รีไฟแนนซ์บ้าน อีกแนวทางลดค่าใช้จ่ายยุคเศรษฐกิจชะลอตัว

รีไฟแนนซ์บ้าน อีกแนวทางลดค่าใช้จ่ายยุคเศรษฐกิจชะลอตัว

22 มีนาคม 2016

ช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้เราควรกลับมาทบทวนค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพื่อเตรียมรับสถานการณ์  รายจ่ายประจำหลักๆ ของคนทุกคน ก็มักจะเป็นค่าผ่อนบ้านและผ่อนรถ โดยเฉพาะค่าผ่อนบ้าน ซึ่งหลังจากกู้ซื้อใหม่มักจะได้อัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง แล้วแต่โปรโมชั่นของแบงค์ แต่หลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยก็จะขยับไปตามอัตราดอกเบี้ยปกติโดยเฉพาะตอนนี้ที่ MRR  ขยับไปเกือบ 8%  ทำให้ค่างวดก็ขยับสูงขึ้น หรือผ่อนเท่าเดิมก็ลดเงินต้นน้อยลง การทำรีไฟแนนซ์บ้านหรือการขอกู้ใหม่เพื่อให้ได้ดอกเบี้ยอัตราต่ำลงจากที่จ่ายอยู่ จึงเป็นทางเลือกที่ดีครับ

รีไฟแนนซ์บ้าน

 

วันเราจึงรวบรวมอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารต่างๆ มาฝาก ไว้สำหรับประกอบการตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้านครับ ทั้งนี้แนะนำให้สอบถามกับธนาคารโดยตรงอีกทีด้วยครับ

มาดูเงื่อนไขของสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านของธนาคารแต่ละแห่งกันว่ามีของใครน่าสนใจบ้าง


ธนาคารไทยพาณิชย์
มี 2 แบบ

ปีที่ 1 = 3.99%   หลังจากนั้น MRR – 1.50 % ตลอดอายุสัญญา
ปีที่ 1- 3 = 5.75 %   หลังจากนั้น MRR – 1.50% ตลอดอายุสัญญา

MRR 7.870%

 


LH Bank ธนาคารแลนด์ แอนด์เฮ้าส์
  มี 2 โปรโมชั่น

ปีที่ 1 = 3.00%  ปี่ที่ 2 = 4.00% ปีที่ 3 = 5.00%  หลังจากนั้น MRR – 2.25%
ปีที่ 1- 2 = 4.00%  ปี่ที่ 3 = 5.00%  ฟรีค่าจำนอง หลังจากนั้น MRR – 2.00%

MRR 8.125%

หรือที่กำลังโปรโมทแรง   

 


ธนาคารทหารไทย 2 โปรโมชั่น

ปีที่ 1-3 =3.99% หลังจากนั้น – 2.275%  กรณีกู้ซื้อบ้านพร้อมสมัครผลิตภัณฑ์เสริมครบ 3 ประเภท
ปีที่ 1-3 = 4.50 % หลังจากนั้น – 2.05% กรณีสมัครผลิตภัณฑ์เสริมไม่ครบทั้ง  3 ประเภท

MRR = 8.025%

 

แล้วอย่าลืมเทคนิคอีกนิดว่าเราควรทำรีไฟแนนซ์บ้านหลังจากครบกำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ และควรเช็คเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจด้วยนะครับ

หมายเหตุ : MRR (Minimum Retail Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี 

 

ภาพประกอบ : Radiokafka / Shutterstock.com

ข้อมูลจาก:
กองบรรณาธิการ นิตยสารโฮมบายเออร์ไกด์เชียงใหม่
22 พฤษภาคม 2018