รัฐเร่งเดินหน้าพัฒนาอีอีซี

รัฐเร่งเดินหน้าพัฒนาอีอีซี

09 กุมภาพันธ์ 2018

กระทรวงอุตฯ เร่งเดินสายเชิญชวนลงทุนในอีอีซี หลังกฎหมายผ่านการพิจารณาของสนช. พร้อมผลักดัน 5 โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ร่วมกับ บริษัท อัลติเมท พร๊อพเพอร์ตี้ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และ รายการ”อัลติเมท พร๊อพเพอร์ตี้ จัดสัมมนาใหญ่”ASA Real Estate Forum 2018  ปรับบ้านปรุงเมือง ระดมผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนาด้านต่างๆ มาอัพเดทความคืบหน้าการพัฒนา เพื่อนำประเทศให้พร้อมสู่การแข่งขัน

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) กล่าวว่า โครงการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีความคืบหน้าอย่างชัดเจน  โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.พ. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้ผ่านการพิจารกฎหมาย พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก วาระ 3 จะทำให้การพัฒนาอีอีซีเดินหน้า และมีหมวดหมู่การพัฒนาที่ชัดเจน ซึ่งโครงการนี้เน้นพัฒนาส่งเสริมจากของเดิมที่อยู่ในพื้นที่ทำให้ต่อยอดการพัฒนาได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะมีกองทุนอีอีซี เข้ามาดูแลการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องสาธารณสุข การศึกษา โดยต้องดูแลภายใต้กฎหมายการพัฒนาพื้นที่

เร่งเดินสายโรดโชว์ผลักดันโครงการลงทุน
ทั้งนี้ ในเดือนมี.ค. กระทรวงอุตสาหกรรมจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกไปโรดโชว์พบนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศโดยจะมีการกำหนดเป้าหมายเชิญชวนอุตสาหกรรมกลุ่มใดเข้ามาลงทุนในพื้นที่ใดบ้าง เป็นทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจน พร้อมทั้งเร่งรัด 5 โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อประกาศร่างประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้าง (ทีโออาร์) ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เพื่อเร่งระดมให้เกิดการลงทุนจริงก่อนเดือนธันวาคมนี้

ทั้งนี้ ประเทศต้องวางแนวทางการพัฒนาด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อนำไปสู่ขีดความสามารถในการแข่งขัน เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว ถ้าเราตามไม่ทันหรือไม่มีเทคโนโลยีต้นทุนประเทศจะสู้ประเทศอื่นไม่ได้ เป็นความท้าทายเราจะตกขอบหรือจะเป็นหนึ่งในนั้น และสิ่งที่ประเทศไทยเป็นอยู่ขณะนี้ แม้จะมีการเติบโตแต่ แต่ก็เติบโตได้ไม่เต็มที่ เพราะเรามีปัญหาที่สะสมมานานเป็นตัวบั่นทอน 
ดังนั้นการพัฒนาวันนี้ต้องกำหนดแผนชัดเจนว่า เราต้องการไปจุดไหนรู้ว่าจะไปอย่างไรต้องมีโรดแมพที่ชัดเจน ต้องรู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เราต้องเลือกและต้องทำร่วมกัน ประสานช่วยกันเป็นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แก้ปัญหาที่สะสมมานาน วางรากฐานแก้ปัญหาและร่วมกันผักดันประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 เป็นโรดแมพที่ลงมือปฏิบัติในแต่ละเรื่องให้จับต้องได้ การพัฒนาต้องเดินหน้าอย่างทั่วถึง 
แม้เศรษฐกิจปากท้องดีค้าขายได้รายได้ดี แต่ถ้าเกษตรกรยังลำบากการจะปรับบ้านปรุงเมืองก็ทำไม่ได้ เมื่อปัญหายังกระจุกตัวเราต้องวางแผนพัฒนาและแก้ปัญหาไปด้วยพร้อมๆ กัน โครงการพัฒนาอีอีซีจึงมี 5 โครงการพื้นฐานส่งเสริมการพัฒนาให้เห็นเป็นรูปธรรมภายในปีนี้ ซึ่งก็จะเป็นโครงการร่วมทุนแบบพีพีพี ที่ลดระยะเวลาให้เหลือ 10 เดือน ทำให้ปีนี้มีการขับเคลื่อนอีอีซีที่ชัดเจนช่วยกันคิดสร้างสิ่งใหม่ๆในอีอีซี ต่อยอดพัฒนาอีสเทิร์นซีบอร์ดเฟสสอง

เชื่อมโยงพื้นที่ตอ.-ตต.ถึงOne Belt One Road
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) กล่าวว่า อีอีซี เป็นโครงการพัฒนาอีสเทิร์นซีบอร์ดในเฟสสอง หลังจากเราพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกจนเป็นแหล่งอุตสาหกรรมสำคัญมาแล้ว โครงการนี้ต้องเชื่อมโยงกับโจทย์การพัฒนาประเทศเรื่องเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ชาติ  ซึ่งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้พยายามผลักดันแนวคิดอีอีซี ให้เกิดเป็นรูปธรรมเป็นแหล่งลงทุนใหม่ ทำให้ใหญ่ขึ้นเพิ่มเติมการพัฒนาต่างๆ รองรับไม่ว่าจะเป็นสนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังที่มีอยู่เดิมพัฒนาให้ใหญ่ขึ้น
โครงการพัฒนาอีอีซีนอกจากช่วยพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ยังเชื่อมโยงการพัฒนาพื้นที่ใกล้เคียง และเชื่อมโยงไปถึงการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันตกด้วยเส้นทางเชื่อมโยงทวาย ได้แก่ โครงการมอเตอร์เวย์เมืองกาญจนบุรี ต่อเนืองไป แม่สอด สุโขไทย ภาคเหนือ ที่จะไปเชื่อมโยงกับโครงการเส้นทางสายเศรษฐกิจ หรือ One Belt One Road ของจีนด้วย ซึ่งเสน่ห์ของอีอีซีและผลต่อเนื่อง เป็นโจทย์สำคัญที่รัฐต้องการสร้างรายได้สูงขึ้นซึ่งอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

แนะใช้กม.จัดรูปที่ดินแก้ปัญหาเวนคืน
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รัฐต้องพัฒนาระบบคมนาคมโดยคัดเลือกโครงการต่างๆ ให้ได้ภายในปีนี้ทั้งหมด ไม่ว่าท่าเรือแหลมฉบัง หรือการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้แล้วเสร็จ ที่ผ่านมามีผู้ยื่นขออีอีซีมาแล้ว 3 แสนล้านบาท หากทำได้เราจะเห็นภาพความเปลี่ยนแปลง แต่ยังติดปัญหาการเวนคืน ต่างกับหลายประเทศซึ่งใช้พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินช่วยให้การพัฒนาสะดวก ซึ่งต้องหันมาดูกฎหมายนี้ในการพัฒนา เพราะเป็นกฎหมายที่ท้องถิ่นเป็นผู้กำหนด ซึ่งจะลดปัญหาคนได้และเสียผลประโยชน์จากการนำที่ดินมาพัฒนา จะทำให้รัฐจะซื้อที่ดินได้ทั้งผืนและนำมาออกแบบจัดใหม่

นางพจนีย์ อรรถโรจน์ภิญโญ รองเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ล่าสุดจะมีการลงทุนมูลค่า 2.9 แสนล้านบาท เชื่อมโยงเป็นพื้นที่นำร่องไทยแลนด์ 4.0  พัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัด ด้วยโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้แก่ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และ อู่ตะเภา เชื่อมโยงการคมนาคมการขนส่งต่างๆ ให้สะดวก และมองเรื่องการพัฒนาคนในพื้นที่ มีการทำงานร่วมกระทรวงศึกษาธิการ ถ้าทุกโครงการทำได้ตามแผนเศรษฐกิจในพื้น การท่องเที่ยวจะเติบโต และทำรายได้ให้ประเทศไทยได้ยั่งยืน

09 กุมภาพันธ์ 2018