บ้านพักตากอากาศหรูบูมเงียบ ลูกค้ายุโรปช็อป “บ้านหลังที่ 2”

บ้านพักตากอากาศหรูบูมเงียบ ลูกค้ายุโรปช็อป “บ้านหลังที่ 2”

14 กันยายน 2018

โครงการอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดถูกมองว่าชะลอตัว เพราะมีภาวะโอเวอร์ซัพพลายกระจายทั่วทุกภูมิภาค อย่างไรก็ตาม เซ็กเมนต์บ้านพักตากอากาศดูเหมือนจะสวนกระแส จุดโฟกัสอยู่ที่ราคาลักเซอรี่ โดยวิลล่าตากอากาศที่ขายดีกลายเป็นสินค้าราคาสูงเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป แนวโน้มปีนี้ผู้ประกอบการเตรียมเปิดตัวใหม่อย่างคึกคัก

แนวโน้มปี”61 ซัพพลายใหม่ฟื้นตัว

“ภัทรชัย ทวีวงศ์” ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยระบุว่า ตลาดบ้านพักตากอากาศชายทะเลมี 4 ทำเลหลักคือ เกาะสมุย ภูเก็ต ชลบุรี และหัวหิน-ชะอำ อัพเดตล่าสุด ณ ไตรมาส 1/61 พบว่า ตลาดภูเก็ตมีความโดดเด่นสูงสุด รองลงมาคือหัวหิน-ชะอำ ในขณะที่พัทยายังต้องเน้นระบายสต๊อกเดิมที่มี การเปิดตัวใหม่จึงพบน้อยมาก ส่วนสมุยก็ได้รับอานิสงส์จากดีมานด์ที่มองหาบ้านตากอากาศระดับ 30-50 ล้านบาทซึ่งเริ่มขาดช่วงในขณะนี้

“ภูเก็ตมีแนวโน้มเติบโตอย่างมาก ไม่ว่าซัพพลายใหม่ที่เข้ามาตั้งแต่ปลายปี 2560 ทำเลหลักเกาะโซนป่าตอง ลายัน บางเทา สินค้าวิลล่าราคาสูงหลังละ 100 ล้านจะมีเข้ามาใหม่เยอะมาก และมีอัตราดูดซับดี”

ถัดมาคือโซนหัวหิน-ชะอำ มองว่าเป็นช่วงชะลอตัว ซึ่งมี 2 ส่วน คือ บ้านตากอากาศราคาสูงหลังละ 20-60 ล้านบาทชะลอตัว ในพื้นที่ก็มีไม่กี่โครงการ อาทิ โครงการของชาญอิสสระมี 11 ยูนิต ขายได้แล้ว 6-7 ยูนิต, โครงการของเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่นก็ยังขายไม่หมด, โครงการมหาสมุทรของเพซ ดีเวลลอปเม้นท์มีอัตราขายได้ 55-60%อีกส่วน คือ บ้านตากอากาศราคาไม่เกิน 20 ล้านบาท ดีไซน์เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว เน้นวิวภูเขา ไม่ติดทะเล กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักสแกนดิเนเวียนค่อนข้างไปได้ดี

พัทยาชะลอตัวต่อเนื่อง

สถานการณ์รายทำเล ตลาดชลบุรีถือว่าอยู่ในภาวะชะลอตัว เนื่องจากกลุ่มลูกค้าให้ความสนใจคอนโดมิเนียมมากกว่า

“ดีเวลอปเปอร์พัฒนาโครงการใหม่ออกมาน้อยมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงบ้านพักตากอากาศ ตอนนี้โครงการที่เปิดขายส่วนใหญ่เป็นโครงการเก่าเปิดตัวช่วง 3-4 ปีที่แล้ว”

โดยโครงการเปิดขายใหม่ในปี 2560 “แกรนด์ รีเจนท์ เฟส 3” จำนวน 15 หน่วย ขายได้ 4 หน่วย ราคา 18-30 ล้านบาท ทำเลตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนนานาชาติ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นอาจารย์ที่ต้องการที่พักบริเวณใกล้เคียง

เกาะภูเก็ตโซนไฮเอนด์

ในขณะที่ตลาดภูเก็ตพบว่า พื้นที่รอบ ๆ ลากูน่า ภูเก็ต บริเวณแนวชายฝั่งตะวันตกของเกาะ ย่านหาดบางเทา หาดสุรินทร์ เชิงทะเล เป็นทำเลที่กลุ่มชาวต่างชาติโดยเฉพาะยุโรปและเอเชียให้ความสนใจเป็นอย่างมาก มีทั้งอาคารชุด บ้านพักตากอากาศ และบ้านจัดสรร ราคาค่อนข้างสูง

กรณีซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่าเป็นทำเลที่ให้ผลตอบแทนการเช่าคอนข้างสูงย่านหาดบางเทาและรอบ ๆ ลากูน่า ภูเก็ตและหาดลายัน ผู้ประกอบการและนักลงทุนให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ส่วนทำเลป่าตอง ยังคงเป็นทำเลยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แวดล้อมไปด้วยห้างขนาดใหญ่ ชายหาดที่สวยงาม สถานบันเทิงครบวงจร มีทิวเขาที่สวยงาม ดีเวลอปเปอร์เน้นดีไซน์โครงการเน้นวิวทะเล 360 องศา

“ทั้งหมดนี้เป็นจุดดึงดูดให้ต่างชาติซื้อบ้านพักตากอากาศเป็นบ้านหลังที่สองจำนวนมาก ประเมินว่าย่านป่าตองเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในปี”61”

สแกนดิเนเวียนปักธงหัวหิน

อีกตลาดที่มีภาวะชะลอตัวคือ “หัวหิน ชะอำ ปราณบุรี” ถือว่าอยู่ในช่วงชะลอตัวของโครงการบ้านพักตากอากาศติดทะเล เนื่องจากราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับโครงการโซนฝั่งภูเขา

ข้อมูลจำเพาะคือกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ยังเป็นชาวยุโรปโดยเฉพาะ “สแกนดิเนเวีย สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์” โซนยอดนิยมคือพื้นที่หัวหินฝั่งภูเขาและบริเวณหัวหิน 112 ราคา 15-20 ล้านบาทและ 30-50 ล้านบาทถือว่าขายดี

อัพเดตล่าสุด ณ ไตรมาส 1/61 มีหน่วยเปิดขายอยู่จำนวน 400 หน่วย จาก 16 โครงการ ขายได้ 308 หน่วย เหลือขาย 92 หน่วย หรือ 23% เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่มีโครงการอยู่ระหว่างขาย 353 หน่วย

“แนวคิดในการพัฒนาส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดกลาง ไม่ใหญ่มาก 15-30 หลัง/โครงการ ทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูง ไม่วุ่นวาย เหมาะแก่การใช้ชีวิตในวัยเกษียณ”

ยุโรปหลงใหลได้ปลื้มสมุย

ณ ไตรมาส 1/61 ภาพรวมตลาดบนเกาะสมุยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องจากช่วงหลายปีที่ผ่านมามีโครงการเกิดใหม่ค่อนข้างน้อยมาก โครงการส่วนใหญ่ก็ปิดการขายหมดแล้ว สถิติปี 2560-ไตรมาส 1/61 มีซัพพลายเปิดขาย 7 โครงการ 120 ยูนิต ราคา 15-25 ล้านบาท

กลุ่มลูกค้าเกาะสมุย 100% เป็นชาวอังกฤษ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส รัสเซีย เป้าหมายเพื่อเป็นบ้านตากอากาศและบ้านหลังที่ 2 ทำเลวิลล่า “หาดเชิงมน หาดเฉวง หาดบ่อผุด” ในขณะที่พื้นที่เกิดใหม่ควรอยู่รอบ ๆ “หาดแม่น้ำ-หาดละไม” เพราะเงียบสงบ

ราคา 500 ล้านบูมเงียบ

“ภัทรชัย” มองเทรนด์บ้านตากอากาศระดับไฮเอนด์ปีนี้ด้วยว่า ตลาดที่มีดีมานด์เข้ามาต่อเนื่องและเป็นเซ็กเมนต์น่าสนใจคือ วิลล่าตากอากาศหลังละ 100 ล้านบาทขึ้นไป โดยเฉพาะภูเก็ต โซนลายัน บ้านตากอากาศหลังละ 400-500 ล้านบาท มีกำลังซื้ออยู่ตลอด เป็นลูกค้าต่างชาติ 95% เหลือสัดส่วน 5% มาจากเอเชีย โดยเป็นลูกค้าฮ่องกงซื้อไว้ 2 หลัง
“บ้านตากอากาศลักเซอรี่ไม่เน้นขายคนไทย เน้นขายราคายูเอสดอลลาร์ ส่วนใหญ่ลูกค้ายุโรปซื้อหลังละ 400 ล้านบาท บางหลัง 1,600 ล้านบาท ล่าสุดวิลล่าในโครงการศรีพันวา หลังละ 1,700 ล้านบาทก็มีคนซื้อไปแล้ว”

ข้อมูลสรุปตอนท้าย บ้านตากอากาศที่คนต่างชาติซื้อ เทคนิคการขายทำในรูปแบบสิทธิการเช่าระยะยาวหรือลีสโฮลด์ 30 ปี ในขณะที่เทรนด์การขยับของราคาอยู่ในทำเลเกาะภูเก็ตซึ่งโดดเด่นกว่าอีก 3 ทำเล

ที่มา : ประชาชาติ

14 กันยายน 2018