วอร์มอัพรับบอลโลกกับสถิติเกมลูกหนังระดับชาติ

วอร์มอัพรับบอลโลกกับสถิติเกมลูกหนังระดับชาติ

15 มิถุนายน 2018

และแล้ว… มหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก หรือ FIFA World Cup ก็กลับมาอีกครั้งในปีนี้ และเพื่อต้อนรับการแข่งขันฟุตบอลที่คนทั้งโลกรอคอยมาถึง 4 ปี วันนี้ทีม Baania Data Scientists จึงย้ายจากเวทีอสังหาฯ มาใส่สตั๊ดลงสนามฟุตบอลกับเขาด้วยคนนะครับ

FIFA World Cup 2018 รอบสุดท้ายนี้ได้กลับมาจัดกันที่ทวีปยุโรปอีกครั้งโดยเจ้าภาพรัสเซียได้เปิดบ้านตัวเองให้ทีมจากทั่วโลกได้มาบรรเลงเพลงแข้ง เพื่อประกาศศักดาความเป็นที่หนึ่งของโลก ซึ่งแน่นอนว่าจาก 32 ชาติที่ผ่านมาถึงที่นี่ได้ จะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านี้ที่กลับบ้านพร้อมกับถ้วยรางวัลอันเป็นตำนาน

ก่อนที่สงครามบนผืนหญ้าจะระเบิดขึ้นอย่างเป็นทางการในอีกเพียงอึดใจ เราอยากชวนให้แฟนๆ ทุกท่านได้ย้อนกลับไปดูสถิติที่น่าสนใจของการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติตั้งแต่ปี 1950 จนถึงปี 2017 ที่ผ่านมา ซึ่งเราได้รวบรวมมาจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ FIFA (www.fifa.com) ผ่านเทคนิคการดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ หรือ Web scraping

ทั้งนี้และทั้งนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในบทความนี้เป็นเพียงการประมวลและวิเคราะห์หาแนวโน้มทางสถิติเท่านั้น มิใช่การทำนายผลหรือการชี้นำใดๆ ขอให้แฟนฟุตบอลทุกท่านรับชมการแข่งขันด้วยความสนุกสนานและห่างไกลจากการพนันนะครับ
 

การแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 - 2017

(แม้ว่าฟุตบอลโลกจะเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1930 ที่ประเทศอุรุกวัย แต่เนื่องจากสถิติที่เรารวบรวมมาได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1950 เป็นต้นมา ฉะนั้นการวิเคราะห์ในบทความนี้จึงจำเป็นต้องอ้างอิงพื้นฐานข้อมูลจากช่วงเวลาดังกล่าวครับ)

จากครั้งแรกที่มีเพียง 13 ชาติตอบรับเข้าร่วมในการแข่งขันฟุตบอลโลก ก่อนจะเพิ่มเป็น 16 ทีมในอีก 4 ปีต่อมา นับจากนั้นฟุตบอลได้เติบโตกลายเป็นกีฬาที่มีความนิยมสูงสุดประเภทหนึ่งของโลก ทำให้เกิดการแข่งขันระดับนานาชาติเพิ่มขึ้น และทัวร์นาเม้นต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ ฟุตบอลโลกนี่เอง … จากการเชิญเข้าร่วม กลายเป็นมีรอบคัดเลือกระดับทวีปเกิดขึ้น จนในที่สุด พื้นที่รอบสุดท้ายก็ขยายเป็น 24 ชาติในปี 1982 ที่สเปนเป็นเจ้าภาพ ก่อนจะทวีความมันส์ขึ้นอีกด้วยจำนวน 32 ชาติ ในปี 1998 ที่ฝรั่งเศส (ส่วนหนึ่งเกิดจากที่โลกของเรามีประเทศเพิ่มขึ้นด้วยนั่นเอง)

และสำหรับ FIFA World Cup 2018 บนแผ่นดินรัสเซียก็จะเริ่มการแข่งขันกันในวันที่ 14 มิถุนายน 2018 นี้แล้วครับ

ที่มา : https://hilight.kapook.com/view/49472

อย่างไรก็ตาม ในการวิเคราะห์ครั้งนี้ เราจะไม่นับรวมการแข่งขันแบบกระชับมิตร (Friendly match) เข้าไปนะครับ เหตุเพราะว่าส่วนมากแล้ว แต่ละทีมก็ไม่ได้เน้นผลการแพ้ชนะในนัดอุ่นเครื่องกันมากนัก แต่เป็นโอกาสในการทดลองระบบแผนการเล่นและตัวผู้เล่นเสียมากกว่า โดยการแข่งขันที่เรามาวิเคราะห์กันคือ รายการระดับนานาชาติต่างๆ ที่ FIFA ให้การรับรอง ได้แก่ การแข่งระดับทวีปรอบคัดเลือกและรอบสุดท้าย, FIFA Confederation Cup, ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกและรอบสุดท้าย และฟุตบอลโอลิมปิกรอบคัดเลือกและรอบสุดท้าย

จำนวนการยิงประตูต่อ 1 การแข่งขันที่เกิดขึ้นทุกรายการในแต่ละปี

สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตคือ ปัจจุบันจำนวนการยิงประตูในแต่ละการแข่งขันนั้นมีแนวโน้มที่ลดลง เมื่อเทียบกับในสมัยก่อน อาจเนื่องด้วยความแข็งแกร่งและในเรื่องของระบบแผนการเล่นของแต่ละทีมชาติในปัจจุบัน มีความแตกต่างกันไม่มากนัก ในอดีตปี 1960 มีการยิงประตูเฉลี่ยถึง 4.2 ประตูต่อแมทช์ แต่ในปี 2017 ที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยมีการยิงประตูเพียง 2.7 ประตูต่อแมทช์เท่านั้น

จำนวนการยิงประตูในแต่ละการแข่งขัน

จำนวนการยิงประตูในแต่ละแมตช์การแข่งขันที่มีจำนวนประตูที่เกิดขึ้นมากที่สุด คือ 2 ประตู ตามมาด้วย 3 ประตู และ 1 ประตู เห็นได้ว่าการแข่งขันที่ยิงประตูกันเยอะ ๆ เกิดขึ้นไม่บ่อยมากนัก

ผลการแข่งขัน

ผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นบ่อยมากที่สุดคือ สกอร์ 1-0 หรือ 0-1 รองมาคือ 2-0 หรือ 0-2

ทีมไหนแข่งเยอะสุดและยิงประตูรวมไว้มากที่สุด (เฉพาะประเทศที่แข่งมากกว่า 100 แมทช์)

ทีมที่กระหน่ำยิงประตูคู่แข่งมากที่สุดและมีจำนวนการแข่งขันมากที่สุด ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากแชมป์โลก 5 สมัยอย่าง ทีมแซมบ้า บราซิล ซึ่งพวกเขาก็เป็นชาติเดียวด้วยที่ได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทุกครั้ง (21 ครั้ง) โดยบราซิลลงเตะในเกมระดับนานาชาติ (ไม่รวมนัดอุ่นเครื่อง) ไปทั้งสิ้น 430 ครั้ง และยิงประตูไปทั้งหมด 900 ประตู สำหรับทีมที่ทำประตูรวมตามบราซิลมาติดๆ ก็ไม่ใช่ใครอื่น นั่นคือ ทีมอินทรีเหล็ก เยอรมันนี ที่ระเบิดตาข่ายคู่แข่งไปแล้ว 872 ประตู และสำหรับทีมที่ขยันลงแข่งเป็นลำดับที่ 2 คือ ทีมชาติเม็กซิโก ซึ่งลงสนามไปถึง 414 นัด

จำนวนการยิงประตูต่อการแข่งขัน

เมื่อมาดูสถิติการยิงประตูเฉลี่ยในแต่ละแมตช์พบว่า ทีมจิงโจ้ ออสเตรเลีย (AUS) และพญามังกร จีน (CHN) มีอัตราการยิงประตูเฉลี่ยดีที่สุดในอันดับ 1 และ 2 รองลงมาคือ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ตามด้วยประเทศยูโกสลาเวีย (ในอดีต) เป็นที่น่าสนใจว่า ใน 15 อันดับแรกของการยิงประตูไม่มีทีมชาติอิตาลี  แชมป์โลก 4 สมัย ซึ่งก็สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นทีมที่มีเกมรับเหนียวแน่นที่สุดทีมหนึ่งของโลก และน่าสนใจว่า มีตัวแทนของทวีปเอเชียอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ติดอยู่ใน 15 อันดับแรกของจอมถล่มประตูด้วยเช่นกัน

อัตราชนะ

จากสมาชิก FIFA ทั้งหมด 208 ชาติทั่วโลก มีเพียง 32 ที่ได้ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซียในปีนี้ ทีม Baania Data Scientists จะพาทุกท่านไปดูสถิติการคว้าชัยของแต่ละทีมกันครับ

อัตราชนะในเวลา 90 นาที

ทีมที่มีเปอร์เซ็นต์การชนะในเวลา 90 นาที สูงที่สุด คือ…… อินทรีเหล็ก เยอรมันนี เจ้าของแชมป์โลก 4 สมัย โดยมีอัตราการชนะอยู่ที่ 65% รองมาคือ ประเทศแห่งฟุตบอล ประเทศบราซิล มีอัตราชนะอยู่ที่ 63% และทีมกระทิงดุ สเปน ตามมาติดๆ ที่ 62% แต่อย่าลืมว่า อัตราการชนะในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงชัยชนะที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนะครับ

อัตราชนะในเวลา 120 นาที

ทีมที่มีสถิติชนะในเวลา 120 นาทีดีที่สุด ก็เป็นบรรดาเจ้าเก่า โดยเยอรมันนีมีความคงเส้นคงวาสูงมาก โดยมีอัตราการชนะในเวลา 120 นาทีอยู่ที่ 64% รองมาคือ ประเทศบราซิล ที่ 61% และทีมชาติสเปน ที่ 60%

ในอีกไม่กี่อึดใจ ประวัติศาสตร์หน้าใหม่กำลังจะเกิดขึ้น ใคร...จะเป็นผู้ที่ได้ถือครองถ้วยฟุตบอลโลกและสร้างตำนานบทใหม่ในยุทธจักรลูกหนัง คำตอบจะคลี่คลายให้เราเห็นพร้อมๆ กันในทัวร์นาเม้นต์อย่างแน่นอน

สำหรับในตอนหน้า เราจะพาทุกท่านไปพบกับศาสตร์อันน่ามหัศจรรย์ที่เรียกว่า Machine Learning ซึ่งจะมาเกี่ยวข้องกับ FIFA World Cup ได้อย่างไร ต้องรบกวนให้มาติดตามต่อคราวหน้าแล้วล่ะครับ ตอนนี้ใกล้จะครบ 90 นาทีแล้ว Baania Data Scientist ขอวอร์มดาวน์เบาๆ แล้วลากันไปก่อน

สวัสดีครับ

#ฟุตบอลเป็นลูกกลมๆ คาดเดาอะไรได้ยาก

#หากชอบใจโปรด share ต่อนะครับ

#ขอบคุณครับ

ค้นหาบ้าน คอนโด ในกรุงเทพ

 

14 มิถุนายน 2018