มองเมืองด้วยเรื่องกิน ตอนที่ 5 European Food: European Town

มองเมืองด้วยเรื่องกิน ตอนที่ 5 European Food: European Town

27 มกราคม 2019

Highlights :

  • กรุงเทพฯมีร้านอาหารสไตล์ยูโรเปียนมากกว่า 1,096 แห่ง
  • ย่านที่มีการกระจุกตัวของร้านอาหารสไตล์ยุโรปหนาแน่น ได้แก่ ชิดลม พร้อมพงษ์ ศาลาแดง และท่าพระอาทิตย์
  • ย่านยูโรเปียน ทาวน์ ซึ่งอสังหามีราคาเริ่มต้นสูงสุด คือ ชิดลม มีราคาเฉลี่ย 13.7 ล้านบาท/ยูนิต และย่านที่ราคาต่ำสุด คือ ปิ่นเกล้า (ตรงข้ามท่าพระอาทิตย์) มีราคาเฉลี่ย 2.3 ล้านบาท/ยูนิต

ดินเนอร์สุดหรูเสิร์ฟพร้อมไวน์รสเลิศ หรือจะเป็นเบอร์เกอร์และเฟรนช์ฟรายส์จานด่วน ล้วนก็คือความหลากหลายสไตล์อาหารยุโรปทั้งนั้น ด้วยเอกลักษณ์ของการใช้แป้ง เนย และเนื้อสัตว์ที่เป็นวัตถุดิบของอาหารเหล่านี้ ทำให้อาหารยุโรปแตกต่างกับอาหารบ้านเราอย่างสิ้นเชิง

จากข้อมูล Big Data ที่เราได้รวบรวมร้านอาหารไว้กว่า 60,000 ร้านในกรุงเทพฯ Baania พบว่า ในกรุงเทพฯมีร้านอาหารฝรั่งกว่า 3,146 ร้านค้าด้วยกัน แต่ว่าเราจะโฟกัสที่ร้านอาหารสไตล์ยุโรปเป็นพิเศษ ซึ่งประกอบไปด้วย ร้านอาหารอิตาเลียน 957 แห่ง ร้านอาหารฝรั่งเศส 121 แห่ง และร้านอาหารเยอรมันอีก 18 แห่ง มาดูไปพร้อมๆ กันว่า แต่ละร้านอันหอมหวล ละมุนลิ้นเหล่านี้จะตั้งกันอยู่ที่ตรงไหนบ้าง และร้านอาหารเหล่านี้จะพลิกย่านไหนให้ดูโก้หรูหรือแปลกไปจากเมืองไทยที่คุ้นเคยกันบ้างก็ตามมาดูกันได้เลยครับ

แผนที่ อาหารยุโรป

จากข้อมูลอาหารการกินที่เราได้รวบรวมมาทั้งหมดนั้น เราได้นำเข้ามาวิเคราะห์เพื่อหาย่านที่กินอยู่ด้วยสไตล์ยุโรปเข้มข้นที่สุด ด้วยเทคนิคที่เรียกว่า Spatial Smoothing ทำให้เราเห็นสัญชาติของพื้นที่ผ่านวัฒนธรรมการกินของคนในพื้นที่ ด้วยแนวคิดที่ว่า อาหารเป็นหนึ่งในศูนย์กลางที่ทำให้เกิดการพัฒนาเมืองหรือแนวคิดที่เรียกว่า “Food-Centric Development” เพราะเชื่อว่าครัวเรือนจะมีการกระจุกตัวรอบศูนย์กลางทางด้านอาหาร ที่ร้านค้ามีความหลากหลายสูงหรือในย่านที่มีอัตลักษณ์ของอาหารอย่างชัดเจน (ซึ่งมักมีศิลปะ วัฒนธรรมและกิจกรรมที่ชัดเจนตามไปด้วย)

ย่านที่เราพบยูโรเปียน สไตล์เด่นชัดที่สุดและจะกล่าวถึงต่อไปในบทความนี้ ได้แก่ 1.ชิดลม 2.พร้อมพงษ์ และในแนวรถไฟฟ้าโดยเฉพาะสายสีเขียว ส่วนอีก 2 พื้นที่ย่อยๆ ซึ่งอาจจะไม่ได้มีร้านค้าเข้มข้นเท่าเส้นสุขุมวิท แต่ทั้งศาลาแดงและท่าพระจันทร์ก็มีความโดดเด่นกว่าพื้นที่รอบๆ ตัวเองไม่น้อยเลยทีเดียว

ยูโรเปียน ทาวน์@ชิดลม
ย่านผู้ดีเก่าแก่กลางเมืองซึ่งเป็นที่นิยมของฝรั่งที่เข้ามาในประเทศไทย ทั้งสถานทูตมากมายในย่านชิดลม เพลินจิต ย่านนี้เป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติมาเป็นเวลานาน ด้วยทำเลทองใจกลางเมืองที่เดินทางเข้าสู่แหล่งงานได้อย่างรวดเร็ว มีบริการระดับไฮเอนด์ในหลายๆ ด้าน ทั้งบริการทางสุขภาพ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ สถานศึกษาอย่างดี และบริการสาธารณะที่ครบวงจร ทำให้การอยู่อาศัยในย่านนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างแน่นอน

คอนโด ชิดลม

 

ในแง่ของการอยุ่อาศัย ย่านชิดลมเต็มไปด้วยคอนโดมิเนียมระดับไฮคลาสไปจนซูเปอร์ลักชัวรี่ โดยมีราคาเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 13.7 ล้านบาท และมีราคากลางเท่ากับ 8.9 ล้านบาท ความน่าสนใจของตลาดนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือ คอนโดมิเนียมแบบ Leasehold สัญญาเช่าระยะยาว เนื่องจากกรรมสิทธิ์ที่ดินหลายๆ แปลง โดยเฉพาะบริเวณราชดำริ ปทุมวัน ซึ่งเป็นที่ของหน่วยงานที่ไม่อาจซื้อขายได้จึงทำให้ที่อยู่อาศัยมีลักษณะเป็นการเช่าระยะยาว และช่วงนี้สัญญาก็เริ่มเหลือน้อยลงทุกที ทำให้เห็นคอนโดมิเนียมทำเลทองถูกปล่อยออกมาในราคาย่อมเยาหลายห้องทีเดียว

คอนโดชิดลม

ย้ำกันอีกครั้งว่า Leasehold ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการซื้อกรรมสิทธิ์เก็บไว้ชั่วลูกชั่วหลาน แต่เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อจำกัดตัวเอง รักอิสระ และมีแผนที่จะอยู่ในแต่ละที่ไม่นานนัก

ยูโรเปียน ทาวน์@พร้อมพงษ์
พร้อมพงษ์ย่านชิลล์เอาท์ของชาวต่างชาติ ที่ผู้มาเยือนจากยุโรปเข้ามาท่องเที่ยว พักอาศัยทั้งระยะสั้นและระยะยาว พร้อมพงษ์เป็นอีกพื้นที่ซึ่งมีการกระจุกตัวของร้านอาหารสไตล์ยูโรเปียนเป็นจำนวนมาก มีร้านอาหารให้เลือกรับประทานได้ตั้งแต่ช่วงสายๆ ไปจนถึงดึกๆ เลยทีเดียว ร้านอาหารฝรั่งในละแวกนี้ทุกท่านก็สามารถตามไปทานกันได้ตามแผนที่เลยนะครับ

ด้านการอยู่อาศัยย่านพร้อมพงษ์ ทำเลใก้ลรถไฟฟ้าส่วนใหญ่จะมีรูปแบบเป็นคอนโดมิเนียม โดยมีราคากลางเริ่มต้นที่ 6.8 ล้านบาท/ยูนิต แต่ก็มีโครงการหรูราคาแพงค่อนข้างมากทำให้ราคาเฉลี่ยของพื้นที่สูงขึ้นไปจากราคากลางกว่าเท่าตัว หรือมีราคาเฉลี่ยเท่ากับ 11.1 ล้านบาท/ยูนิต เลยทีเดียวครับ

คอนโด พร้อมพงษ์

ยูโรเปียนทาวน์ @ ศาลาแดง
ศาลาแดง รอยต่อระหว่างถนนสายหลักในย่านเศรษฐกิจ สีลม-สาทร เมื่อถนนใหญ่เป็นแหล่งงาน ซอยแยกก็มีหน้าที่ให้บริการรองรับปากท้องนับพัน นับหมื่นที่สัญจรไปมาในแต่ละวัน และมีกำลังซื้อเสียด้วย นอกจากกลุ่มคนทำงานแล้ว ย่านศาลาแดงยังเป็นที่อยู่ของบรรดาฝรั่งที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ด้วยวัฒนธรรมของผู้อยู่อาศัยที่แตกต่างไปจากคนไทย ทำให้มีสาธารณูปการที่เน้นให้บริการกับต่างชาติเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาล โรงเรียน  รวมไปถึงการกระจุกตัวของร้านอาหารสไตล์ยุโรปในย่านนี้อีกด้วย

การอยู่อาศัยในพื้นที่เศรษฐกิจใจกลางเมืองแบบนี้ แน่นอนว่าคงจะหาบ้านหรือทาวน์โฮมยาก หรือแทบไม่มีโอกาสเลย ส่วนคอนโดมิเนียมนั้นก็มีหลากหลายของระดับราคา เนื่องจากว่ามีการปะปนกันทั้งของเก่าและของใหม่ ถ้าหากอยากจะหาคอนโดมิเนียมสักห้องในย่านนี้ ก็อย่าลืมเตรียมเงินไว้อย่างน้อยเท่ากับค่ากลางราคาเริ่มต้นของโครงการในพื้นที่ คือ มีราคากลางเท่ากับ 5.7 ล้านบาท ส่วนราคาเฉลี่ยขยับขึ้นไปที่ 8.99 ล้านบาท/ยูนิต

คอนโดสีลม

 

ยูโรเปียน ทาวน์@ท่าพระอาทิตย์
ย่านพระอาทิตย์ และถนนข้าวสาร ย่านไนท์ไลฟ์ในเมืองเก่าที่ขึ้นชื่อเสียจนฝรั่งต้องรู้จัก แต่หากมาหาอะไรรับประทานตอนกลางวันก็อาจจะต้องเดินหากันสักหน่อย แต่ถ้าเป็นช่วงกลางคืนละก็แสงและสีจะเรียกคุณเข้าไปยังร้านของเขาแน่นอน ย่านพระอาทิตย์เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ย่านของคนไทย ร้านรวงและป้ายต่างๆ มันจะเป็นภาษาอังกฤษคู่กับภาษาอื่นๆ แม้กระทั่งรถเข็นก็เช่นกัน จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นการกระจุกตัวของร้านอาหารต่างประเทศ โดยเฉพาะอาหารสไตล์ยุโรปที่นี่

สำหรับการอยู่อาศัยในย่านท่องเที่ยวสุดฮอต คงจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากที่พักบริวณนี้ทำเงินจากงานบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งคิดเป็นรายได้ที่สูงมาก ส่งผลให้ไม่มีใครคิดจะทำเป็นที่อยู่อาศัยเพื่อขายกับพวกเราเลยครับ แต่ไม่ต้องน้อยใจเพราะว่าเพียงข้ามสะพานไปทางปิ่นเกล้า ก็มีโครงการคอนโดมิเนียมมากมายรอให้เราเป็นเจ้าของอยู่แล้วครับ แถมยังเงียบสงบ เหมาะกับการอยู่อาศัยมากกว่าเป็นไหนๆ ราคากลางก็เริ่มต้นอยู่ที่ 2 ล้านบาท/ยูนิต และราคาเฉลี่ยเท่ากับ 2.3 ล้านบาท/ยูนิตเท่านั้น ขยับไปนิดเดียวแต่คุ้มค่ากว่ากันเยอะเลยจริงไหม

ผ่านไปแล้วกับทั้ง 4 ย่านยูโรเปียน หากได้มาอยู่ในย่านร้านอาหารแบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องท้องร้อง เพราะเรื่องการอยู่อาศัยมันต้อง "กินอิ่ม" "นอนหลับ" "กลับสะดวก" แบบนี้สิครับถึงจะครบครันเรื่องการอยู่อาศัย แล้วชีวิตดีๆ จะเกิดขึ้นใกล้ตัวคุณ

สำหรับท่านใดที่ยังไม่อิ่มหนำกับอาหารยุโรป ก็ย้อนไปอ่าน ย่านอาหารญี่ปุ่น ย่านอาหารจีน ย่านอาหารเกาหลี ย่านอาหารอินเดีย กันได้นะครับ

สำหรับวันนี้ก็ต้องขอตัวไปก่อน แล้วพบกันในบทความถัดไปนะครับ สวัสดีครับ

11 มกราคม 2019