รฟม. คาดเริ่มสร้างรถไฟฟ้า "โคราช-ภูเก็ต-เชียงใหม่" ปี 63

รฟม. คาดเริ่มสร้างรถไฟฟ้า "โคราช-ภูเก็ต-เชียงใหม่" ปี 63

22 มกราคม 2019

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ศึกษาระบบขนส่งมวลชนรูปแบบของรถไฟฟ้าใน 6 จังหวัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น สงขลา และพิษณุโลก นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างศึกษาเพิ่มอีก 1 จังหวัด คือ อุดรธานี โดยผลการศึกษาระบุให้เป็นรถเมล์ไฟฟ้า เพราะเหมาะสมกับสภาพของเมืองในปัจจุบันมากกว่า

สำหรับการดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าใน 6 จังหวัดนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) มอบหมายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รับผิดชอบ 4 จังหวัด ส่วนอีก 2 จังหวัด สงขลาและขอนแก่น ให้ท้องถิ่นรับผิดชอบ ซึ่งรฟม.อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบการลงทุนอยู่ในขณะนี้ นั่นหมายความว่า นอกจากรฟม. จะมีหน้าที่รับผิดชอบโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯและปริมณฑลแล้ว ยังก่อสร้างรถไฟฟ้าได้ทั่วประเทศทั้งเหนือ ใต้ อีสานและภาคกลางอีกด้วย

นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการฝ่ายกลยุทธ์และแผน รฟม. กล่าวว่า “ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าภูเก็ต เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2561 ที่ผ่านมา ได้จัดสัมมนาการทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) ที่โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน โครงการระยะ (เฟส) 1 ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 42 กิโลเมตร 21 สถานี งบประมาณ 34,000 ล้านบาท หลังจากได้จัดที่จังหวัดภูเก็ตไปเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2561 ที่ผ่านมา ภาพรวมการจัดงานทั้ง 2 จุด ได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทยและต่างประเทศจำนวนมาก ทั้งฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี และจีน ในส่วนของไทยมีทั้งบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม รวมทั้งบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ให้ความสนใจด้วย”

ทั้งนี้ รฟม. กำลังเร่งหารือกรมทางหลวง (ทล.) ในรายละเอียดของการปรับแบบก่อสร้างเป็นระบบใต้ดินหรือยกระดับแทนระดับดินบริเวณจุดกลับรถ 2 จุด เพราะทล. กังวลเรื่องอันตรายหากแชร์เลนร่วมกับรถประเภทอื่นเนื่องจากเขตทางหลวงแคบ แต่ค่าก่อสร้างจะต้องเพิ่มจุดละประมาณ 500-800 ล้านบาท หรือรวมแล้วอาจะถึง 1,000-1,600 ล้านบาท โดยจะทำอุโมงค์ให้รถไฟฟ้าวิ่งลอดถนนคล้ายอุโมงค์รัชโยธิน คาดว่าต้องใช้เวลาผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อเปิดประมูลให้ได้ภายในต้นปี 2563 และเริ่มก่อสร้างกลางปี 2563 ให้แล้วเสร็จภายในปี 2566

สำหรับโครงการรถไฟฟ้ารางเบาจังหวัดนครราชสีมา สายสีเขียวเข้ม ตลาดเซฟวัน-ถึงสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ ระยะทาง 11.17 กิโลเมตร 18 สถานี วงเงิน 32,600 หมื่นล้านบาท เตรียมเปิดประกวดราคาหาบริษัทที่ปรึกษา ขณะที่ รถไฟฟ้ารางเบาเชียงใหม่จะเริ่มที่สายสีแดงก่อน (รพ.นครพิงค์-บิ๊กซีหางดง) 12 สถานี 12.54 กม. ขณะนี้ได้บริษัทที่ปรึกษาศึกษาแนวทางการก่อสร้างและรูปแบบการลงทุนแล้วคาดว่าจะลงนามสัญญาภายในเดือนนี้ 

ทั้ง 2 โครงการนี้จะใช้เวลาศึกษา 6 เดือน หากไม่ติดปัญหาจะเริ่มเห็นความชัดเจนในการร่างเงื่อนไขการประมูล หรือทีโออาร์ในปี 2562 ด้วยเช่นกัน เพื่อทยอยประมูลพร้อมกันปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า โดยประชาชนจะได้เห็นการก่อสร้างในปี 2563 ทั้ง 3 เส้นทาง ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ และนครราชสีมา ส่วนโครงการรถไฟฟ้าจังหวัดพิษณุโลก อยู่ระหว่างเสนอพระราชกฤษฎีกามอบอำนาจให้รฟม.เป็นผู้ดำเนินการ คาดว่าจะเสนอคณะกรรมการรฟม. พิจารณาในวันที่ 25 มกราคมนี้

ทั้งนี้ รถไฟฟ้ารางเบาเชียงใหม่ มี 3 เส้นทางหลัก รวมระยะทาง 34.93 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุนรวม 95,321.66 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.สายสีแดง (รพ.นครพิงค์-บิ๊กซีหางดง) 12 สถานี 12.54 กิโลเมตร 2.สายสีน้ำเงิน (สวนสัตว์เชียงใหม่-ห้างพรอมเมนาดา) 13 สถานี 10.47 กิโลเมตร และ 3.สายสีเขียว (แยกรวมโชค-สนามบินเชียงใหม่) 10 สถานี 11.92 กิโลเมตร

โดยจะนำร่องสายสีแดงก่อนมีทางวิ่งระดับดิน (เขตชานเมืองวิ่งร่วมกับการจราจรปกติบางส่วน) ผสมกับใต้ดิน (เขตเมือง) เริ่มต้นจาก รพ.นครพิงค์ ผ่านศูนย์ราชการเชียงใหม่ และสนามกีฬา 700 ปี ต่อไปศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ และเริ่มใช้ทางวิ่งใต้ดินบริเวณแยกข่วงสิงห์สู่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ และท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ เมื่อพ้นเขตท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ จะกลับขึ้นใช้ทางวิ่งบนดินสิ้นสุดที่แยกแม่เหียะสมานสามัคคี (แยกบิ๊กซีหางดง)

ปิดท้ายกับรถไฟฟ้ารางเบานครราชสีมา มีระยะทางรวม 50.09 กิโลเมตร แบ่งเป็น 3 เส้นทาง คือ 1.สายสีเขียวเข้ม ช่วงตลาดเซฟวัน-ถนนมุขมนตรี-สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ ระยะทาง 11.17 กิโลเมตร

2.สายสีส้ม ช่วงแยกประโดก-ถนนช้างเผือก-คูเมืองเก่า 9.81 กิโลเมตร และ 3.สายสีม่วง ช่วงตลาดเซฟวัน-ถนนมิตรภาพ-สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ 7.14 กิโลเมตร และส่วนต่อขยาย ช่วงมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล-แยกจอหอ-ค่ายสุรนารายณ์ 4.48 กิโลเมตร มี 22 สถานี โดยนำร่องก่อสร้างสายสีเขียวเป็นอันดับแรก

คนต่างจังหวัดยังรอคอยอย่างมีความหวัง ให้ฝันที่จะนั่งรถไฟฟ้าเหมือนคนกรุงเทพฯ ได้เป็นจริง เพื่อยกระดับให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ และจูงใจให้ประชาชนหันไปใช้รถไฟฟ้าแทนรถยนต์ส่วนตัว ลดปัญหารถติดซึ่งในตัวเมืองของหลายจังหวัดกำลังวิกฤติเหมือนในกรุงเทพฯ

เมื่อโคราชมีความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ ถ้าใครอยากมีบ้านโคราชอย่าลืมมาค้นหาบ้านกับเรา  Baania.com

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : เดลินิวส์

Baania มี Line แล้วนะ

ติดตามเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์แบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน Line ID @baania

23 มกราคม 2019