หาเงินจากบ้านแบบนี้ก็ได้ ง่ายจริงๆ

หาเงินจากบ้านแบบนี้ก็ได้ ง่ายจริงๆ

13 มิถุนายน 2018

ยุคนี้สมัยนี้ การหาเงินมาจับจ่ายหรือทำสิ่งต่างๆ ที่เราต้องการดูเหมือนจะต้องออกแรงมากกว่าเดิมอยู่ไม่น้อยเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการประกอบธุรกิจ การเป็นพนักงานตามบริษัทห้างร้านต่างๆ หรือการแสดงความสามารถอื่นใดเพื่อให้ได้เงินในทางสุจริต แต่ว่ากันว่าในโลกนี้นั้น ผู้ที่ครอบครองสินทรัพย์ดูจะมีหนทางให้หาเงินได้ง่ายกว่าคนที่ถือครองเงินสด ซึ่งก็ดูท่าจะจริง เพราะมูลค่าของสินทรัพย์นั้น นับวันก็มีแต่จะเพิ่มมูลค่าขึ้นไป

สินทรัพย์ที่ดูจะสร้างมูลค่าให้กับคุณได้เป็นกอบเป็นกำที่สุด ก็คงไม่พ้นที่อยู่อาศัยในรูปแบบต่างๆ เช่น บ้าน คอนโด ทาวน์เฮ้าส์ หรืออาคารพาณิชย์นั่นเองครับ เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งเราพอจะยกมาจำแนกโดยสังเขปได้ดังนี้

1. ราคาที่ดินพุ่งขึ้นเรื่อยๆ

อันที่จริงราคาที่ดินจะมีการประเมินใหม่ทุกๆ 4 ปี และตัวเลขมักจะต่างจากรอบการประเมินครั้งก่อนอยู่มาก ซึ่งจริงๆ แล้วราคาไม่ได้ขึ้นทุก 4 ปีหรอกครับ แต่ราคาที่ก็ขึ้นกันทุกปีด้วยปัจจัยบวกต่างๆ ทั้งโครงการภาครัฐหรือการพัฒนาของเมือง การปรับราคาประเมินนั้นก็คือการประกาศปรับฐานราคาอย่างเป็นทางการนั่นเอง ส่งผลให้บ้านและคอนโดในบริเวณนั้นได้ราคาตามไปด้วย

2. อัตราเงินเฟ้อ

เรื่องเงินเฟ้อนั้นอธิบายง่ายๆ ว่าเงินของคุณมีค่าลดลงทั้งที่มีจำนวนคงเดิมนั่นแหละครับ และในทางกลับกันถ้าคุณจะซื้อของในปริมาณเท่าเดิมคุณก็ต้องจ่ายมากขึ้น เช่น คุณเคยซื้อข้าวจานละ 30 บาท เมื่อหลายปีก่อน แต่ต้องมาจ่าย 40 บาท ในปัจจุบัน จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ (กันยายน 60) เราพบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว ประเทศไทยมีเงินเฟ้อปีละ 2.09% ในช่วงเวลา 15 ปีหลังมานี้ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไรที่จะทำให้ราคาของสินทรัพย์ต่างๆ เพิ่มขึ้น

3. สัดส่วนของอุปสงค์และอุปทาน

เรื่องของ Demand และ Supply เป็นตัวกระตุ้นชั้นดีให้ราคาสินค้าต่างๆ เพิ่มขึ้น และยิ่งสำหรับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด ก็ย่อมเข้าหลักการนี้เช่นกัน หากมีย่านหรือทำเลใดที่เริ่มมีการพัฒนาเหมาะกับการอยู่อาศัย หรือสามารถเป็นทางเลือกทดแทนทำเลอื่นที่มีความแออัดมากกว่าได้ ความต้องการก็เพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา เมื่อความต้องการมากขึ้น ... ใช่ครับ ราคาก็ขึ้นแรงแซงหน้าไปแล้ว

4. ที่ดินที่ใช้ได้มีน้อยลง

เรื่องนี้ต้องขออิงไปถึงการจัดวางผังเมืองสักเล็กน้อย ซึ่งผังเมืองของแต่ละจังหวัดก็จะกำหนดให้พื้นที่ส่วนไหนสามารถทำอะไรได้บ้าง เช่น พื้นที่เป็นโซนเกษตรกรรม คุณก็ต้องทำเกษตร หรือพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย ก็ต้องปลูกบ้าน พื้นที่พาณิชยกรรมที่ให้ทำการค้า เช่นนี้แล้ว หากพื้นที่ที่ตรงกับความต้องการของคุณมีน้อยหรือได้รับการจับจองไปหมดแล้ว คุณต้องซื้อที่จากผู้อื่น ซึ่งก็กำลังสนุกกับการทำกำไรจากคุณอยู่นั่นเอง

5. มีการเก็งกำไรเพิ่มขึ้น

จากเหตุทั้งหมดทั้งมวลที่เรากล่าวมา จึงทำให้คนเล็งเห็นถึงมูลค่าที่เป็นไปได้ในที่ดินย่านนั้นๆ ทำให้มีนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรและทำให้ราคายิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก (ใครๆก็อยากขายให้ได้กำไรมากๆ ถูกไหมครับ ) การเข้ามาของนักลงทุนทำให้บ้านและคอนโด ถูกจับจองอย่างรวดเร็ว (คือไม่ใช่ซื้อเพื่อการอยู่อาศัยเพียงหลังเดียวหรือห้องเดียว แต่เป็นการเก็งกำไรด้วยการซื้อหลายยูนิตเพื่อให้เช่าหรือขายต่อ) และทำให้ความสมดุลของอุปสงค์และอุปทาน คนจึงต้องหันมาซื้อจากนักลงทุนแทน

ในเมื่อบ้านเป็นสินทรัพยที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็นับว่าคุณได้เปรียบมากๆ ที่มีบ้าน เพราะคุณสามารถใช้บ้านทำเงินได้หลากหลายวิธี อาทิ...

ขายบ้าน - จริงๆ นี่ควรจะเป็นวิธีสุดท้ายของสุดท้าย ในการทำเงินจากบ้าน เพราะการขายบ้านไปทำให้คุณต้องหาซื้อบ้านใหม่ (ที่ก็น่าจะราคาไม่เบาเหมือนกัน) และเริ่มต้นชีวิตในสถาพแวดล้อมใหม่ๆ อันนี้หากคุณมีความคิดจะย้ายถิ่นฐาน และต้องการเงินไปตั้งต้นใหม่อยู่แล้ว ก็ไม่เลวครับ แต่การขายบ้านก็ไม่ใช่นึกจะขายก็ขายได้เลย บางทีใช้เวลาเป็นปีก็ยังขายไม่ได้ ถ้าคุณต้องการใช้เงินเร็วๆ คงไม่ทัน

ปล่อยเช่า – การจะทำแบบนี้ได้ คุณต้องมีที่อยู่อาศัยอีกแห่งหนึ่งครับ การปล่อยเช่าก็อาจจะทำเงินได้ง่ายกว่าขายขาดไปเลย แต่อย่าลืมว่าคุณต้องรับมือกับผู้เช่าที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ต้องทำใจรับกับสภาพบ้านที่อาจจะทรุดโทรมตามการใช้งานก็ได้ บางทีก็ต้องมาตามค่าเช่าทุกเดือน ถ้าเจอผู้เช่ารายไหนที่ดื้อมาก คุณก็คงจะปวดหัวไม่น้อยเหมือนกัน

แบ่งเช่า - เอ่อ แน่ใจนะว่าคุณอยากอยู่ร่วมกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จริงๆ บางทีชีวิตจริงก็ไม่ได้โรแมนติกเหมือนในละครที่จะมีหนุ่มหล่อหรือสาวสวยมาขอแบ่งบ้านคุณอยู่ด้วย เมื่อตื่นจากความฝัน คุณอาจจะเจอผู้เช่าที่สุดแสนแย่ และก่อปัญหาให้คุณจนไม่คุ้มค่าเช่าก็ได้

จำนองบ้าน – อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยครับ ถ้าคุณไม่อยากขายบ้าน ไม่อยากให้คนอื่นมาอยู่ ไม่อยากอยู่กับคนอื่น แต่ก็อยากมีเงินก้อนไว้เพื่อใช้ประโยชน์แล้วล่ะก็ สินเชื่อ Home for Cash น่าจะเป็นคำตอบที่เด็ดดวงที่สุดแล้วในศักราชนี้ เพราะนี่คือสินเชื่ออเนกประสงค์แบบผ่อนชำระรายเดือน โดยใช้หลักประกันเป็นที่อยู่อาศัยที่ปลอดภาระ ให้วงเงินคุณขั้นต่ำ 500,000 บาทขึ้นไป สำหรับหลักประกันประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม ห้องชุดพักอาศัย และอาคารพาณิชย์ สูงสุด 85% ของราคาประเมิน เรียกว่าเงินก็ได้ใช้ บ้านก็ได้อยู่ เยี่ยมจริงๆ

ไม่ต้องหันหน้าหาใครแล้วครับ ตรงมาที่พันธมิตรทางการเงินของเราได้เลย

13 มิถุนายน 2018