รถไฟฟ้าสายใหม่บูมทาวน์เฮาส์"ปริมณฑล" ท็อป5ทำเลไม่เกิน4ล้าน-เข้าสู่ยุคดึงคนทำงานสีลมซื้อชานเมือง

รถไฟฟ้าสายใหม่บูมทาวน์เฮาส์"ปริมณฑล" ท็อป5ทำเลไม่เกิน4ล้าน-เข้าสู่ยุคดึงคนทำงานสีลมซื้อชานเมือง

02 มิถุนายน 2017

Q2/60 ตลาดทาวน์เฮาส์บูมจัด เผยสถิติยอดเปิดตัวโครงการใหม่เดือนเมษายนแซงคอนโดฯ กลุ่มราคา 1-3 ล้านมีมูลค่ารวม 7,300 กว่าล้าน ทะลุ 51% "มั่นคงเคหะการ" ชี้รถไฟฟ้าสายใหม่+อิทธิฤทธิ์โลกออนไลน์เปิดหน้าดินทำเลแห่งอนาคตคอนเซ็ปต์ "อัพ แอนด์ คัมมิ่ง" ดึงคนทำงานสีลมซื้อบ้านชานเมือง "อนันดาฯ" สำรวจ 14 โซนฮิตโครงการแนวราบ "รังสิต-ลำลูกกา" ทำเลศักยภาพสูงทำบัดเจตทาวน์เฮาส์ราคา 1.9-2.5 ล้าน

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เปิดเผยว่า ผลสำรวจการเปิดตัวใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในเดือน เม.ย. 2560 มี 23 โครงการ ลดลงจากเดือน มี.ค. 11 โครงการ หน่วยขายรวม 5,440 หน่วย มูลค่าโครงการรวม 14,334 ล้านบาท

ทาวน์เฮาส์แซงคอนโด

จุดที่น่าสนใจ สินค้าทาวน์เฮาส์มีมูลค่าการพัฒนาสูงสุด ระดับราคา 1-3 ล้านบาท มูลค่ารวม 7,346 ล้านบาท สัดส่วน 51.2% รองลงมาอาคารชุด 5,207 ล้านบาท ส่วนใหญ่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท สัดส่วน 36.3% และบ้านเดี่ยว 833 ล้านบาท ราคา 5-10 ล้านบาท สัดส่วน 5.8%

ทั้งนี้ จำนวนโครงการและหน่วยขายลดลง มีผลทำให้ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยลดลง -22% เนื่องจากมีหน่วยขายราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มากถึง 80% โดยมีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วย 2.635 ล้านบาท เทียบกับเดือน มี.ค. 2560 ราคาเฉลี่ย 3.382 ล้านบาท แสดงถึงแนวโน้มการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้ปานกลางถึงค่อนข้างต่ำเป็นส่วนใหญ่

ในด้านทำเลที่ตั้งพบว่าอยู่ในเขตกรุงเทพฯชั้นใน2โครงการ,เขตเมืองชั้นกลางและส่วนต่อขยายของเมือง 18 โครงการ เช่น ถนนประชาอุทิศ แจ้งวัฒนะ พัฒนาการ รามคำแหง และกาญจนาภิเษก นอกจากนี้ยังมีอีก 3 โครงการอยู่ในพื้นที่รอบนอก ซึ่งเป็นย่านชุมชนหรือแหล่งงาน เช่น คลองหลวง บางบ่อ อ้อมน้อย เป็นต้น

ดร.โสภณกล่าวต่อว่า ภาพรวมอสังหาฯ เปิดใหม่เดือนเมษายนปีนี้เทียบกับเมษายนปี 2559 มีการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่ม 5 โครงการ เพิ่ม 28% จำนวนหน่วยขายเพิ่ม 2,276 หน่วย หรือเพิ่ม 72%) มูลค่าเพิ่ม 5,419 ล้านบาท หรือ 61% แต่มีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยลดลงจาก 2.816 ล้านบาท เป็น 2.622 ล้านบาท หรือลดลง -6.5%

ขณะเดียวกัน ภาพรวม 4 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-เม.ย. 2560) เปรียบเทียบช่วงเดียวกันปี 2559 มีโครงการเปิดตัวใหม่รวม 108 โครงการ ลดลง -20% หน่วยขายรวม 29,705 หน่วย ลดลง -6% มูลค่ารวม 94,435 ล้านบาท ลดลง -8% และมีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยลดลงจาก 3.264 ล้านบาทเป็น 3.179 ล้านบาท ลดลง -3%

โดยเปิดขายมากสุด คือ อาคารชุด 17,796 หน่วย สัดส่วน 50% รองลงมาทาวน์เฮาส์ 12,039 หน่วย สัดส่วน 41% และบ้านเดี่ยว 1,204 หน่วย สัดส่วน 4%

ทำเล "อัพ แอนด์ คัมมิ่ง"

นางสาวดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า โจทย์ธุรกิจปีนี้บริษัทมองการต่อยอดรายได้จากโครงการแนวราบให้มีความต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีโครงการอยู่ระหว่างขายมูลค่ารวม 7,800 ล้านบาท เหลือขายประมาณครึ่งหนึ่ง หรือ 3,600 ล้านบาท

ทั้งนี้ แนวโน้มการพัฒนาโครงการสำหรับสินค้าบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ โดยเฉพาะทาวน์เฮาส์ระดับราคา 2-3 ล้านบาท เริ่มเห็นทำเลแห่งอนาคตที่จับต้องได้ ที่เรียกว่าทำเล "อัพแอนด์คัมมิ่ง" ด้วยการโฟกัสจุดขายที่มีโครงข่ายรถไฟฟ้าขยายเส้นทางออกนอกเมืองกรุงเทพฯ มากขึ้น จึงเป็นโอกาสในการพัฒนาโครงการในพื้นที่รอยต่อของจังหวัดปริมณฑล

ล่าสุด บริษัทเปิดตัวทาวน์โฮมชวนชื่น ทาวน์ กาญจนา-บางใหญ่ มูลค่า 414 ล้านบาท, บ้านแฝดชวนชื่น พาร์ค กาญจนา-บางใหญ่ มูลค่า 440 ล้านบาท และทาวน์โฮมชวนชื่น ทาวน์ แก้วอินทร์-บางใหญ่ มูลค่า 860 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,714 ล้านบาท สำหรับครึ่งปีหลังวางแผนรุกตลาดโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก เตรียมเปิดตัวบ้านเดี่ยวชวนชื่นไพร์ม กรุงเทพ-ปทุม มูลค่ารวม 270 ล้านบาท และบ้านแฝด ชวนชื่นพาร์ค อ่อนนุช-วงแหวน มูลค่ารวม 620 ล้านบาท

"เรื่องทำเลมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นตัวตั้งด้วย ยุคนี้ต้องสื่อสารระบบออนไลน์ เราทำเว็บไซต์ ครีเอตลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ตอนนี้มีแฟนเพจหลักแสนแฟนเพจแล้ว และมีอินเตอร์แอ็กทีฟกับแบรนด์พอสมควร เช่น ชวนชื่น ทาวน์ แก้วอินทร์-บางใหญ่ได้ลูกค้าจากออนไลน์ เฟซบุ๊กค่อนข้างเยอะ เดิมอสังหาฯ ขายโลเกชั่นกับคนแถวนั้นอย่างเดียว ปัจจุบันทำเลขยายมากขึ้นแล้ว"

อย่างไรก็ตามต้องดูเป็นโซน ๆ เช่น บางใหญ่มีรถไฟฟ้า มีห้างเซ็นทรัลเวสต์เกต คนในเมืองเขาสนใจและพร้อมที่จะออกไปดู ถ้าบริษัทต้องการเจาะลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทำงานสีลม ปทุมวัน พญาไท การสื่อสารเลือกใช้เฟซบุ๊กได้ผลดีอย่างน่าพอใจ

"เราฟีดคนที่เราเลือกไว้แล้ว ให้เขาเห็นในสิ่งที่เราทำ พบว่าลูกค้าเริ่มสนใจและเริ่มวิสิตไซต์โครงการ แต่อาจต้องใช้เวลานานนิดหนึ่ง อาจยังไม่ชินกับโลเกชั่น นั่นคือตอนนี้ออนไลน์กลายเป็นเทรนด์ที่ทำให้ลูกค้าเข้ามา และมีฟีดได้ด้วย เป็นทำเลอัพแอนด์คัมมิ่งโลเกชั่นเริ่มมา"

รังสิต-ลำลูกกามาแรงสุด

นายสุธี ศรีจิรารัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายวิเคราะห์และวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ บมจ. อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเจน Y หันมานิยมซื้อทาวน์เฮาส์มากขึ้น โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายใหม่ทำให้ผู้บริโภคเริ่มมีข้อเปรียบเทียบการเลือกซื้อคอนโดฯกับทาวน์เฮาส์เป็นสินค้าคู่แข่งกันในโซนรอยต่อของเมืองเพราะกลายเป็นทำเลที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าไปแล้วในปัจจุบัน

"รถไฟฟ้าสายที่กำลังก่อสร้างในอนาคตเป็นทำเลราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นแน่นอนขณะที่เปรียบเทียบห้องชุดการซื้อทาวน์เฮาส์ได้พื้นที่ใช้สอยในตัวบ้านเพิ่มได้กรรมสิทธิ์ที่ดิน มีที่จอดรถเป็นของตัวเอง มีผืนดินให้ลูกวิ่งเล่นได้ มองว่าผู้บริโภคมองหาทำเลที่ดี โปรดักต์ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบคนรุ่นใหม่ ราคาจับต้องได้ อยู่ไม่ไกลรถไฟฟ้า"

สำหรับการวิเคราะห์ตลาด บริษัทสำรวจโซนพัฒนาโครงการทาวน์เฮาส์ พบมี 14 โซนหลัก 78 โซนย่อย ได้แก่ โซนสุขสวัสดิ์, พระราม 2-เพชรเกษม, ธนบุรี, ปิ่นเกล้า-พุทธมณฑล, โซนตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา, รัชดา-ลาดพร้าว, โซนกรุงเทพฯตะวันออก, บางนา-สมุทรปราการ, ทำเลใจกลางเมือง, รังสิต-ปทุมธานี, ติวานนท์, นนทบุรี-บางซื่อ, พหลโยธิน-รามอินทรา และมีนบุรี-สุวินทวงศ์

ในจำนวนนี้พบว่า โฟกัสในโซนย่อยมี 5 โซนที่เป็นทำเลยอดนิยมสินค้าทาวน์เฮาส์มียอดขายสูงสุด ประกอบด้วย 1.โซนรังสิต-ลำลูกกา กลุ่มราคาหลัก 1.9-2.5 ล้านบาท 2.โซนแจ้งวัฒนะ-ติวานนท์ กลุ่มหลักราคา 3.5-4 ล้านบาท 3.สุขาภิบาล 1-วัชรพล ราคา 3-3.5 ล้านบาท 4.เอกชัย-บางบอน ราคา 3-3.5 ล้านบาท และ 5.โซนศรีนครินทร์ ราคา 2.5-3 ล้านบาท

"ทั้ง 5 โซนนี้ราคาทาวน์เฮาส์ไม่เกิน 4 ล้าน แต่ถ้าเจาะลึกตลาดนิชมาร์เก็ตในคอนเซ็ปต์บัดเจตทาวน์เฮาส์ ต้องโฟกัสโซนรังสิต-ลำลูกกา มีราคาถูกสุด 1.9-2.5 ล้าน ในขณะที่มีจุดเด่นรถไฟฟ้าสีเขียวส่วนต่อขยายกำลังก่อสร้าง ซึ่งสายสีเขียวถือเป็นรถไฟฟ้าสาย Blackbone หรือสายหลัก อัตราดูดซับย้อนหลัง 5 ปีสูงถึง 68% โซนย่อยบางโซนอัตราดูดซับ 76%"
 

 

ที่มา :  prachachat

02 มิถุนายน 2017