ฮวงจุ้ย กระแสมังกรแห่ง AEC

ฮวงจุ้ย กระแสมังกรแห่ง AEC

01 มิถุนายน 2013

ในอีกไม่นานนี้อาเซียนของเราก็จะรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในเชิงของเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนแล้ว หลายๆ ท่านเองคงเริ่มมีการตระเตรียมในเรื่องของกิจการการค้าต่างๆ ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้กันบ้างไม่มากก็น้อยใช่หรือไม่ครับ แต่หลายๆ ท่านก็คงยังสงสัยว่าในท้ายที่สุดแล้วประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ของเรานั้นจะมีศักยภาพได้มากระดับใดจะสามารถเติบโตได้มากกว่ากลุ่มสหภาพยุโรป (EU) หรือไม่ สำหรับในศาสตร์ฮวงจุ้ยระบบวิชาการนั้นเราจะมองความเป็นมงคลของทำเลโดยวิเคราะห์ใน 2 ด้านคือ “ชัยภูมิ” และ “องศาทิศทาง” โดยชัยภูมิจะบอกถึงโอกาสของความเจริญรุ่งเรืองของทำเลนี้ว่ามีหรือไม่ ถ้ามีแล้วจะมากในระดับใด ส่วนองศาทิศทางจะเป็นตัวบอกว่าเวลาใดทำเลนี้จึงจะเริ่มรับผลดี หรือมองไปได้อีกว่าดีอย่างไร วันนี้ผมจะพาทุกท่านมามอง AEC ตามศาสตร์ฮวงจุ้ยใน 2 มุมมองนี้กัน

ชัยภูมิที่ดีตามหลักของฮวงจุ้ยนั้นคือการดู “ของไหล” เพราะการไหลหรือการเคลื่อนที่นั้นจะพากระแสพลังให้หลากไหลมาหาเราได้ ซึ่งการดูชัยภูมิแบบมหภาคหรือชัยภูมิขนาดใหญ่นั้น เราจะใช้การพิจารณาจากแนวการไหลของภูเขาหรือแม่น้ำสายใหญ่ ที่ถือว่าส่งกระแสพลังมาหล่อเลี้ยงทำเลใหญ่ได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ซึ่งการไหลของแนวภูเขาที่ถือว่ามีกระแสพลังมากที่สุดก็คือเทือกเขาหิมาลัย (Himalayan Range) โดยมียอดเขาเอเวอเรสต์ (Mount Everest) ที่ถือว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกรวมอยู่ในแนวเทือกเขานี้ด้วย โดยเทือกเขาหิมาลัยนั้นเกิดจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่นจนเกยกัน ทำให้เกิดแนวทิวเขาและยอดเขาหลายยอดสูงมากกว่า 8,000 เมตรเกิดแนวเทือกเขายาวกว่า 2,400 กิโลเมตร! พาดผ่านพื้นที่ของ 5 ประเทศ คือ ปากีสถาน อินเดีย จีน ภูฏาน และเนปาล จึงถือว่าเป็นกระแสมังกรที่ทรงพลังที่สุดของโลกใบนี้

เทือกเขาหิมาลัย หนึ่งในมังกรภูเขาที่ทรงพลังที่สุดตามศาสตร์ฮวงจุ้ยในระบบวิชาการ

แนวเทือกเขาหิมาลัยมาตวัดไหลต่อลงสู่ประเทศจีนที่มณฑลยูนนานผ่านเมืองลี่เจียงที่เรารู้จักกันดีและเริ่มมาชะลอตัวที่สิบสองปันนา หลังจากนั้นกระแสมังกรจึงไหลมารวมกันที่อาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มของประเทศไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม พม่า มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพราะถือว่าเป็น 7 ประเทศที่ยังเชื่อมอยู่กับแนวไหลของแผ่นเปลือกโลกหลัก โดยถัดจากกลุ่มอาเซียน 7 ประเทศนี้ก็จะพบกับท้องทะเล จึงถือว่า 7 ประเทศนี้เป็นจุดต่ำสุดที่กระแสมังกรไหลมารวมตัว จึงทำให้ทำเลของอาเซียนจัดว่าเป็นชัยภูมิที่เป็นมงคล ถือว่าเป็น “ท้องมังกร” ของเทือกเขาหิมาลัยครับ

ซึ่งแน่นอนว่าคงมีคำถามต่อไปอีกว่าแล้วใน 7 ประเทศนี้ ประเทศใดถือว่าดีที่สุด กลุ่มแรกที่รับกระแสพลังโดยตรงจากแนวกระแสของเทือกเขาหิมาลัยคือประเทศไทย มาเลเซีย และสิงโปร์ โดยประเทศไทยนั้นมีจุดเด่นที่มี “มังกร-น้ำเจ้าพระยา” ส่งกระแสหลากไหลยาวกว่าครึ่งของประเทศ และมีการตวัดกลับบริเวณสีลม สาทร พระราม 3 ช่วยเก็บกระแสพลังไว้ภายในประเทศ ส่วนมาเลเซียนั้นอยู่จุดเกือบปลายสุดของแนวกระแสก็ถือว่าเป็น “หัวมังกร” และสิงคโปร์อยู่สุดท้ายของแนวกระแสถือว่าเป็น “ไข่มุกมังกร” เป็นลักษณะที่เป็นมงคลที่สุดตามหลักการดูฮวงจุ้ยเชิงชัยภูมิ ส่วนประเทศที่รับแนวกระแสรองลงไปจากเทือกเขาหิมาลัย ได้แก่ เวียดนามและพม่า ก็จะถือว่ามีความเป็นมงคลน้อยกว่า จะเจริญรุ่งเรืองได้ไม่เท่าประเทศไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ครับ

จากการวิเคราะห์ฮวงจุ้ยตามหลักชัยภูมิเรามั่นใจได้แน่นอนว่า AEC นั้นถือว่ามีฮวงจุ้ยที่ดี มีศักยภาพที่จะเจริญรุ่งเรืองได้แน่นอน แต่คำถามของเราคือ “เมื่อใด” ที่ AEC จะเจริญรุ่งเรืองแบบสุดๆ หรือเรียกว่าเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจนั่นเอง ในข้อนี้ให้เราพิจารณาถึงจุดที่กระแสมังกรจากเทือกเขาหิมาลัยเริ่ม “ตวัดกลับ” ลงมาที่มณฑลยูนนานและส่งกระแสลงมายังอาเซียนจะพบว่าแนวกระแสนั้นถือว่าไหลมาจากทาง “ทิศเหนือ” ซึ่งในฮวงจุ้ยระบบวิชาการสามารถคำนวณได้ว่าตรงกับ “ยุคที่ 1” ซึ่งจะเริ่มรับความเป็นมงคลในขั้นแรกช่วงปี พ.ศ.2547-2567 (หรือยุคที่ 8) และจะดีมากขึ้นไปอีกในช่วงปี พ.ศ.2567-2587 (ยุคที่ 9) และจะเจริญรุ่งเรืองแบบสุดๆ ในช่วงปี พ.ศ.2587-2607 (ในยุคที่ 1) หรือเรียกว่าในช่วงนี้เป็นต้นไปกระแสพลังจากแนวเทือกเขาหิมาลัยเริ่มส่งผลดีมากได้แล้ว 8 ปี และจะค่อยๆ ดีไปได้อีกมากกว่า 5 ทศวรรษ!

จึงเป็นที่มาของมุมมองจากการทำนายไม่ว่าจะเป็นจากนักเศรษฐศาสตร์นักวิเคราะห์ ทั้งในระดับโลกและภูมิภาค ที่เชื่อว่าความเจริญรุ่งเรืองนั้นจะย้ายฝั่งจากทางตะวันตกมาสู่ตะวันออกหรือเอเชียของเรานั่นเองครับ โดยหากมองในมุมของประเทศเราเอง ก็จะพบว่าจังหวัดทางเหนือของประเทศไทยนั้นจะรับผลดีจากความเจริญรุ่งเรืองนี้ก่อนที่อื่นๆ เพราะเป็นกลุ่มจังหวัดที่รับกับกระแสมังกรจากเทือกเขาหิมาลัยก่อนจังหวัดอื่นๆ ดังนั้นเราจึงสังเกตได้ว่าไม่ว่าจะเป็นจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน หรือน่านก็ล้วนมีความคึกคักทางด้านเศรษฐกิจและการลงทุนในช่วงนี้เป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดเมื่อเรามองลงมาในระดับจุลภาคหรือบริษัทสำนักงาน โรงงาน ร้านค้าของเราเอง ก็ต้องมีลักษณะทางฮวงจุ้ยที่ดีทั้งในเชิงชัยภูมิและองศาทิศทางเช่นเดียวกัน หรือไม่ว่าจะมองในมุมของการทำธุรกิจก็ต้องไม่ประมาท เพราะในทุกวิกฤติก็ต้องมีโอกาสและในทุกโอกาสก็ต้องมีวิกฤติการเริ่มวางนโยบายหรือวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับ AEC เพื่อเสริมจุดแข็งขจัดจุดอ่อนให้สอดคล้องกับการแข่งขันที่ต้องมีมากขึ้น ย่อมเป็นสิ่งที่จะทำให้เราสามารถยืนอยู่ในฝั่งของ “ผู้ชนะ” ในเวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้อย่างแท้จริงครับ

 

ผู้เขียน : อ.ตะวัน เลขะพัฒน์

ศึกษาศาสตร์ด้านฮวงจุ้ยจากสถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย

มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สถาปัตยกรรม วัสดุก่อสร้าง

ข้อมูลจาก:
นิตยสารโฮมบายเออร์ไกด์ เชียงใหม่ ฉบับเดือนมิถุนายน 2556
09 มีนาคม 2016