อีอีซี ที่ดินพุ่งต่อเนื่อง เอกชนคาดปี 65 ขึ้นอีกเท่าตัว

อีอีซี ที่ดินพุ่งต่อเนื่อง เอกชนคาดปี 65 ขึ้นอีกเท่าตัว

14 สิงหาคม 2018

“อีอีซี” โครงการที่รัฐบาล คสช. หมายมั่นปั้นมือให้เป็นสุดยอดเมืองท่องเที่ยวและธุรกิจ รวมไปถึงการสร้างภาคตะวันออกให้เป็นฮับแห่งใหม่ของอาเซียน โดยหลังจากที่ได้มีการเปิดตัวและโรดโชว์ อีอีซี ให้หลายชาติได้รับรู้และดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่ โดย พ.ร.บ. อีอีซี ปัจจุบันได้มีนักลงทุนจากหลากหลายชาติมาร่วมลงทุนใน อีอีซี จำนวนมาก ส่งผลให้พื้นที่ อีอีซี มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ราคาที่ดินของ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ได้มีการปรับพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้จัดการอาวุโส แผนกวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่า ราคาที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ใน 3 จังหวัด ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ขยับขึ้นแรง หลังจากที่รัฐบาลประกาศแผนการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ราคาพุ่งไม่ต่ำกว่า 50% และประเมินว่าราคาที่จะขยับขึ้นเกินกว่า 100% หรือกว่าเท่าตัวในปี 2565 หลังโครงการอีอีซีชัดเจนเต็มรูปแบบ 

"ปัจจุบันนักลงทุนรอความชัดเจน เช่น เรื่องการประกาศผังเมือง ที่คาด จะประกาศชัดกลางปี 2562 จะกำหนดให้พื้นที่บริเวณใดพัฒนาโครงการรูปแบบใดได้บ้าง แต่ที่แน่ๆ เห็นผู้ประกอบการ อสังหาฯ จากส่วนกลางซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เข้ามาลงทุนสร้างที่อยู่อาศัยในบริเวณดังกล่าวแล้ว 1.4 หมื่นยูนิตคิดเป็นมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท" นายภัทรชัย กล่าว

ขณะที่กลุ่มทุนต่างประเทศ นอกจาก 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลส่งเสริมแล้ว กลุ่มทุนจีนด้านอสังหาริมทรัพย์จะลงทุนที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ใน จ.ฉะเชิงเทรา ขนาดพันไร่ หากผังเมืองรวมชัดเจน ทางจีนจะลงทุนเองและหาลูกค้าเข้ามาซื้อ คาดปี 2565 จะมีการจ้างแรงงาน 6 แสนอัตรารวมครอบครัวจะมีถึงกว่า 1.5 ล้านคน

ทั้งนี้ ตัวเลขการขอรับส่งเสริม การลงทุนในพื้นที่อีอีซี ครึ่งปีแรก 2561 มี 142 โครงการ มูลค่าลงทุน 1.8 แสนล้านบาท หรือ 67% ของการขอรับส่งเสริม และเพิ่ม 122% เทียบช่วงเดียวกันปี 2560 แบ่งเป็น จ.ฉะเชิงเทรา 19 โครงการ ชลบุรี 74 โครงการ และระยอง 49 โครงการ

ด้าน นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า วันที่ 10 ส.ค.จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายอีอีซี (กพอ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยสำนักงานอีอีซีจะเสนอแผนภาพรวมการใช้พื้นที่ ทั้งแผนด้านสาธารณสุข การศึกษา และคมนาคมให้พิจารณา ภายใต้กรอบเวลาตามกฎหมายที่ต้องพิจารณาให้เสร็จชัดเจนภายใน 1 ปี โดยขณะนี้ยังได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) หารือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกันยกร่างแผนแม่บทการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ 12

Baania มี Line แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์แบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน Line ID @baania

14 สิงหาคม 2018