ศาสตร์แห่งความมั่งคั่ง เลือกวิมานอย่างไร ให้อยู่เย็นเป็นสุข

ศาสตร์แห่งความมั่งคั่ง เลือกวิมานอย่างไร ให้อยู่เย็นเป็นสุข

11 เมษายน 2017

“บ้านคือวิมานของเรา” ผมเชื่อว่าคำพูดนี้ติดปากและติดหูคนไทย และทุกคนก็ต้องการให้บ้านเป็นวิมานอย่างแท้จริง อยู่แล้วรู้สึกอบอุ่น สบาย มีความรัก ความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ไม่เจ็บ ไม่ป่วย เหนื่อยจากที่ทำงาน กลับบ้านมาเหมือนได้ชาร์จพลังพร้อมที่จะสู้กับงานต่อในวันรุ่งขึ้น

บ้านไม่ได้ซื้อเพื่อวันนี้พรุ่งนี้ขาย หรืออยู่เพียง 2-3 ปีก็ขาย คนซื้อบ้านส่วนใหญ่ซื้อแล้วต้องการอยู่ยาว ดังนั้นในบทความนี้ ผมขอนำเสนอการเลือกบ้านที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยเบื้องต้นว่าควรพิจารณาจากอะไรเพื่อเป็นแนวทางในการเลือกซื้อบ้านต่อไปครับ          

1. ประตูรั้วควรอยู่ทางซ้ายของตัวบ้าน
ฮวงจุ้ยเชื่อว่าพลังงานเคลื่อนไหวจะอยู่ทางด้านซ้ายเสมอ (มังกรเขียว: ในสี่สัตว์เทพ) ดังนั้นการเคลื่อนไหวเข้า-ออกบ้านควรจะอยู่ทางด้านซ้ายของตัวบ้านถึงจะดีที่สุด ในความเป็นจริงก็สอดคล้องกัน เนื่องจากเวลาเราเลี้ยวรถเข้าบ้านก็จะไม่กระชั้นชิดจนเกินไป มีระยะพอสมควรให้ตีวงเลี้ยวเข้าบ้านได้ง่ายและสะดวกปลอดภัยโดยเฉพาะบ้านที่อยู่หัวมุมถนน

2. บริเวณบ้านควรมีพื้นที่สีเขียว
บ้านทุกหลังควรจะมีพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นแหล่งก่อเกิดพลังงานธรรมชาติโดยแท้จริง หมายถึงควรจะมีต้นไม้ให้ความสดชื่น ร่มรื่น ร่มเย็น รวมถึงเป็นตัวกรองอากาศที่ดี ในส่วนพื้นที่สีเขียวนั้นควรมีสนามหญ้า หรือสวนเซน สวนหิน เพื่อให้เท้าได้สัมผัสพลังงานธรรมชาติบ้างในช่วงเช้า ช่วงเย็น หรือวันหยุด นอกจากนั้นต้นไม้หรือพื้นที่สีเขียวยังเป็นตัวที่ทำให้บ้านมีความอ่อนนุ่มลง ลดความแข็งของตัวอาคาร ทำให้บ้านน่าอยู่ยิ่งขึ้น

3. หน้าบ้านควรมี “เหม่งตึ้ง”
ลานโล่งหน้าบ้านเป็นพื้นที่หนึ่งที่บ้านทุกหลังควรจะมี เพราะเป็นสถานที่หยุดและเก็บกักพลังที่ดีก่อนที่กระจายตัวไปรอบๆ บ้าน รวมถึงเป็นตัวชะลอทั้งลมและความร้อนก่อนที่จะไหลเข้าไปภายในบ้าน ฮวงจุ้ยกล่าวไว้ว่า “ทุกๆ เช้าถ้าบ้านหลังใดราดน้ำทั่วเหม่งตึ้งจะก่อเกิดโชคลาภ และโชคลาภนั้นจะไหลเข้าสู่บ้านหลังนั้นพร้อมกับความเจริญรุ่งเรือง”

4. ที่จอดรถไม่ควรอยู่ใต้ห้องนอนใหญ่
ห้องนอนใหญ่ของบ้านมักจะเป็นห้องนอนของเจ้าของบ้านเป็นส่วนใหญ่ ฮวงจุ้ยไม่ชอบให้ใต้ห้องนอนมีความเคลื่อนไหวมาก เช่น เป็นที่จอดรถ หรือลานกิจกรรม เพราะเชื่อว่าจะทำให้เจ้าบ้านขี้หงุดหงิด เจ้าอารมณ์ สุขภาพไม่ดี เจ็บป่วยง่ายโดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ ซึ่งสอดคล้องกับความเป็นจริงกล่าวคือถ้ารถจอดใต้ห้องนอน เวลาคนที่ต้องการเอารถเข้าออก หรืออุ่นเครื่องรถในตอนเช้า แน่นอนว่าเสียงและควันจะรบกวนคนที่นอนอยู่บนห้อง แต่ถ้าบ้านหลังนั้นคุณอยู่คนเดียวจริงๆ เรื่องนี้คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ครับ

5. ปากเตาไฟไม่ควรหันออกหน้าบ้าน
ฮวงจุ้ยเชื่อว่าห้องครัวโดยเฉพาะเตาไฟเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้บ้านสงบสุข เพราะเตาไฟใช้ทำอาหารให้ทุกคนในบ้าน ทางฮวงจุ้ยไม่แนะนำให้หันปากเตา (ตัวลูกบิดเปิด-ปิดเตา) ออกหน้าบ้าน หรือเวลาทำครัวห้ามหันหลังออกหน้าบ้าน

6. ปากชักโครกไม่ควรหันออกหน้าบ้าน
ปากชักโครกทุกห้องน้ำในบ้านไม่ควรหันออกหน้าบ้าน เพราะคนจีนเชื่อว่าเวลานั่งห้องน้ำจะเหมือนโชว์ให้คนนอกบ้านดู รวมถึงพลังงานที่ไม่ดีจะปะทะกับพลังงานที่ดี ทำให้โชคลาภไม่ไหลเข้าสู่บ้าน คนจีนส่วนใหญ่มักจะเข้าไปดูตำแหน่งชักโครกในห้องน้ำทุกห้องก่อนเป็นลำดับแรกว่าปากชักโครกหันไปทางไหนเพื่อพิจารณาว่าจะซื้อบ้าน หรือเช่าหลังนั้นหรือไม่

7. พื้นห้องน้ำควรต่ำกว่าทุกห้อง
โดยปกติแล้วพื้นห้องน้ำส่วนใหญ่จะต่ำกว่าพื้นห้องทั่วไป อยู่แล้วเพื่อสะดวกต่อการทำความสะอาด แต่ถ้าให้ดีทางฮวงจุ้ยถือว่าพื้นห้องน้ำต้องต่ำกว่าพื้นห้องครัวจะทำให้ผู้อยู่อาศัยสุขภาพดี เพราะฮวงจุ้ยต้องการให้พลังงานที่ไม่ดีของห้องน้ำไม่ไหลเข้าไปหาตำแหน่งพลังงานที่ดี เช่น ห้องครัว ห้องนอน ซึ่งตามหลักพลังงานจากที่สูงจะไหลสู่ที่ต่ำเสมอ

8. ในบ้านไม่ควรมีประตูตรงกันสามบาน
ทางฮวงจุ้ยเชื่อว่าประตูสามบานตรงกันนั้นเป็นทางผ่านของดวงจิตวิญญาณ รวมถึงพลังงานที่ดีเข้าบ้านเร็วไหลออกอย่างรวดเร็วเช่นกัน ถ้าเรามองจากความเป็นจริงแล้วบ้านที่มีประตูหน้าบ้านตรงกับประตู หรือหน้าต่างด้านหลังมักจะกักเก็บลมไม่อยู่ ตามธรรมชาติลมจะเข้ามาเร็วและออกเร็วไม่ไหลเวียนในบ้าน แต่ถ้าลมเข้ามาปะทะกับผนัง ลมก็จะไหลวนหาทางออกซึ่งจะทำให้เย็นสบายทั่วบ้านตามหลักการ พลังงานที่ดีต้องเข้าบ้านให้เร็ว แต่ให้ออกช้าๆ

9. แท็งค์น้ำควรอยู่บนดิน
บ้านบางที่ต้องการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยลืมคำนึงถึงผู้ใช้ หรือผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ตามหลักการของฮวงจุ้ยนั้น “น้ำเสียไม่ควรเห็น แต่น้ำดีควรให้เห็น” เพราะฮวงจุ้ยเชื่อว่าน้ำดีเป็นโชคลาภ และเป็นสิ่งที่ก่อเกิดทุกอย่างที่เป็นสิ่งดีๆ ดังนั้นแท็งค์น้ำควรวางบนพื้นให้เห็น ในเรื่องนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ เพราะง่ายต่อการดูแลรักษา รวมถึงเรื่องสุขอนามัย ลองนึกดูนะครับว่าแท็งค์น้ำที่ถูกฝังใต้ดินถ้าฝาที่ปิดเกิดชำรุดหรือเสื่อมก็จะทำให้น้ำเสียไหลเข้าได้โดยง่าย แล้วเราก็นำน้ำเสียเหล่านั้นมาอาบ มากินใช้ ผมว่ามันไม่สมควรนะครับ

10. เปิดเข้าบ้านไม่ควรเห็นบันได
เรื่องนี้แบ่งเป็นสองอย่างนะครับ ถ้าเป็นบ้านไม่ดี เพราะจะทำให้คนในบ้านไม่อยู่ติดบ้าน พอลงบันไดมาจิตก็อยากออกไปนอกบ้านทันที รวมถึงทำให้คนที่คิดจะเข้ามาขโมยของในบ้านสามารถคำนวณเวลาที่จะเข้าไปเอาของมีค่าชั้นบนได้อย่างง่ายดาย จึงเป็นที่ไปที่มาของคำทำนายที่ว่า “บ้านใดเปิดประตูไปแล้วเห็นบันได จะทำให้บ้านหลังนั้นเสียทรัพย์ตลอดเวลา” แต่ถ้าเป็นร้านค้ากลับดีครับ เพราะทำให้ลูกค้ารู้ว่าเรามีสินค้า หรือบริการอยู่ชั้นบนด้วย

11. บ้านไม่ควรมีหลายหลังคาซ้อนกัน
บ้านที่มีหลังคาซ้อนกันมากกว่าสองขึ้นไปจะทำให้คนในบ้านทะเลาะกัน แบ่งฝักแบ่งฝ่ายออกเป็นหลายกลุ่ม ในหลักการฮวงจุ้ยทำนายไว้เช่นนั้น การที่มีหลังคาซ้อนกันทำให้การดูแลรักษาหลังคายากมาก เพราะจะทำให้เกิดการรั่วของหลังคาง่าย โดยเฉพาะรอยต่อในแต่ละจุด ทำให้เกิดการซ่อมหลังคาหรือแก้ไขปัญหาไม่เสร็จซักที อาจทำให้คนในบ้านโทษกันไปมาจนเกิดปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกันได้ครับ

12. ประตูหลังบ้านควรเล็กกว่าประตูหน้าบ้าน
ฮวงจุ้ยเปรียบประตูหน้าบ้านเหมือนปากของคน ส่วนประตูหลังบ้านเป็นทวาร ดังนั้นประตูหน้าบ้านต้องใหญ่และกว้างกว่าประตูหลังบ้านเสมอ มีคำทำนายกล่าวไว้ว่า "ถ้าประตูหน้าบ้านเล็ก ประตูหลังบ้านใหญ่รายได้จะขัดสนไม่พอค่าใช้จ่าย ถ้าขนาดประตูเท่ากันหาเงินมาได้เท่าไหร่ก็ใช้หมดไม่มีเงินเก็บ"

13. ด้านบนห้องครัวไม่ควรเป็นห้องน้ำ
ถ้าห้องน้ำอยู่บนห้องครัวจะทำให้คนในบ้านสุขภาพไม่ดี เจ็บป่วยง่าย เงินทองร่อยหรอ เนื่องจากถ้าห้องน้ำอยู่ด้านบนห้องครัว ท่อน้ำเสียส่วนใหญ่จะต้องเดินท่อผ่านเพดานห้องครัวอย่างแน่นนอน เมื่อเราใช้ห้องครัวทำอาหารแล้ววันหนึ่งท่อน้ำเสียเกิดรั่วขึ้นมา พอนึกภาพออกนะครับว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแกงที่เรากำลังต้มไว้ในหม้อรอสุกเพื่อรับประทาน

แนวทางเหล่านี้มหาเศรษฐี โดยเฉพาะชาวจีนใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการเลือกซื้อบ้านมานับร้อยปี ล้วนแต่อยู่เย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรือง สอดคล้องกับความเป็นจริงอย่างมีเหตุและผล ผมหวังว่าบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังเลือกหาบ้านที่เป็นวิมานให้ตนเองและครอบครัวได้นะครับ

 

เขียนโดย: พีรันธร  ธนนันท์วิชยุทธ (ซินแซชื๊อเหลียงง้วน) ฮวงจุ้ย 189

ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยมากว่า 20 ปี เน้นในวิชาซาฮะสี่เก็ก ระบบเอี้ยงแทะ และวิชาซำง้วน ระบบเอี้ยงแทะ ให้คำปรึกษาออกแบบ จัด ปรับแต่งที่ดิน ที่อยู่อาศัย สำนักงาน และโครงการที่เกี่ยวกับพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จบปริญญาโท สาขาระบบสารสนเทศ(MIS) Oklahoma City University ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผลงานที่โดดเด่น อาทิ บริษัท หยก อินเตอร์เทรด(เชียงใหม่) จำกัด, ร้าน ซีเอ็ม เฟอร์นิเจอร์, โรงแรม@พระสิงห์ เชียงใหม่, โครงการนิ่มซิตี้เดลี่ โซนแอ่วตะวา, โครงการหมู่บ้านกรีนเนอรี่ เชียงใหม่, ร้านอาหาร สามเสนวิลล่า เชียงใหม่, แสงทองรีสอร์ท เป็นต้น

มุมมองสำหรับศาสตร์ฮวงจุ้ยนั้น เขาเชื่อว่าปัจจุบันนี้ผู้ประกอบการและนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วนั้น เพราะมีเครื่องมือที่ดี เข้าและใช้เครื่องมือนั้นได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ จึงส่งถึงประสิทธิผลในระยะสั้น ฮวงจุ้ยก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะนำพาท่านไปถึงเป้าหมายอย่างได้ง่ายดายและรวดเร็ว

****************
บทความแนะนำ

ศาสตร์แห่งความมั่งคั่ง : “5 ขั้นตอนกับการเลือกอาคาร”

เคล็ดลับ! เลือกห้องคอนโดมิเนียมอย่างไรให้ฮวงจุ้ยเป็นมงคล

 

06 กรกฎาคม 2017