ท่องเที่ยวโตหนุนอสังหาฯ เชียงใหม่-เชียงราย-เขาใหญ่ยอดฮิต

ท่องเที่ยวโตหนุนอสังหาฯ เชียงใหม่-เชียงราย-เขาใหญ่ยอดฮิต

23 มกราคม 2017

เผยการท่องเที่ยวโตหนุนอสังหาฯ คึกคักเชียงใหม่-เชียงราย-เขาใหญ่ยอดขายเฉลี่ย 79% พลัสพร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เผยผลสำรวจอสังหาริมทรัพย์เติบโตสอดคล้องการท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่องล่าสุดพบโซนเชียงใหม่ เชียงราย เขาใหญ่ มียอดขายได้เฉลี่ย 79%  ตอบรับการท่องเที่ยวที่เติบโตถึง 13%  โดยเฉพาะเชียงใหม่ยอดขายสูงถึง 82%  เหตุมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายสื่อต่างชาติยกให้เป็นเมืองน่าลงทุนในอสังหาฯ มากที่สุดในอาเซียน แถมยังมีโครงการพัฒนาสนามบินสันกำแพงและโครงการรถไฟความเร็วสูงหนุนราคาอสังหาในอนาคตพุ่ง

นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติกรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า จากการสำรวจข้อมูลของฝ่ายวิจัยของ พลัสฯพบว่าการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวในบางพื้นที่มีทิศทางเติบโตสอดคล้องกันโดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย และเขาใหญ่โดยการสำรวจล่าสุดเมื่อปลายปี 2559  พบว่ามียอดขายได้สะสมโดยเฉลี่ยทั้ง3 พื้นที่อยู่ที่ 79 %  ซึ่งตลาดอสังหาฯเมืองท่องเที่ยวในภาคเหนือ (เชียงใหม่ เชียงราย)มีอุปสงค์ที่ตอบรับได้ดีกว่าพื้นที่อื่น ทั้งนี้จากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในช่วงเดือนมกราคม – กันยายน 2559เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีก่อนประมาณ 13 %  

หากวิเคราะห์รายจังหวัด โดยเริ่มต้นจากเชียงใหม่พบจำนวนโครงการอสังหาฯ 179 โครงการ มียอดขายแล้ว 82 %  จากอุปทานรวมจำนวน  27 , 709 ยูนิตอุปสงค์โดยรวมเพิ่มขึ้น 7 %รูปแบบที่มีการตอบรับดีคือบ้านเดี่ยว ราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท ขายดีในโซนตัวเมืองเชียงใหม่และหากขยับไปรอบนอก ก็ยังขายได้เพราะมีดีมานด์จากชาวกรุงเทพฯที่ซื้อไว้เป็นบ้านพักตากอากาศเพราะมีบรรยากาศที่ดี ส่วนช่วงราคา 7 - 9.99 ล้านบาทพบอัตราดูดซับเฉลี่ย 5.7 ยูนิตต่อเดือน ทั้งนี้จากการสำรวจยังพบอุปทานบ้านเดี่ยวระดับบน หรือ ในกลุ่มราคา 25 – 50ล้านบาทต่อยูนิต ทมียอดตอบรับแล้ว 79 %  โครงการเหล่านี้ตั้งอยู่ในโซนรอบนอกเมืองเชียงใหม่ใกล้เคียงกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่คนนิยมซื้อไว้เป็นที่พักตากอากาศและสำหรับกลุ่มดีมานด์ระดับพรีเมี่ยมที่เริ่มหันไปหาที่ดินที่ใหญ่ขึ้นเพื่อปลูกสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศเพราะได้พื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่ขึ้น  มีความใกล้ชิดกับธรรมชาติ ซึ่งพบว่าบางหลังมีมูลค่าบ้านมากกว่า30 ล้านบาทโดยประมาณ อย่างพื้นที่แถวโซนแม่ริมและคาดว่ายังมีความต้องการของดีมานด์ระดับพรีเมี่ยมนี้อยู่เช่นกัน
         

จังหวัดเชียงราย ในรอบสำรวจนี้พบยอดขายได้แล้ว 76 %  ของอุปทานรวม 4 ,161  ยูนิต มีอัตราดูดซับโดยเฉลี่ยของทุกโครงการอยู่ที่ 2.6ยูนิตต่อเดือนต่อโครงการ อุปสงค์ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ที่ซื้อไว้อยู่อาศัยตอบรับดีในอสังหาฯ ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อยูนิตเน้นทำเลในตัวเมืองเชียงรายทั้งแนวราบและแนวสูง ตลาดคอนโดมิเนียมตอบรับดี ในรูปแบบ1 ห้องนอน ราคา 40,000-60 , 000 บาทต่อตารางเมตรอัตราการดูดซับอยู่ที่ 6.6 ยูนิตต่อเดือนต่อโครงการตลาดบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ยังไปได้ในโซนเมือง อัตราการดูดซับอยู่ที่ 1.9 และ8.2 ยูนิตต่อเดือนต่อโครงการ ตามลำดับ

ขณะที่อสังหาฯในพื้นที่เขาใหญ่พบอุปทานสะสมจำนวน 5,078 ยูนิต อุปสงค์ตอบรับแล้ว 72%ตลาดคอนโดมิเนียมยังคงเป็นตลาดหลักของพื้นที่นี้ พบอุปทานใหม่ในรอบสำรวจ 2559มียอดตอบรับเฉลี่ย 87 % หรือ 11.7 ยูนิตต่อเดือนต่อโครงการ โดยอุปสงค์ตอบรับดีในช่วงราคา 60 ,000-80,000 บาทต่อตารางเมตรกลุ่มอุปสงค์เป็นคนนอกพื้นที่ที่ซื้อไว้เพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศหรือซื้อไว้เพื่อลงทุน

สำหรับแนวโน้มอสังหาฯ ในปี 2560 ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่คาดว่าอุปสงค์ยังมีแนวโน้มเติบโตจากโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่รวมถึงยังมีแนวโน้มที่จะดึงดูดอุปสงค์ชาวต่างชาติให้กันมาจับจองอสังหาฯในเชียงใหม่ ซึ่งเชียงใหม่ถือเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมจากต่างชาติโดยสื่อต่างชาติอย่าง The Huffington Post  ของประเทศสหรัฐฯจัดอันดับให้เชียงใหม่เป็นหนึ่งในสถานที่ที่น่าลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์มากที่สุดในเอเชียอาคเนย์ส่วนอุปทานใหม่คาดว่าจะพบการลงทุนจากผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงที่อาจมีส่วนแบ่งในตลาดประมาณ 80 %  โดยเน้นการลงทุนในทำเลเมือง ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันหรือในโซนที่ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างโซนแม่ริม
     

ด้านจังหวัดเชียงรายคาดว่ายังทรงตัวใกล้เคียงกับปี 2559ถึงแม้ว่าจะพบหลายโครงการทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงชะลอการก่อสร้างออกไปในช่วงปลายปี2558-2559 แต่ยังมีอุปทานใหม่จากผู้ประกอบการรายย่อยในท้องถิ่นเข้ามาเติมเต็มอยู่บ้างอย่างไรก็ตามโครงการอสังหาฯในพื้นที่นี้เน้นเสนอขายคนในพื้นที่เป็นหลักทำให้ตลาดยังเปลี่ยนแปลงได้ไม่มากนักสำหรับอสังหาฯ เมืองท่องเที่ยวอย่างเขาใหญ่ อาจจะยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควรซึ่งเป็นผลกระทบจากการตรวจสอบเอกสารสิทธิที่ดินจากภาครัฐครั้งใหญ่ ในปี2557-2558ส่งผลให้โครงการบางโครงการยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบผู้ประกอบการส่วนใหญ่ชะลอการเปิดขายโครงการใหม่ บางส่วนยกเลิกการขายโครงการทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าหลักที่ต้องการซื้อบ้านพักตากอากาศบริเวณนี้ ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยอย่างไรก็ตามในปี 2560 คาดว่าโครงการอสังหาฯ ทั้งแนวราบและแนวสูงทยอยก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 20 โครงการ ทำให้แนวโน้มภาพรวมตลาดอสังหาฯ เขาใหญ่ ในปี 2560 ยังคงทรงตัวต่อไป

 

ที่มา : banmuang

27 มกราคม 2017