บิ๊กตู่ เล็งปลดล็อกกฎหมาย 16 จุด เปิดทางเอกชนสร้างเมืองใหม่

บิ๊กตู่ เล็งปลดล็อกกฎหมาย 16 จุด เปิดทางเอกชนสร้างเมืองใหม่

26 เมษายน 2018

โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นเขตพื้นที่ที่รัฐบาล คสช.ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ดูจากแผนการจัดสรรงบประมาณประจำปี 62 งบส่วนใหญ่จะเน้นนำไปพัฒนาพื้นที่ อีอีซี เป็นสำคัญ เนื่องจากรัฐบาลต้องการสร้างและผลักดันภาคตะวันออกให้เป็นฮับแห่งใหม่ของอาเซียน โดยมีโครงการมากมายทั้งของรัฐเองและเอกชนที่รอคลอดบนพื้นที่ อีอีซี อีกทั้งการมาเยือนของ แจ็ค หม่า แห่ง อาลีบาบา ที่ไม่ได้เพียงแค่มาพบปะพูดคุยกันทั่วไป แต่อาลีบาบา ยังได้ลงนาม MOU ร่วมกันกับทางรัฐบาลไทย เพื่อลงทุนในพื้นที่ อีอีซี พร้อมช่วยผลักดันไทยให้ไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ EEC ครั้งที่ 3/2561 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ว่าที่ประชุมได้พิจารณาและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการเมืองใหม่ (Smart city) เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ จำนวน 6 ด้าน ได้แก่ ด้านการคมนาคมขนส่ง, ด้านพลังงาน, ด้านเศรษฐกิจ, ด้านสิ่งแวดล้อม, ด้านการอยู่อาศัย และด้านการบริหาร ทั้งนี้ เมืองใหม่ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่
1.ในส่วนของการรับผิดชอบของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) หรือการพัฒนาเมืองเก่า
2.ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รับผิดชอบ คือ เมืองใหม่ทั่วไป เน้นตามแนวเขตเศรษฐกิจชายแดน
3.สำนักงาน EEC รับผิดชอบในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดอีอีซี ได้แก่ ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา และระยอง

“ท่านนายกฯ ได้สั่งการไปยังสำนักงาน BOI ให้ดูเรื่องความเป็นอยู่ของแรงงานจำนวนมากที่กระจัดกระจายกันอยู่ โดยการให้สิทธิประโยชน์เพื่อจัดระเบียบ ซึ่งสำนักงาน BOI จะเสนอแพ็กเกจในครั้งการประชุมคณะกรรมการ BOI ในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้” นายคณิศกล่าว

นายคณิศกล่าวว่า นอกจากนี้ ท่านนายกฯ ยังได้สั่งการมายังสำนักงาน EEC ให้ไปดูว่า ถ้าจะมีเมืองใหม่จะทำอย่างไร จะให้สิทธิประโยชน์อย่างไรภายใต้เงื่อนไขใด ซึ่งต้องการให้เป็นเมืองใหม่ที่เป็น Smart city อย่างแท้จริง

“ท่านนายกฯ จึงให้ไปดูขนาดที่ดินของเอกชนที่มีอยู่โดยให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการ โดยให้ไปพิจารณาในข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรค จำนวน 16 ข้อ อาทิ เรื่องขุดดินและถมดิน อาคาร การให้สิทธิประโยชน์ โดยอยู่ในระหว่างการศึกษา” นายคณิศกล่าว

ทั้งนี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจได้มอบแนวทางไว้ 3 เรื่อง ได้แก่
1.ให้เร่งทำเรื่องการลงทุน
2.เรื่องรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ ฯ-ระยองฯ
3. เรื่องศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO)

นายคณิศกล่าวว่า สำหรับความคืบหน้ารายละเอียดทีโออาร์โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยอง เชื่อม 3 สนามบิน ได้รายงานในที่ประชุมให้รับทราบโครงสร้างสำคัญ ซึ่งยังมีประเด็นที่ต้องปรับแก้เล็กน้อยเพราะล่าช้าไป เนื่องจากติดวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยคาดว่าจะเสร็จในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าและสามารถเผยแพร่ทีโออาร์ได้ หลังจากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการเพื่อปรับแก้ให้เป็นไปตามข้อสังเกตในขั้นตอนสุดท้าย ภายหลังเปิดทีโออาร์จะรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนต่อไป คาดว่าภายในปลายปี 2561 จะได้เอกชนผู้ร่วมลงทุน จากเดิมกำหนดไว้ในเดือนพฤศจิกายน

ที่มา : prachachat 

Baania มี Line แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์แบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน Line ID @baania

26 เมษายน 2018