรเมื่อไหร่​ การจราจรก็ต้องติดขัดเป็นธรรมดา​ ปัญหาของการจราจรในมหานครอย่างกรุงเทพฯ​ และเมืองใหญ่​ๆ​ หลายแห่งในโลก​ ก็ล้วนมาจากเหตุว่ามีพื้นที่ถนนไม่พอรองรับปริมาณรถยนต์ที่ต้องการสัญจรทั้งสิ้น​ จะเป็นเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็น​ หรือมีปัญหาในเวลาอื่น​ ๆ​ เพิ่มมาอีกก็แล้วแต่สถานการณ์ของแต่ละเมือง

ฝนตกเมื่อไร​ ยานพาหนะที่ต้องการสัญจรจะเพิ่มขึ้น
แล้วทำไมตอนฝนตก​การจราจรจึงทวีความติดขัดเพิ่มไปอีก​ ทั้ง​ๆ​ ที่ถนนก็มีเท่าเดิม​และคนก็ต้องการเดินทางเท่าเดิมนั่นแหละ​ คำตอบคือ​ ถ้าฝนตกเมื่อไหร่​ จะมียานพาหนะสัญจรเพิ่มขึ้น​ไปพร้อมกับพื้นที่สัญจรบนถนนที่ลดลง​ สถานการณ์ปกติก็แย่อยู่แล้ว​ ดันมามี DEMAND เพิ่มแต่ SUPPLY ลดลงก็ยิ่งแย่เข้าไปอีก​ แต่ฝนตกทำอะไรให้เกิดปรากฏการณ์พิเศษนี้ขึ้นได้ล่ะ​ ลองมาดูพฤติกรรมการเดินทางของคนในกรุงเทพฯ​ และปริมณฑลเมื่อตอนฝนตกดูแล้วกัน

  • ผู้คนไม่อยากเปียกฝน

เมื่อฝนตก​ จะมียานพาหนะที่ต้องการสัญจรเพิ่มขึ้น​ เนื่องจากระบบการเดินทางด้วยการเดินเท้าและขนส่งมวลชนไม่สามารถหลีกเลี่ยงฝนได้อย่างสมบูรณ์แบบ​ จะขึ้นรถเมล์​ รถไฟฟ้า​ ยังไงก็ต้องมีการเดินเท้าเข้าออกป้ายหยุดรถที่ต้องตากฝน​ คนที่พอจะมีทางใช้รถยนต์ส่วนตัวได้หรือใช้แท็กซี่ก็ไม่ใช้ขนส่งมวลชน​ ทำให้ยานพาหนะที่ต้องการสัญจรเพิ่มขึ้น​ อีกทั้งพ่อแม่​ญาติพี่น้องของคนที่ใช้ขนส่งมวลชนก็ไม่อยากให้ญาติตัวเองลำบาก​ ขับรถออกมารับที่ป้ายหยุดรถ​จะได้ไม่ต้องเดิน​ นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง​ หรือนั่งรถเมล์แล้วเดินตากฝนเข้าบ้าน​ หรืออาจจะต้องไปรับกันถึงสถานศึกษาหรือที่ทำงาน​ ไม่ต้องใช้ขนส่งมวลชนกันแล้ว​ก็มีการใช้รถยนต์ส่วนตัวเพิ่มขึ้นอีก

  • พื้นที่ถนนหาย น้ำรอระบายมีมาก

มามองด้านพื้นที่ถนนกับบ้าง​ ฝนตกแล้วทำให้พื้นผิวการจราจรลดลงได้ด้วยเหรอ​ ถ้าเป็นมหานครอื่นคงไม่ได้​ แต่มหานครในประเทศไทยกลับมีปัญหานี้ได้ด้วย​ เพราะระบบระบายน้ำที่มี​ “น้ำรอระบาย”  อยู่เป็นจำนวนมากและเป็นเวลานา​น​ ก็ทำให้ความเร็วในการสัญจรลดลงมาก​ และมีบางช่องจราจรที่น้ำท่วมจนรถไม่สามารถไปวิ่งได้​ พื้นผิวการจราจรก็ลดลง​ 

  • หยุดรอรับ หยุดจอดรอฝนซา

นอกจากนี้ยังมีการจอดรับคนที่ถี่ขึ้นเพราะคนอยากขึ้นแท็กซี่หรือมีญาติพี่น้องมารับตามพื้นที่สำคัญเพื่อญาติตัวเองจะได้ไม่ต้องลุยฝนเพิ่มขึ้นอีก​ ผู้เขียนเคยเจอรถจักรยานยนต์หลบฝนอยู่ใต้ทางด่วนก่อนขึ้นสะพานสาทรทางฝั่งกรุงเทพฯ​ กินมาสามช่องจราจร​ ทำให้ถนนสาทรติดทั้งถนนทั้ง​ ๆ​ ที่ข้ามสะพานไปก็โล่ง​ และทุกคนคนเคยเจอรถกระบะ​รถบรรทุกจดรถเพื่อเอาผ้าใบคลุมกับฝนให้สินค้าในกระบะท้าย​ และคงสงสัยว่าทำไมไม่คลุมมาตั้งแต่แรก​ จะได้ไม่ต้องจอดรถมาคลุมผ้าใบให้การจราจรติดขัด

ฝนตกเมื่อไร พฤติกรรมการเดินทางของคนกรุงเทพฯ เปลี่ยน

เมื่อพิจารณาทั้งด้าน​ DEMAND และ​ SUPPLY ด้านการสัญจรในมหานครเมื่อตอนฝนตกแล้ว​ เห็นได้อย่างชัดเจนว่า​ ฝนเป็นต้นทางให้ถนนลดลงในขณะที่มีการสัญจรส่วนบุคคลเพื่อหลีกเลี่ยงการตากฝนมากขึ้น​พร้อม​ ๆ​ กัน​ แปลว่า​ฝนตกทำให้คนกรุงเทพฯ​ เปลี่ยนพฤติกรรมจากเดินทางด้วยขนส่งมวลชนที่รถคันเดียวขนส่งคนได้เยอะ​ ๆ​ มาใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือแท็กซี่ที่ขนส่งคนได้น้อยลงแทน​ จำนวนรถที่จะวิ่งบนถนนก็เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับระบบระบายน้ำและพฤติกรรมการใช้รถที่ไม่เหมาะสม แต่ทำไมมหานครในประเทศที่พัฒนาแล้ว​ไม่มีปัญหานี้ล่ะ​ 

แก้ที่ต้นทาง ช่วยได้

ลองไปส่องดูมหานครอื่น​ ๆ​ แล้วพบว่า​ การสัญจรด้วยระบบขนส่งมวลชนทั้งตัวระบบและการเดินทางเข้าออกจากระบบของประเทศอื่น​ ๆ มีความสะดวกสบายและไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศมากเท่ากับบ้านเรา​ การเดินเท้าเข้าออกป้ายหยุดรถต่าง​ ๆ​ เป็นทางเดินที่มีหลังคาคลุมหรือเดินในอาคาร​ ปราศจากหาบเร่แผงลอยมากีดขวาง​ และพื้นผิวก็ไม่ได้เป็นกับระเบิดน้ำกระจายแบบของบ้านเรา​ เรียกว่า​ ต่อให้ฝนหรือหิมะตก​ก็ยังสัญจรได้ด้วยความสะดวกสบายใกล้เคียงกับสภาพปกติ​ มีความมั่นคงสูง​ ไม่ได้รับผลกระทบจากลมฟ้าอากาศมากนัก​ ดังนั้น​ การแก้ปัญหาฝนตกแล้วรถติด​ จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่รถยนต์ส่วนตัวหรือถนน​ แต่ต้องไปทำให้ขนส่งมวลชนและการเข้าออกไปยังต้นทางและปลายทางสู่ระบบขนส่งมวลชนไม่ได้รับผลกระทบจากฝนตก​ จึงทำให้ความต้องการเดินทางด้วยรถยนต์และพื้นผิวการจราจรไม่ได้รับผลกระทบจากฝนตกนั่นเอง​ 

ใครที่ต้องการค้นหาบ้านและคอนโดที่เดินทางสะดวก ลดปัญหาฝนตกรถติดสามารถหาได้ที่ Baania.com

เขียนโดย : รศ.ดร.พนิต ภู่จินดา 
หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อีเมล : [email protected]

12 กรกฎาคม 2019