สนง.เขตพญาไท ถกเครียด ค้านคอนโดประชารัฐ “พหลโยธิน 11”

สนง.เขตพญาไท ถกเครียด ค้านคอนโดประชารัฐ “พหลโยธิน 11”

13 มีนาคม 2017

นางกนกรัตน์ พันธ์นรา ผู้อำนวยการเขตพญาไท พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา, กรมธนารักษ์, เจ้าหน้าที่ทหาร, เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชุมร่วมกับชาวบ้านกลุ่มชมรมอนุรักษ์พญาไท ซอย 5, 7, 9, 11 และบริเวณข้างเคียง นำโดยนายสมวงศ์ โปษยานนท์ ประธานชมรม เพื่อหารือถึงสภาพความเป็นอยู่ กิจกรรมในพื้นที่เขตพญาไท รวมถึงพูดคุยเพื่อหาทางแก้ปัญหา หลังจากชมรมฯ ได้ร้องเรียนขอให้พิจารณาทบทวนโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐซอยพหลโยธิน 11

ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องที่จอดรถในชุมชนและละแวกใกล้เคียงที่มีไม่เพียงพอและคับแคบ การขายของบนทางเท้าจนไม่มีที่ให้เดิน รวมถึงการก่อสร้างหลายโครงการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ที่มีอยู่ และในเวลากลางคืนมีเสียงการก่อสร้างและฝุ่นละอองจำนวนมาก ขณะเดียวกันย่านดังกล่าวจะมีธุรกิจซ่อมแอร์ ซ่อมรถจักรยานยนต์ พ่นสี และร้านอาหารเกิดขึ้นมากมาย จำนวนขยะจึงเพิ่มมากขึ้น สวนทางกับถังขยะที่มีจำนวนไม่เพียงพอ ทำให้ต้องวางบนฟุตปาท ทำให้คนต้องลงไปเดินบนถนน เสี่ยงต่อการถูกรถชน

ระหว่างการประชุมเกิดการถกปัญหาเกี่ยวกับการอนุมัติให้มีการสร้างคอนโดมิเนียมสูง ผิดพ.ร.บ.อาคารก่อสร้างของโครงการต่างๆ ซึ่งหนึ่งในรายละเอียดเป็นเรื่องกฎหมายพ.ร.บ.อาคารก่อสร้าง อาทิ เรื่องการวัดความสูงของอาคาร และการวัดพื้นที่รอบอาคาร ซึ่งไม่ตรงกัน โดยทางชมรมได้แนะวิธีการวัดแก่เจ้าหน้าที่เขตฯ นอกจากนี้ยังมีกรณีที่มีการสร้างคอนโดสูงใกล้ชุมชนมาก ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างบ้านของประชาชนหลายหลัง ตั้งแต่การลงเสาเข็มที่ทำให้บ้านหลายหลังมีรอยร้าวตั้งแต่ชั้นล่างถึงชั้นบน จนเป็นเหตุให้บางหลังต้องรื้อถอน เนื่องจากได้รับความเสียหายทางโครงสร้าง

ขณะที่ซอยพหลโยธิน 11 ถนนที่มีต้นไม้ตลอดสายให้ความร่มรื่น แต่เมื่อมีการเตรียมการสร้างอาคารของกรมธนารักษ์ ต้นไม้ถูกตัดไปแล้ว 5 ต้น ซึ่งหลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่าเพราะพื้นที่เขตพญาไทมีความเจริญ โดยทางชมรมอยากบอกว่าตอนนี้ไม่ได้มองว่าเขตพญาไทมีความเจริญแล้ว แต่กลับมองว่าเป็นความแออัด โดยชมรมต้องการความสะอาด ชีวิตความเป็นอยู่ และการใช้ชีวิตแบบปกติกลับคืนมา

นอกจากนี้ยังมีการเตรียมก่อสร้างคอนโดหรู ห่างจากที่ทำการสำนักงานเขตพญาไทเพียง 100 เมตร ยึดทางเท้าสาธารณะเป็นที่ก่อสร้าง และยังนำรถมาจอดริมถนนจำนวนมาก และยังเป็นการกระทำความผิดตามพ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 โดยปล่อยขยะและดินโคลนลงท่อระบายน้ำอีกด้วย

นายสมวงศ์กล่าวว่า “อยากขอความมั่นใจว่าถ้ามีคอนโดสูงเกินกฎหมายกำหนด อยากทราบว่าทางเจ้าหน้าที่เขตฯ จะมีมาตราการอย่างไรให้ประชาชนมั่นใจ และก่อนที่ผอ.เขตที่จะอนุมัติโครงการ 8 ชั้น ขอให้ทำเป็นมาตราการเป็นหนังสือทางการว่าจะทำอย่างไรเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ทั้งนี้ความตั้งใจที่แท้จริงพวกตนคือมาช่วยผอ.เขต ไม่ได้มีเจตนาจะมาทะเลาะ แต่อยากมาช่วยแก้ปัญหา”

ขณะที่นางกนกรัตน์ ผอ.เขตฯ กล่าวว่า “ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ให้มาเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นเสียงสะท้อนปัญหาที่แท้จริง โดยเรามีพี่เลี้ยงทั้งหน่วยงานจากกรุงเทพฯ สมาชิกสภากรุงเทพฯ สำนักการโยธา ควบคุมอาคาร สำนักการผังเมือง สำนักการระบายน้้ำ สำนักการจราจรและขนส่ง ซึ่งทำงานร่วมกับตำรวจสน.บางซื่อ เจ้าของพื้นที่ด้วย ทั้งนี้มีโครงการจับรถเร่ขายของเสียงดังตามที่ชาวบ้านร้องเรียน โดยทำร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศกิจ และสน.บางซื่อซึ่งทำให้ลดน้อยลงแล้ว

“นอกจากนี้ยังมีการจัดการผู้ค้าบนทางเท้า อยู่ระหว่างทยอยจัดการทีละส่วน ทีละสถานที่ เพื่อให้เวลาผู้ค้าที่ทำมาหากินในการติดต่อร้านค้า หรือตลาด ในส่วนของอาคารที่ร้องเรียนมานั้น เราจะเร่งตรวจสอบอาคารที่ชมรมกล่าวมา ซึ่งจากที่ฟังตนพบว่าเป็นปัญหามาช้านาน ยืนยันเจ้าหน้าที่เขตฯ ไม่นิ่งนอนใจ เรามีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขประชาชน และจะนำความสะดวกสะอาดตามที่ประชาชนบอกว่าหายไปกลับคืนมา”

น.ส.ชุติมา ศรีปราชญ์ ตัวแทนกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า “โครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐซอยพหลโยธิน 11 เกิดขึ้นเพื่อให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยได้อยู่อาศัยเป็นการชั่วคราว แต่เดิมที่ดังกล่าวเป็นโรงกษาปณ์ เมื่อย้ายไปเราก็ขอใช้พื้นที่ เนื่องจากสภาพตรงนั้นทรุดโทรมมาก จึงต้องการปรับปรุงและบูรณะใหม่ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายรัฐอยากให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัย ก็เล็งเห็นว่าเจ้าหน้าที่เราเองก็ไม่มีที่อยู่อาศัยในกทม. แทนที่จะให้เอกชนนำที่ไปสร้าง เราก็น่าจะดูแลคนของเราเอง โดยคิดอัตราค่าเช่าไม่เกิน 4,000 บาท และกำหนดไม่ให้อยู่เกิน 5 ปี เพราะเกรงว่าจะเหมือนข้าราชการทั่วไปที่อยู่ครั้งเป็นข้าราชการระดับล่าง แต่เมื่ออยู่ก็อยู่นานไปจนถึงระดับสูง ซึ่งจะไม่ได้ช่วยเหลือข้าราชการชั้นผู้น้อยที่แท้จริง อย่างไรก็ตามเรื่องจราจรที่ิติดขัดนั้น ขอชี้แจงว่าได้มีการตรวจสอบ อยู่ระหว่างดำเนินการ รวมถึงเรื่องอาคารด้วย

“ทั้งนี้ไม่ทราบว่ามีการร้องเรียนกรณีที่ให้เอกชนมารื้อถอนสิ่งก่อสร้าง เพราะบริษัททำให้เกิดฝุ่น รบกวนด้านเสียง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ขณะนี้เหลือส่วนของการรื้อถอนแทงค์น้ำ จะกำชับกับบริษัทให้ระมัดระวัง และดำเนินการให้เรียบร้อยที่สุด และจะให้เบอร์โทรศัพท์กรมธนารักษ์ไว้ เผื่อมีอะไรให้แจ้งความเดือดร้อนได้เลย แต่ยอมรับว่ามีการเปิดการรับจองและลงชื่อแล้วจริง ในส่วนของการจราจรที่ประชาชนเกรงว่าจะติดขัดนั้นขอชี้แจงว่า จากโครงการดังกล่าวจะใช้ทางเข้าและออกเป็นซอยพหลโยธิน 11 และถนนประดิพัทธ์ 6 โดยได้ทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอใช้พื้นที่ในการระบายรถ กรณีมีจราจรติดขัดด้วย”

ตลอดระยะเวลาการชี้แจงนั้นเป็นไปด้วยความเคร่งเครียด เนื่องจากทางชมรมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่พยายามซักถามหลายๆ ประเด็น ซึ่งเมื่อตัวแทนกรมธนารักษ์ได้ตอบคำถาม ก็ยังไม่เป็นที่พอใจ และขอให้ยกเลิกโครงการดังกล่าวเสีย พร้อมเสนอแนะให้ใช้ที่จุดอื่นสร้างแทน กระทั่งเกิดการถกเถียงกันอย่างเคร่งเครียด จนทางตัวแทนกรมธนารักษ์ขอเวลากลับไปรายงานผู้บังคับบัญชา โดยจะใช้ห้องประชุมของสำนักงานเขตพญาไทในการมาประชุมหารือกันในครั้งต่อไป

 

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

บทความที่แนะนำ:

คอนโดฯ ย่านทำเลฮอตใกล้ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

อึ้ง! "หลังสวน" แซง "เพลินจิต" ที่ดินวาละ 5 ล้าน!!

ไฟเขียว! ขยายถนนราชพฤกษ์ช่วง "จรัญ 13-คลองมหาสวัสดิ์" พร้อมใช้ พ.ค. ปีนี้

14 มีนาคม 2017