ธนวรรธน์ ถาวรจิระอังกูร มั่นใจสองปีครึ่ง “เพลินจิต คอลลิน่า” ปิดการขาย

ธนวรรธน์ ถาวรจิระอังกูร มั่นใจสองปีครึ่ง “เพลินจิต คอลลิน่า” ปิดการขาย

14 กันยายน 2018

ทีมงาน Bannia มีโอกาสได้พูดคุยกับดีเวลลอปเปอร์ที่ถือเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง ซึ่งถึงแม้จะเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ในแวดวงอสังหาฯ แต่ก็ต้องยอมรับว่าผ่านประสบการณ์มาหลากหลาย ก่อนจะก้าวมานั่งในตำแหน่งผู้จัดการโครงการ “เพลินจิต คอลลิน่า” ของคุณ ธนวรรธน์ ถาวรจิระอังกูร หรือคุณกอล์ฟ พบว่ามีหลากหลายแง่มุมที่น่าสนใจ

ศึกษาเรียนรู้ เพื่อก้าวสู่ธุรกิจอสังหาฯ
คุณกอล์ฟ เป็นพี่คนโตของบ้านและมีน้องสาว 1 คน และน้องชายคนเล็กอีก 1 คน ปัจจุบัน คุณกอล์ฟ อายุกำลังจะเข้าสู่เลขสาม จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ปริญญาโทบริหารธุรกิจ ประเทศอังกฤษ  ก่อนจะเข้ามาสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น ครอบครัวมีธุรกิจเกี่ยวกับไม้, วัสดุเกี่ยวกับการก่อสร้าง, วัสดุเกี่ยวกับการตกแต่งภายใน และ, วัสดุที่เกี่ยวกับช่าง ที่ย่านบางโพ กรุงเทพมหานคร ในชื่อร้าน “ทวีกิจ ผลิตภัณฑ์ไม้”

โดยคุณพ่ออยากให้มาเรียนรู้ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีหลังจากที่คุณพ่อได้ลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จังหวัดเชียงใหม่และถือเป็นการต่อยอดธุรกิจของที่บ้าน เพราะธุรกิจของครอบครัวเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนอยู่แล้ว คุณพ่อก็อยากให้เข้าเรียนรู้, สัมผัสธุรกิจใหม่ๆ จึงเข้าอบรมกับคอร์สด้านอสังหาริมทรัพย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่นี่เองทำให้รู้จักกับผู้บริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์หลายท่าน และได้รับคำแนะนำเรื่อง อสังหาริมทรัพย์อีกด้วย

นับว่าเป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวเอาความรู้ด้านนี้ได้เป็นอย่างมาก ทำให้ดำเนินธุรกิจในด้านนี้ ได้อย่างคล่องตัว ได้รู้จักกับผู้รับเหมา ร้านค้าต่างๆ มากขึ้น จนร้านค้าหรือตัวแทนสินค้าต่างๆ เข้ามาแนะนำสินค้า ช่วยลดต้นทุน ทำให้จัดการกับต้นทุนได้ดีขึ้น ช่วงนี้จึงนับเป็นช่วงที่เรียนรู้ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งก็ใช้เวลากว่า 2-3 ปี ที่จะเรียนรู้ได้ทุกอย่าง 

ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ สร้างความแตกต่างให้มีจุดขาย
โครงการ “เพลินจิต คอลลิน่า” เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 และเปิดขายในอีก 1 ปี ต่อมา คือประมาณปี 2557 หลังจากเปิดตัวแล้วปรากฎว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ยอดขายดีมาก แต่ต้องพบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว คุณพ่อจึงใช้จังหวะนี้เปิดโอกาสให้ เข้ามาบริหารจัดการโครงการเพื่อกระตุ้นยอดขาย จึงเริ่มทำการตลาด มีการปรับเปลี่ยนระบบต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยการบริหารงานมี คุณสัญจิตา ถาวรจิระอังกูร ซึ่งเป็นน้องสาว เข้ามาช่วยดูแล, ประสานงาน ทั้งเรื่องบัญชีและกฎหมาย ที่ใช้เวลา และต้องศึกษาในรายละเอียดมาก อีกทั้งยังช่วยดูเรื่องฝ่ายขาย ช่วยคิด, ช่วยเติมเต็มในส่วนของรายละเอียดต่าง ๆ   

ทั้งนี้หลังจากเข้ามาดูแลโครงการ ก็เหมือนเริ่มใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ การสร้างบ้านตัวอย่าง ให้ลูกค้าดู ส่วนงานก่อสร้างบ้านของลูกค้าก็ปรับให้ทันกับความต้องการของลูกค้า จะเรียกว่า เข้ามาปรับทุกอย่างใหม่หมด ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้โครงการ “เพลินจิต คอลลิน่า” ดียิ่งขึ้น จนเกิดปรากฏการณ์บ้านไม่พอขาย ถือเป็นงานที่ยากที่สุดแต่ก็สามารถผ่านไปได้

จุดเด่นของโครงการ มีการใช้วัสดุคุณภาพดี แต่ราคาบ้านไม่ได้แพง เพราะมีต้นทุน ที่ดินไม่สูง นอกจากนั้นความแตกต่างที่สำคัญคือ สวนหลังบ้านที่ไม่ติดใคร ที่ถือว่าแตกต่างจากทุกโครงการทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีสวนสีเขียว, ต้นไม้ใหญ่ พร้อมทางเดิน ในพื้นที่หลังบ้าน ไม่มีโครงการไหนที่เปิดหลังบ้านแล้วเจอสวน นี่คือสิ่งที่แตกต่งจากคนอื่น กระทั่งปัจจุบันนับว่ามีความพร้อมเป็นอย่างมาก ทั้งสภาพแวดล้อมที่ได้ปรับเปลี่ยนใหม่ การก่อสร้างบ้านทำได้เต็มพื้นที่ ซึ่งในส่วนของเฟส 1 และ  2 จำนวน 90 ยูนิต ได้ปิดการขายไปเรียบร้อยแล้ว

ปรับแบบบ้านให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย มั่นใจ 2 ปีครึ่งปิดโครงการ   
โครงการ “เพลินจิต คอลลิน่า” มีทั้งหมด  5 เฟส กำลังเริ่มก่อสร้างและขายในเฟสที่ 3 , 4 และ 5 จำนวนประมาณ 100 ยูนิต สำหรับเฟสที่กำลังก่อสร้าง มีการปรับเปลี่ยนบ้านใหม่ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ามากขึ้นเช่น มีแบบบ้านขนาดเล็กสำหรับครอบครัวเริ่มต้น  ส่วนแบบบ้านขนาดใหญ่ที่สุด ก็มีการปรับแต่ง ห้องให้ใหญ่ขึ้นส่วนชั้นล่างมีห้องนอนและห้องน้ำในตัว เป็นการออกแบบ เพื่อรองรับผู้สูงอายุ ส่วนรายละเอียดที่เป็นประโยชน์ก็ยังคงไว้เหมือนเดิม สำหรับราคาขายจะมีการปรับขึ้นประมาณร้อยละ 5 ในปี2562 แต่หากลูกค้าจองภายในปีนี้ ก็จะได้ราคา ณ ปัจจุบัน

แบบบ้านของโครงการมีให้เลือกถึง  4 แบบ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นครอบครัวเริ่มต้น กว่าร้อยละ 70 โดยเป็นลูกค้าในพื้นที่เกือบทั้งหมด นอกจากนั้นยังมีกลุ่มลูกค้าที่ซื้อไว้เพื่อเป็น บ้านพักตากอากาศในช่วงฤดูหนาว อีกประมาณร้อยละ 30 กลุ่มนี้มีทั้งลูกค้าชาวไทยและ ชาวต่างชาติ โดยตั้งเป้าคาดว่าจะใช้เวลาประมาณสองปีถึงสองปีครึ่งจะสามารถปิดโครงการได้

อนาคตหากโปรเจกต์ “เพลินจิต คอลลิน่า” ที่ดูแลอยู่ปิดการขายหมด ก็อาจจะมีการ วางแผนขยายธุรกิจต่อ โดยจะเลือกทำเล และหาซื้อที่ดินแต่ต้องมั่นใจว่า เป็นไปตามแผนที่วางไว้ สำหรับทำเลที่คาดว่าจะเป้นที่ต้องการของลูกค้าและเป็นทำเลที่ดี ก็ยังคงอยู่ในบริเวณอำเภอ สันกำแพงเช่นเดิม เนื่องจากเป็นทำเลที่มีอนาคต, ถนนกว้างอีกทั้งมีโอกาสจะขยายถนนได้อีก ทำให้การจราจรไม่ติดขัด มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ที่สำคัญจะมีการก่อสร้างสนามบิน แห่งในอีกด้วย พร้อมทั้งอาจจะขยับไปปักหมุดโครงการ บริเวณย่านรังสิตซึ่งมีที่ดินเตรียมไว้แล้ว

ให้เกียรติทีมทำงาน บริหารงานไม่ตึงเครียด
ด้านแนวคิดในการบริหารงานนั้น จากการเริ่มต้นชีวิตทำงานซึ่งผ่านการทำงานมาหลายที่ ทั้งบริษัทอเมริกาหรือบริษัทญี่ปุ่น ก็ได้นำข้อดีมาประยุกต์ใช้ จะเน้นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน สื่อให้รู้ว่างานที่แต่ละคนรับผิดชอบมีความสำคัญ และพยายามทำให้ทุกคนมีกำลังใจทำงาน โดยทุกคนต้องมีความรับผิดชอบงานที่ทำ

ส่วนการติดตามงานต่างๆ ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนั้น เวลาที่ถูกถามเรื่องงานจะต้องให้คำตอบ ได้ เวลาคุยงานต้องชัดเจน, กระชับ ถ้าตอบไม่ได้ก็จะถามเหตุผลว่าเพราะอะไร จะไม่มีการใช้ อารมณ์ ในการทำงานทุกอย่างเป็นเหตุและผล เวลาคุยกับลูกน้องก็จะยิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งทุกคนจะรู้ว่าวัฒนธรรมองค์กรของที่นี่ คือการทำงานที่จริงจัง แต่จะไม่เครียดจะช่วยกันทำ

บางครั้งอะไรที่เห็นว่าปัญหา จะใช้จังหวะแหย่เพื่อให้เป็นเรื่องตลก จะได้ไม่เครียด แต่ขณะเดียวกันทุกคนก็เข้าใจได้ว่าเป็นปัญหาที่ต้องร่วมแก้ไข เพราะงานทุกงานมีจุดประสงค์และมีข้อสรุปที่ชัดเจน สำหรับการบริหารงานนั้นมีไม่เหมือนกันในแต่ละตำแหน่ง อาทิเช่น สถาปนิก เป็นตำแหน่งที่ต้องมีแรงบันดาลใจ ต้องการหาไอเดียและสร้างแรงบันดาลใจ จึงอาจยืดหยุ่นเรื่องงานได้ในบางเรื่อง

แตกต่างกับตำแหน่งโฟร์แมน ที่ไม่สามารถปฎิบัตเช่นเดียวกับฝั่งสถาปนิก จะปล่อยไม่ได้เพราะเป็นแผนกที่ต้องเข้มงวด ส่วนสารทุกข์สุกดิบของพนักงาน ก็จะได้ข้อมูล จากแม่บ้าน อยากรู้อะไรถามแม่บ้านเพราะแม่บ้านรู้ทุกเรื่อง ส่วนชีวิตยามว่างจะใช้เวลาพักผ่อน ส่วนใหญ่ด้วยการไปหาร้านอาหารอร่อยทานกับน้องสาว หรือไปดูหนังก็ถือเป็นการพักผ่อนหลัง จากการทำงาน

ดีเวลลอปเปอร์รุ่นใหม่ที่พกความมุ่งมั่นมาเต็มที่ผ่านชีวิตการทำงานมากับ หลากหลายวัฒนธรรม พร้อมนำประสบการณ์ที่ได้มาประยุกต์และต่อยอด เชื่อว่านำพาโครงการที่มีเอกลักษณ์ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน...

 

ข้อมูลจาก:
นิตยสารโฮมบายเออร์ไกด์ เชียงใหม่ ฉบับเดือน กันยายน 2561
20 กันยายน 2018