อนันดา ประกาศปรับตัวเป็น Tech Company เปิดตัว Ananda UrbanTech ขับเคลื่อนองค์กร

อนันดา ประกาศปรับตัวเป็น Tech Company เปิดตัว Ananda UrbanTech ขับเคลื่อนองค์กร

02 กุมภาพันธ์ 2017

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ปฏิวัติวงการอสังหาฯ รายแรก ประกาศตัวเป็น “Tech Company” ของวงการ ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ พร้อมเปิดตัว Ananda UrbanTech ที่นำเอานวัตกรรม และเทคโนโลยีมาพัฒนา ยกระดับมาตรฐานในการขับเคลื่อนองค์กร และโครงการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาด และผู้บริโภค สร้างสรรค์รูปแบบการใช้ชีวิตของคนเมืองให้มีความทันสมัย และคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น พร้อมโชว์ศักยภาพ Ananda Campus สำนักงานที่ชาญฉลาดที่สุดในเอเชียที่พร้อมสร้างการเติบโตให้แก่อนันดา ถึง 300% ในอีกสามปีข้างหน้า เปิดตัวโครงการนำร่อง บริการระบบ “ฮอปคาร์” (Haupcar) หรือบริการ Car-sharing ในโครงการ ไอดีโอ คิว จุฬา-สามย่าน และ ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท อีสท์เกสต์ เทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง เริ่มให้บริการในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งจับมือกับพันธมิตรแถวหน้า อาทิ Hubba, Seedstars, Sasin, Builk ฯลฯ ที่เชี่ยวชาญด้านสตาร์ทอัปมาร่วมกันคัดสรรนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่อนันดาฯ สามารถนำมาพัฒนาใช้ในธุรกิจหลักได้ในอนาคต เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ Ananda UrbanTech ช่วยสร้างสรรไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ พร้อมยกระดับชีวิตคนเมืองให้ดีขึ้นกว่าเดิม

       นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ที่ผ่านมา อนันดาฯ มีการเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งด้านการดำเนินธุรกิจ และการพัฒนาเทคโนโลยี จนกลายเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ติดรถไฟฟ้า และผู้นำด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยของคนเมืองในด้านต่างๆ อนันดาฯ ให้ความสำคัญในการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาผสานในทุกองค์ประกอบของการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เริ่มตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการก่อสร้าง รวมไปถึงการเงิน การตลาด และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในโครงการ ผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ ที่อนันดาฯ ตั้งใจนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเรา และชีวิตคนเมือง
       
       จากผลสำรวจทางสถิติในปี พ.ศ.2478 พบว่า 500 บริษัทในสหรัฐฯ มีอายุเฉลี่ย 90 ปี และสำรวจอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ.2548 พบว่า อายุเฉลี่ยของบริษัทใน Fortune 500 ได้ลดลงเหลือเพียง 15 ปี โดยมีแนวโน้มที่จะลดลงต่ำกว่า 10 ปีนับจากนี้ (Source : Professor Charles A. O’Reilly III, Stanford Business School YPO 2016) ดังนั้น เพื่อคงไว้ซึ่งธุรกิจ และความสำเร็จต่อไปในอนาคต บริษัทจึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อม และปรับปรุงวิธีการดำเนินงานของตัวเราเองอยู่ตลอดเวลา” นายชานนท์ กล่าว
       
       โดยในระยะเวลา 5-10 ปีต่อจากนี้ เทคโนโลยีจะมีความก้าวหน้า และพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และยังมีผลต่อกระบวนการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็น วิธีการก่อสร้าง การออกแบบ สิ่งอำนวยความสะดวก ฯลฯ ที่จะเข้ามาบูรณาการการใช้ชีวิต สร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยประหยัดเวลา มีนวัตกรรมที่ช่วยดูแลสุขภาพ ช่วยดูแลเด็กและผู้สูงอายุ เรียกว่า เทคโนโลยีจะเข้าไปมีบทบาทในทุกแง่มุมของการใช้ชีวิต
       
       ดังนั้น บรรดาธุรกิจต่างๆ ต้องมีการปรับตัว และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยเทคโนโลยีจะเป็นตัวช่วยอันดับแรกๆ ที่ผู้นำทางธุรกิจจะเลือกใช้เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า และบริการ เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของตน และจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่โครงการที่อยู่อาศัยจะมีการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เป็นแค่วัสดุในรูปทรงนั้นๆ ในสถานที่นั้นๆ สู่สิ่งที่สามารถอำนวยความสะดวก และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต นำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นของคนในชุมชนเมือง 
 

        ด้วยเหตุผลนี้ อนันดาฯ จึงได้ดำเนินการปรับโครงสร้างการบริหาร พร้อมแต่งตั้งคณะผู้บริหารขึ้นมาเพื่อรับหน้าที่เป็นการเฉพาะ และเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนบริษัทไปสู่การเป็น Tech Company โดยได้มีการแต่งตั้งผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถ ได้แก่ ดร.เชษฐ์ ยง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายนวัตกรรม (Chief Innovation Officer) มีหน้าที่ความรับผิดชอบครอบคลุมการเป็น “Think Tank” หรือศูนย์รวมทางความคิดเพื่อเสริมเข้ากับนวัตกรรมทั้งหมด และ ดร.จอห์น มิลลาร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเชิงกลยุทธ์ เป็นผู้มีบทบาทอันหลากหลาย และเป็นผู้วางแผนกลยุทธ์นวัตกรรมใหม่ของบริษัท
       
       “Ananda UrbanTech” เป็นการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาผสมผสานกับการพัฒนาโครงการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยตระหนักดีว่า เทคโนโลยีมีการพัฒนา และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกด้าน การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ และทุกประเภทของเทคโนโลยี จึงทำให้ต้องเร่งสร้าง Solutions ใหม่ๆ ที่สามารถเพิ่มมูลค่ามากยิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิตอล
       
       อนันดาฯ ให้การสนับสนุน และริเริ่มนวัตกรรม และกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่จะเริ่มมีให้เห็นในปีนี้ และบางส่วนได้มีการริเริ่มไปก่อนหน้านี้ โดยจะมีการขยายผลเพิ่มขึ้น ประเดิมก้าวแรกด้วยเทคโนโลยีใหม่เพื่อความสะดวกสบาย ได้แก่ การจับมือกับ Haupcar Co, ผู้ให้บริการ ฮอปคาร์ (Haupcar) ซึ่งเป็นการให้บริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยระบบ Car-sharing ให้บริการรถเช่าในรูปแบบการบริการตนเอง โดยเป็นที่รู้จักกันว่า เป็นการใช้รถร่วมกันผ่านทางสมาร์ทโฟนที่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการสามารถขับรถ หรือแบ่งปันรถยนต์ใช้ระหว่างกันได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่สะดวกสบายอย่างแท้จริง
       
       Ananda UrbanTech Strategy : 
       
       “กลยุทธ์ที่สำคัญของอนันดาฯ คือ การบริหารจัดการการเข้าถึงความรู้ด้านเทคโนโลยี และการจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากนวัตกรรมที่มีอัตราการล้มเหลวสูง เพื่อตอบสนองต่อความจำเป็น 2 ประการ ได้แก่ กลยุทธ์การบริหารจัดการนวัตกรรมจากภายนอก ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1.การสนับสนุนระบบอีโคซิสเตม (Ecosystem) หรือระบบนิเวศน์ของนวัตกรรม ซึ่งเป็นกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนผู้ริเริ่มนวัตกรรมอื่นๆ ในระบบนิเวศน์มากกว่าการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก หรือกิจกรรมการแข่งขันให้ผู้ริเริ่มนวัตกรรมอื่นๆ โดยอนันดาฯ จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้อื่นมากกว่าการลงมือทำเอง ซึ่งจะสนับสนุนการบ่มเพาะทางธุรกิจ และการเฟ้นหาธุรกิจใหม่ๆ มากกว่าการทำโดยลำพัง สิ่งนี้จะช่วยให้เราสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี ความคิด ความรู้ และผู้คนได้อย่างกว้างขวางโดยมีค่าใช้จ่ายที่น้อยลง 
 

        การสนับสนุน Ecosystem เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ และก้าวสู่การเป็น UrbanTech Company ตลอดจนสร้างสรรค์บริการต่างๆ ให้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ซึ่งอนันดาฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับแถวหน้าอย่าง Hubba Thailand ในการสร้าง Ecosystem ที่ดีที่สุดให้แก่สตาร์ทอัปไทย และให้การสนับสนุน Startup, Incubator (โครงการที่ช่วยบ่มเพาะสตาร์ทอัปตั้งแต่เริ่มต้นมีไอเดียจนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาด) และ Accelerators (โครงการที่ช่วยผลักดันให้สตาร์ทอัปที่มีผลิตภัณฑ์สามารถเติบโตขยายธุรกิจออกไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น) ที่มีอยู่แล้ว แทนที่จะมาแข่งขันกันเอง เพื่อได้แลกเปลี่ยนไอเดีย แรงบันดาลใจ และคอนเน็กชั่นใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่อนันดาฯ ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัด Hackathon, Tech Meet-up, Techsauce summit เป็นต้น โดยที่ผ่านมา อนันดาฯ ให้การสนับสนุน Digital Ventures หนึ่งในพันธมิตร เพื่อประสานประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการ และพนักงานของบริษัท นอกจากนี้ ยังให้การสนับสนุนเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น งานเปิดตัว LINE Finance, การประชุม และฝึกอบรมร่วมกับ Seedstars และให้การสนับสนุนการเดินทางร่วมกับทีมบริหารระดับสูงของอนันดาฯ เพื่อเดินทางไปศึกษาอบรมที่ Silicon Valley's Singularity University นำมาซึ่งกลยุทธ์ในการสนับสนุน และผลักดันให้เหล่าสตาร์ทอัป ได้สามารถเข้าถึงเครือข่าย เทคโนโลยี และ Know-How ต่างๆ เพื่อเป็น UrbanTech Startup ที่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
       
       ล่าสุด อนันดาฯ และศูนย์ส่งเสริมผู้ประกอบการ แห่งศศินทร์ (Sasin Center for Entrepreneurship) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตกลงความร่วมมือกันเพื่อดำเนินงานวิจัยระบบนิเวศน์นวัตกรรมท้องถิ่น เพื่อความร่วมมือที่ดีขึ้นของชุมชนอีกด้วย 2.การจัดตั้งเงินกองทุน (Fund of Fund) ซึ่งเป็นการลงทุนในกองทุนต่างๆ ทั่วโลก ทั้งในด้านนวัตกรรมใหม่ๆ และเพื่อร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญ 3.การบริหารกิจการร่วมทุน (Corporate Venture Capital) คือ การร่วมลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพ และมีเทคโนโลยีที่สามารถนำมาเสริมธุรกิจขององค์กรในอนาคตได้ และอีกหนึ่งกลยุทธ์ คือ การบริหารจัดการนวัตกรรมภายในองค์กร ซึ่งจะเป็นโครงสร้างของวิธีการจัดการนวัตกรรม โดยบริษัทของอนันดาฯ เองมีอยู่สองวิธี คือ วิธีที่ความคิดใหม่ๆ จะถูกประเมิน และดำเนินการอย่างไร และมีวิธีการอย่างไรที่จะค้นหาคำตอบในการแก้ปัญหาสำหรับลูกค้า และหน่วยธุรกิจต่างๆ ของอนันดาฯ ให้จงได้”
       
       Ananda Campus : The Smartest office in Asia
       
       อนันดาฯ ไม่เพียงปรับเปลี่ยนรูปแบบของธุรกิจเท่านั้น หากรวมไปถึงการปรับวัฒนธรรมองค์กรให้พนักงานมีความพร้อม เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างองค์กรสู่ Tech Company อีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่อนันดาฯ ดำเนินการมาแล้ว 2-3 ปีก่อนหน้านี้ โดยอันดับแรก คือ การทำงานภายใต้บรรยากาศบ้านหลังใหม่ที่มีความทันสมัยมากที่สุดที่อาคาร FYI Center ถนนพระราม 4 ซึ่งถือว่าเป็นก้าวแรกในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ภายใต้ชื่อ “Ananda Campus” ที่ต้องการเปลี่ยนให้เป็นองค์กรที่มีวัฒนธรรมการทำงานที่เน้นการประสานความร่วมมือกัน (Collaboration) มีพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ร่วมกัน ทั้งเพื่อการทำงาน จุดพักผ่อนส่วนรวม และมุมทำงานส่วนตัว โดยนอกจากห้องทำงานกับห้องประชุมแล้ว ก็ยังมีมุมให้พนักงานเลือกพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย เพื่อลดปัญหาการสื่อสารภายใน รองรับการขยายตัวของธุรกิจ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกคนในบริษัท ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับออฟฟิศระดับเวิลด์คลาสในต่างประเทศ 
 

        นอกจากนี้ อนันดาฯ ได้สร้างสรรค์พื้นที่การทำงานให้เป็น Smart Office ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะมีบทบาทในการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่นี้ โดยเป็นสำนักงานที่ชาญฉลาดที่สุดในเอเชีย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี อาทิ Samsung, Cisco, Fujisu เราได้รวบรวมเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีการขายนอกทวีปอเมริกาเหนือมาก่อนมาไว้ที่นี่ สำนักงานนี้เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายของการเติบโตของบริษัทได้ถึง 300% ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงาน นั่นหมายถึง เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานทุกคน
       
       โดยอนันดาฯ เป็นบริษัทแรกในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่ได้เริ่มใช้ Workplace by Facebook เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้พนักงานในองค์กรสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสะดวก และรวดเร็วขึ้น (Collaboration) เพิ่มพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing) และติดตามข่าวสารกิจกรรมต่างๆ ภายในบริษัทในตลอดเวลา
       
       อนันดาฯ ในฐานะผู้นำวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า ซึ่งไม่ได้วางตำแหน่งเป็นเพียงผู้ประกอบการอสังหาฯ เท่านั้น หากแต่ยังมุ่งมั่นเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาการใช้ชีวิตของคนเมือง หรือ Urban Living Solutions ผ่านกลยุทธ์ UrbanTech เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้สามารถยกระดับการใช้ชีวิตของคนเมืองอย่างเป็นรูปธรรมรายแรกของไทย นำมาสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนของคนเมือง

 

ที่มา :  manager

06 กุมภาพันธ์ 2017