ศาสตร์แห่งความมั่งคั่ง : “5 ขั้นตอนแห่งความมั่งคั่งกับการเลือกสรรที่ดิน”

ศาสตร์แห่งความมั่งคั่ง : “5 ขั้นตอนแห่งความมั่งคั่งกับการเลือกสรรที่ดิน”

07 ตุลาคม 2016

ศาสตร์แห่งความมั่งคั่ง : “5 ขั้นตอนแห่งความมั่งคั่งกับการเลือกสรรที่ดิน”

อยากขยายกิจการ อยากได้ที่ดินเป็นของตัวเองจะเลือกแบบไหนและเลือกอย่างไรถึงจะดีและเหมาะกับเรารึเปล่า? คำถามเหล่านี้เกิดขึ้นตลอด เวลาสำหรับผู้ที่มองหาที่ดินสำหรับการลงทุน หรือขยายกิจการ วันนี้ผมจะมาตอบคำถามเหล่านี้ เพื่อให้คุณสามารถหาดูที่ดินที่ดีและเลือกได้ด้วยตัวเอง โดย พิจารณาองค์ประกอบหลัก 5 ประการ

1. มองหาทำเลท้องมังกร: ในอดีตชาวจีนจะดูแนวเทือกเขาเป็นหลัก จากแนวเขาที่สูงที่สุดเป็นตำแหน่งของหัวมังกรไปจนต่ำสุดถือว่าเป็นหางมังกร ส่วนตรงกลางระหว่างหัวกับหางนั้นเราถือว่าเป็นตำแหน่งท้องมังกรที่มีความอุดมสมบรูณ์ที่สุด ถ้าเปรียบกับคนท้องมังกรก็เหมือนส่วนท้องเป็นตำแหน่งที่รวบรวมอวัยวะสำคัญของร่างกายเรานั่นเอง

ผมขอยกตัวอย่างท้องมังกรที่เห็นเด่นชัดที่สุดนั้นก็คือจังหวัดเชียงใหม่ แนวเขาดอยสุเทพที่ ทอดยาวจากทิศเหนือลดหลั่นลงไปทางทิศใต้ ส่วนตรงกลาง(ท้องมังกร) ก็คือส่วนของดอยสุเทพปุย ถ้าลากเส้นลงมาก็จะเป็นตำแหน่งกลางเมืองเชียงใหม่พอดี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ดีและเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด อาจมีคำถามว่า ถ้าพื้นที่ไม่มีแนวเขาจะพิจารณาจากอะไร? คำตอบคือให้ดูศูนย์กลางของความเจริญของเมืองนั้นเป็นหลักว่าอยู่บริเวณไหน บริเวณนั้นถือว่าเป็นท้องมังกร

ท้องมังกรนั้นมีข้อดีคือเติบโตง่าย เจริญรุ่งเรืองเร็ว แต่ข้อเสียก็คือราคาแพง ค่อนข้างหายาก เพราะมีแต่คนอยากได้ ขยายตัวลำบากในอนาคต การเลือกทำเลท้องมังกรนั้นจึงต้องพิจารณาว่าเหมาะสมกับธุรกิจที่เรากำลังจะลงทุนหรือเปล่า เช่น ถ้าทำโรงแรมแบบ Hostel ร้านอาหาร ก็น่าจะเหมาะสมอยู่ แต่ถ้าจะทำโกดังให้เช่าหรือโรงงานก็คงไม่ค่อยเข้าท่านะครับ

2. มองหาทำเลหางมังกร : อีกหนึ่งทางเลือกตามหลักวิชาฮวงจุ้ย บริเวณที่เป็นหางมังกรซึ่งเป็นแนวของเทือกเขาที่ทอดตัวต่ำที่สุดหรือเขตบริเวณชานเมือง ซึ่งอยู่ไม่ไกลตัวเมืองมากนัก ตำแหน่งนี้อีกไม่นานความเจริญจะคืบคลานมาอย่างแน่นอน และเมื่อความเจริญเข้ามาแล้วจะอยู่นานกว่าท้องมังกรอีกด้วย ก็คือ “พลังงานชี่ที่ดีจะไหลจากที่สูงลงมาพักตัวที่ท้องมังกร และจะไหลไปสิ้นสุดอยู่ที่หางมังกรเป็นระยะ เวลาอันยาวนาน”  ทำเลหางมังกรมีข้อดีคือราคาไม่แพง หาได้ง่ายเพราะไม่ค่อยมีคนสนใจ ส่วนข้อเสีย เป็นทำเลที่ยังไม่เจริญมากนัก การเดินทางไม่ค่อยสะดวก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของธุรกิจ ถ้าธุรกิจของคุณต้องการการเติบโตรวดเร็วทำเลหางมังกรอาจจะไม่เหมาะกับธุรกิจของคุณก็ได้นะครับ

3. สภาพแวดล้อมที่ควรหลีกเลี่ยง : สิ่งนี้ตามหลักฮวงจุ้ยเรียกว่า “สั่วะ” แปลว่า อุปสรรค ในความเป็นจริงมีเยอะมาก แต่ผมจะขอกล่าวถึงอุปสรรคหลักๆที่ควรหลีกเลี่ยงนั่นก็คือ ที่ดินมีร่องน้ำผ่ากลางไม่ว่าจะเป็นแนวตรงหรือแนวนอน ตามตำราเรียกว่าที่ดินอกแตก, ร่องน้ำหรือลำเหมืองล้อมรอบที่ดินทั้งสี่ด้าน (แต่ถ้ามีเฉพาะด้านหน้าหรือด้านหลังเท่านั้นถือว่าดี), ที่ดินติดถนนโดยล้อมรอบทั้งสี่ทิศ, ที่ดินอยู่ตำแหน่งหัวโค้ง, ที่ดินที่อยู่ติดกับหนองน้ำที่มีพื้นที่ใหญ่กว่าที่ดิน, ที่ดินที่ติดกับสุสานหรือเมรุ, ใกล้ เสาไฟฟ้าแรงสูง, ใกล้ที่ทิ้งขยะหรือที่กำจัดขยะ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราควรจะหลีกเลี่ยงในการหาซื้อที่ดินมาลงทุนครับ

4. เลือกกระแสให้สอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการ : เมื่อสามารถตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกทำเลท้องมังกรหรือหางมังกรและหลีกเลี่ยงอุปสรรคอย่างไรแล้ว  จากนั้นก็มาพิจารณาเรื่องของกระแสว่าสอดคล้องกับธุรกิจของเราหรือไม่ พูดง่ายๆก็คือให้พิจารณาว่าลูกค้าที่เราต้องการนั้นส่วนใหญ่มาจากฝั่งไหนเป็นหลัก ในที่นี้จะพูดถึงฝั่งขาเข้าหรือขาออกของเมือง ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่มาจากฝั่งเข้าเมืองก็ให้พิจารณาเลือกที่ดินที่อยู่ ฝั่งขาเข้าเมืองเท่านั้นไม่ควรเลือกที่ดินฝั่งขาออกไม่ว่าที่ดินนั้นจะน่าสนใจหรือสวยงามมากแค่ไหน ต้องรู้จริงว่าลูกค้าของเราคือกลุ่มไหน เพราะเมืองแต่ละเมืองก็มีความเจริญรุ่งเรืองและวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น ถ้าเราต้องการเปิดร้านอาหารในบรรยากาศสบายๆนั่งชิวได้ ควรหาที่ดินที่อยู่แถวบริเวณชานเมืองและอยู่ฝั่งขาออกของเมือง เพราะคนไทยส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับอาหารมื้อเย็นและต้องการร้านที่มีบรรยากาศดีๆ หลีกหนีความวุ่นวาย เดินทางสะดวก ดังนั้นทำเลนี้น่าจะ เหมาะสมที่สุดตามหลักของวิชาฮวงจุ้ยที่ว่า “การวางไซดักปลานั้นควรจะพิจารณากระแสน้ำว่ามาจากทางไหนเป็นสำคัญ ทำเช่นนี้แล้วเราจะได้ปลาตามที่เราต้องการ”

5. จินตนาการความเป็นไปได้ : ขั้นตอนนี้เราต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ในอนาคตของที่ดินบริเวณนั้นว่าสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่เราต้องการหรือเปล่า คุณลองนึกถึงองค์ประกอบของธุรกิจของคุณว่าจะต้องมีอะไรบ้าง จริงๆก็คือการวาง Master Plan ในสมองแล้วจินตนาการออกมาวางบนที่ดินที่เรากำลังดูอยู่ รวมถึงพิจารณาขนาดของอาคารและองค์ประกอบอื่นๆในนั้นด้วย แล้วพิจารณาดูว่าที่ดินผืนนี้มีพื้นที่เพียงพอต่อความต้องการของเราหรือไม่ หากอาคารและองค์ประกอบต่างๆ เกิดขึ้นจริงจะสามารถมองเห็นได้เด่นชัดหรือเป็นไปตามที่เราอยากให้เป็นหรือเปล่า หากพิจารณาแล้วไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการหรือไม่แน่ใจผมแนะนำให้หาที่ใหม่เลยครับ

จาก 5 ขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้น เชื่อว่าน่าจะเป็นแนวทางเบื้องต้นแก่ผู้ที่กำลังเลือกหรือตัดสินใจที่จะซื้อหรือลงทุนในที่ดิน ได้มีแนวทางพิจารณาที่ดิน ทำเล สภาพแวดล้อมทู่กต้องและเหมาะกับความต้องการ ซึ่งผมหวังว่าฮวงจุ้ยจะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในธุรกิจในระยะเวลาอันสั้นและรวดเร็วนี้ได้

.....................................

บทความแนะนำ

 

ผู้เขียน : พีรันธร  ธนนันท์วิชยุทธ (ซินแซชื๊อเหลียงง้วน) ฮวงจุ้ย 189

ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยมากว่า 20 ปี เน้นในวิชาซาฮะสี่เก็ก ระบบเอี้ยงแทะ และวิชาซำง้วน ระบบเอี้ยงแทะ ให้คำปรึกษาออกแบบ จัด ปรับแต่งที่ดิน ที่อยู่อาศัย สำนักงาน และโครงการที่เกี่ยวกับพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จบปริญญาโท สาขาระบบสารสนเทศ(MIS) Oklahoma City University ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผลงานที่โดดเด่น อาทิ บริษัท หยก อินเตอร์เทรด(เชียงใหม่) จำกัด, ร้าน ซีเอ็ม เฟอร์นิเจอร์, โรงแรม@พระสิงห์ เชียงใหม่, โครงการนิ่มซิตี้เดลี่ โซนแอ่วตะวา, โครงการหมู่บ้านกรีนเนอรี่ เชียงใหม่, ร้านอาหาร สามเสนวิลล่า เชียงใหม่, แสงทองรีสอร์ท เป็นต้น

มุมมองสำหรับศาสตร์ฮวงจุ้ยนั้น เขาเชื่อว่าปัจจุบันนี้ผู้ประกอบการและนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วนั้น เพราะมีเครื่องมือที่ดี เข้าและใช้เครื่องมือนั้นได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ จึงส่งถึงประสิทธิผลในระยะสั้น ฮวงจุ้ยก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะนำพาท่านไปถึงเป้าหมายอย่างได้ง่ายดายและรวดเร็ว 

06 กรกฎาคม 2017