พื้นที่ไหนบ้าง ใน​กรุงเทพฯ และปริมณฑลน้ำไม่ท่วม

พื้นที่ไหนบ้าง ใน​กรุงเทพฯ และปริมณฑลน้ำไม่ท่วม

07 เมษายน 2019

พื้นที่บริเวณ​ กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีสภาพภูมิศาสตร์เป็นที่ราบลุ่มปากแม่น้ำเจ้าพระยาและท่าจีน​ มีลักษณะเป็นที่ราบขนาดใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งดินและน้ำ​ เหมาะแก่เกษตรกรรมและการตั้งถิ่นฐานแบบชุมชนเมือง​ และสามารถออกสู่อ่าวไทยได้อย่างสะดวก​ จึงมีการตั้งถิ่นฐานมาอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน​ จากชุมชนเกษตรกรรมขนาดเล็ก​กลายเป็นเมืองท่าและกลายเป็นเมืองหลวงจนถึงการเป็นศูนย์กลางของกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน​ 

จากเดิมที่เคยตั้งถิ่นฐานสอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์และทรัพยากร​ จึงสามารถใช้ความอุดมสมบูรณ์มาทำการเกษตร​ที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจกับการมีทรัพยากรน้ำอย่างเหลือเฟือ​ จนพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบริหารการปกครองและเศรษฐกิจที่ต้องมีความมั่นคงและปลอดภัยให้แก่กิจกรรมต่าง​ๆ​ และมีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติต่ำ​ ซึ่งนำมาสู่การวางแผนและก่อสร้างองค์ประกอบต่าง​ๆ​ เพื่อป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุทกภัยซึ่งเป็นภัยปกติของพื้นที่ราบลุ่มปากแม่น้ำ​ 

อย่างไรก็ตาม​ อำนาจของธรรมชาติมีพลังเหนือกว่าความพยายามของมนุษย์อยู่เสมอ​ กรุงเทพฯ และปริมณฑล​จึงประสบกับปัญหาอุทกภัยอยู่เป็นประจำ​ และมีอุทกภัยครั้งใหญ่ในวงรอบทุก​ๆ​ 10-20​ ปี​ เช่น​ ปี​ 2526, 2538 และ​ครั้งสุดท้ายที่ยังติดอยู่ในความทรงจำของคนไทยคือ​ มหาอุทกภัยปี  2554 ซึ่งอุทกภัยครั้งใหญ่แต่ละครั้งส่งผลกระทบแต่ต่างกันในเชิงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ​ เช่น​ ปี​ 2538​ พื้นที่ทางฝั่งตะวันออกของ​ กรุงเทพฯ และปริมณฑลได้รับผลกระทบหนักที่สุด​ แต่ในปี​ 2554​ พื้นที่น้ำท่วมหนักคือด้านเหนือและด้านตะวันตก​ 
หน่วยงานของรัฐทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นได้ทุ่มเทกำลังทรัพย์และกำลังคนเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมใน​ กรุงเทพฯ และปริมณฑลมาอย่างต่อเนื่อง​ โดยใช้หลักการพื้นฐานของการป้องกันน้ำท่วมในเขตเมือง​ 
การป้องกันน้ำท่วมในเขตเมือง​ คือการกำหนดพื้นที่ที่ต้องป้องกันน้ำท่วมอย่างเข้มแข็ง​ คือ​ พื้นที่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและชุมชนเมือง​ และทำการป้องกันด้วยการแบ่งน้ำที่จะท่วมเมืองออกเป็นสองส่วน​ คือ​น้ำนอกเขตเมือง​กับน้ำฝนที่ตกลงในเขตพื้นที่เมือง​ จากนั้นก็สร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันน้ำท่วมในเขตเป้าหมาย​คู่ขนานกันไป​ ด้วยการเบี่ยงน้ำเหนือไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ป้องกันน้ำท่วมในเขตเมือง​ ด้วยแม่น้ำ​และคูคลองนอกเมือง​ เพื่อให้น้ำเหนือไม่เข้ามามีผลกระทบต่อพื้นที่เมือง​ 

อีกทั้งยังมีแก้มลิงเพื่อพักน้ำเหนือรอไว้ลงทะเลในยามที่น้ำทะเลหนุน​ตลอดแนวแม่น้ำลำคลองที่วิ่งจากด้านนอกมาทะลุผ่านพื้นที่ป้องกันน้ำท่วมในเขตเมืองก็ทำเขื่อนป้องกันน้ำล้นตลิ่งเข้ามาท่วมซะ ส่วนด้านในที่มีกิจกรรมที่ไม่สามารถอยู่กับน้ำท่วมได้  เนื่องจากต้องการความมั่นคงในการประกอบกิจกรรมโดยปราศจาคภัยพิบัติทางธรรมชาติมารบกวน  ก็ทำเขื่อนล้อมรอบเพื่อป้องกันน้ำนอกพื้นที่เข้ามาท่วมพื้นที่ด้านใน แล้วสร้างระบบจัดการน้ำฝนที่ตกอยู่ในพื้นที่ด้านในนี้ให้สามารถระบายออกสู่พื้นที่ด้านนอกได้ทันเวลาก่อนที่จะเกิดน้ำท่วมขัง 

วิธีป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญกรุงเทพฯ และปริมณฑล
กรุงเทพฯ และปริมณฑลได้นำหลักการพื้นฐานดังกล่าวมาใช้กับการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญศูนย์​กลางเมือง​ โดยแบ่งเป็น

  • เบี่ยงน้ำเหนือออกสองฝั่งของศูนย์กลางเมืองด้วยพื้นที่ Floodway ตะวันออกที่ผังเมืองรวม​ กรุงเทพฯ กำหนดไว้เป็นพื้นที่เขียวลายในเขตมีนบุรี​ คลองสามวาและลาดกระบัง ฝั่งตะวันตกใช้คลองตามแนวตะวันออกตะวันตกช่วยระบายลงแม่น้ำท่าจีน 
  • มีแก้มลิงที่เขตบางขุนเทียนและพื้นที่ข้างเคียงเพื่อเป็นที่พักน้ำเหนือเมื่อมีน้ำทะเลหนุน​ 
  • สร้างเขื่อนตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันน้ำเหนือที่ผ่านเมื่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่สองข้างแม่น้ำ 
  • พื้นที่ตอนในก็ถูกล้อมรอบด้วยคันกั้นน้ำพระราชดำริ​ โดยใช้แนวถนนเป็นคันกั้นน้ำ ทางฝั่งตะวันออกเริ่มจากถนสายไหม ถนนหทัยราษฎร์ นิมิตรใหม่ สุวินทวงศ์ ร่มเกล้า​ กิ่งแก้ว บางพลี​ไปจบที่ถนนสุขุมวิท​ ส่วนทางฝั่งตะวันตกใช้แนวคันกั้นน้ำตามคลองประปา-คลองรังสิต​ ถนนติวานนท์ วงศ์สว่างไปจนจบที่ตอนใต้ของคลองมหาสวัสดิ์ คันกั้นน้ำรอบพื้นที่ศูนย์กลาง​ กรุงเทพฯ และปริมณฑลนี้เป็นองค์ประกอบในการสร้างพื้นที่ปิดล้อมเพื่อป้องกันน้ำเหนือไหลเข้ามาในพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ​ สังคมและชุมชนเมือง​
  • การจัดการเฉพาะน้ำฝนที่ตกลงในพื้นที่ปิดล้อมนี้ด้วยระบบระบายน้ำในพื้นที่ปกติและอุโมงค์ยักษ์สำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ​ 14​ แห่งใน​กรุงเทพฯ​ ให้ช่วยเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้โดยตรง​

ราคาที่อยู่อาศัยในคันกั้นน้ำพระราชดำริ

การสร้างคันกั้นน้ำพระราชดำริและเบี่ยงน้ำเหนือออกนอกเมืองให้ลงสู่อ่าวไทยได้โดยไม่ต้องผ่านพื้นที่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ​ เป็นแนวทางที่จะทำให้พื้นที่ในคันกั้นน้ำพระราชดำริเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการเกิดอุทกภัย​ อีกทั้งยังอยู่ในระยะที่เดินทางสะดวก​ ส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยในคันกั้นน้ำพระราชดำริมีราคาสูงกว่าโครงการที่อยู่ด้านนอก​ค่อนข้างมาก​ 

ยกตัวอย่างโครงการในย่านมีนบุรี แถบชานเมือง ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพมหานคร กายภาพของพื้นที่เดิมเป็นย่านเกษตรกรรม มีบึงและแหล่งน้ำกระจายตัวอยู่ในย่าน และเมื่อความเจริญเริ่มขยายจากใจกลางกรุงเทพฯ ทำให้ย่านเกษตรกรรมเดิมอย่างมีนบุรี ปรับตัวเป็นย่านที่พักอาศัยเพราะความอุดมสมบูรณ์ของตัวพื้นที่ ความสะดวกสบายในการเดิมทางเข้ามาทำงานในเมือง รวมไปถึงยังมีพื้นที่สวน พื้นที่ไร่การเกษตรเดิมอีกหลายแปลงที่ยังพัฒนาเป็นโครงการจัดสรรได้ ทำให้ช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา มีโครงการจัดสรรจากเหล่าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เกิดขึ้นในย่านนี้หลายโครงการ หากเลือกเปรียบราคา ของโครงการจัดสรร ในแบรนด์ของผู้ประกอบการเจ้าของเดียวกัน โดยมีเกณฑ์ที่เป็นปัจจัยตัววัดผล คือ โครงการหนึ่งอยู่ในเขตคั้นกั้นน้ำพระราชดำริ และอีกโครงการอยู่นอกคั้นกันน้ำ 

จากตารางเปรียบเทียบแม้จะต่างกันในช่วงของระยะเวลาการเปิดตัว แต่ตัวสินค้าที่เป็นบ้านพักอาศัย ประเภท ทาวน์โฮม 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอย และฟังก์ชันการใช้งานตัวบ้านเหมือนกัน แต่ราคาของโครงการจัดสรร ก. ซึ่งมีบริเวณที่ตั้งอยู่ในเขตแนวคันกั้นน้ำพระราชดำริ ก็ยังมีราคาสูงกว่า โครงการจัดสรร ข. กว่า 400,000 บาท 

อย่างไรก็ตาม​ ยังต้องการรูปแบบการบริหารจัดการระบายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ​ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งน้ำเหนือที่ลงมาจากต้นน้ำ​สู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้แบ่งออกไปยังแม่น้ำท่าจีนตั้งแต่จังหวัดชัยนาท​ สุพรรณบุรีและอ่างทอง​ การจัดการให้น้ำเหนือที่มาถึงด้านเหนือของ​ กรุงเทพฯ และปริมณฑล​ออกไปยังพื้นที่ระบายน้ำนอกคันกั้นน้ำพระราชดำริทั้งด้านตะวันออกและตะวันตก​ การสร้างคันกั้นน้ำและเขื่อนตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาที่แข็งแรงและครบถ้วน​ มีมาตรการทางผังเมืองและการควบคุมอาคารเพื่อไม่ให้มีสิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำ การทำความสะอาดช่องทางระบายน้ำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่มีเศษขยะต่าง​ ๆ​ มาขัดขวางการระบายน้ำ และการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องดันน้ำเพื่อช่วยเหลือเมื่อฝนตกหนัก

โครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว​จึงไม่เพียงพอต่อการป้องกันน้ำท่วมใน​พื้นที่ศูนย์กลาง​ กทม.และปริมณฑล​ แต่ต้องการการดำเนินการและปฏิบัตตามแผนอย่างเคร่งครัด​ เพื่อให้พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ​ สังคมและชุมชนเมืองหลักของประเทศไทยมีความมั่นคงและปลอดภัยในการดำรงชีวิตแบบเมืองอย่างเหมาะสม

 

เขียนโดย : รศ.ดร.พนิต ภู่จินดา 
หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อีเมล : [email protected]

03 เมษายน 2019