เคล็ดลับประตูบ้านรับโชคลาภ ตามตำราฮวงจุ้ย

เคล็ดลับประตูบ้านรับโชคลาภ ตามตำราฮวงจุ้ย

07 กันยายน 2018

ตามหลักวิชาฮวงจุ้ยที่อยู่อาศัยหรือบ้านสามารถใช้วิเคราะห์โชคชะตาและเส้นทางเดินชีวิตของเราได้ องค์ประกอบของบ้านที่สำคัญที่สุดที่เราจะละเลยไม่ได้นั่นก็คือเรื่องของ “ประตู”

“ประตู” เป็นจุดเปลี่ยนผ่านของพลังงาน เป็นจุดเปลี่ยนผ่านของมิติและเป็นจุดที่สื่อถึงเรื่องการสื่อสารในชีวิต ประตูจึงนับมีความสำคัญในลำดับต้นๆ ของฮวงจุ้ยที่อยู่อาศัยหรือฮวงจุ้ยสถานประกอบการ

ในหนึ่งสถานที่นั้นเราใช้ประตูหลากหลายบาน หลากหลายหน้าที่ เช่น ประตูรั้ว ประตูเข้าบ้าน ประตูห้องนอน ประตูห้องน้ำ ประตูห้องครัว ประตูห้องเก็บของ ประตูห้องทำงาน เป็นต้น ซึ่งประตูที่ใช้ในแต่ละพื้นที่ก็จะมีความหมายในเรื่องพลังงานของพื้นที่นั้นๆ

ประตูที่ใช้ในแต่ละพื้นที่ก็จะมีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างกันไปตามห้องนั้นๆ ซึ่งหากเราใช้ลักษณะประตูผิดหน้าที่ไปก็จะส่งผลให้พลังงานของพื้นที่ห้องนั้นๆ ต้องสูญเสียไป ขออนุญาตยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดๆ คือ หากเรานำประตูกระจกใสไปเป็นประตูห้องนอน แน่นอนว่าการนอนหลับพักผ่อนของเราย่อมไม่เต็มที่อย่างแน่นอนเพราะเราจะมัวแต่ไปพะวงว่าจะมีใครมามองเห็นเราขณะที่เรานอนหรือเปล่า เป็นต้น

ประตูที่ดีที่เหมาะสมกับการใช้งานตามพื้นที่นั้นๆ มีกฎเกณฑ์เบื้องต้นง่ายๆ ที่เราสามารถเลือกใช้ได้ ดังนี้

ประตูรั้ว

ประตูรั้วที่ดี ควรมีความทึบอย่างน้อย 70-80% ของพื้นที่ประตู โดยลักษณะที่ทึบนั้นควรทึบจากล่างขึ้นบน จึงจะส่งผลให้พลังงานไม่รั่วไหล มีการกักเก็บโชคลาภได้ดี

ประตูบ้าน/อาคาร

ประตูนี้มีความสำคัญมากเพราะเป็นประตูที่ใช้เปลี่ยนผ่านมิติของโลกภายนอกสู่โลกภายใน เป็นประตูที่พลังงานโชคลาภ ความสำเร็จ ความร่ำรวย ความเป็นมงคลอื่นๆ จะไหลผ่านเข้ามาในบ้าน ประตูบานนี้จึงควรมีขนาดที่สมดุลกับตัวอาคารหรือที่อยู่อาศัย หากอาคารใหญ่ประตูเล็กแน่นอนว่าพลังงานที่จะเข้ามาหล่อเลี้ยงอาคารย่อมน้อย การใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ย่อมเกิดความติดขัดขัดสนได้ง่าย

ถ้าเป็นประตูของที่อยู่อาศัย ประตูนี้ต้องมีลักษณะทึบตันดีมาก ส่วนลวดลายบนและสีสันของประตูนั้นต้องดูทิศทางของตำแหน่งที่ตั้งประตูเป็นหลักจึงจะกำหนดลวดลายได้ แต่หากไม่ทราบในหลักฮวงจุ้ยอย่างแท้จริงก็สามารถเลือกประตูที่มีลายเรียบง่ายเป็นหลักไว้ก่อนได้

ลักษณะของประตูหน้าบ้านที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุด มี 2 รูปแบบใหญ่ๆ คือ 

1. การใช้ประตูกระจกใส เพราะจะทำให้การกักเก็บพลังโชคลาภลดลง การเงินรั่วไหลได้ง่าย

2. ประตู 2 บานที่มีขนาดไม่เท่ากัน (มีบานขนาดปกติ 1 บานแล้วมีบานเล็กๆอีก 1 บาน) ประตูลักษณะนี้หากนำมาใช้เป็นประตูหน้าบ้านจะแสดงถึงนัยยะของการเจ็บป่วยของคนในบ้านเพราะโดยส่วนใหญ่ประตูแบบนี้จะใช้ในโรงพยาบาล

ถ้าเป็นประตูสำนักงาน ควรใช้ประตูบานใสและมีขนาดที่สมดุลกับอาคารหรือพื้นที่นั้นๆ จึงจะช่วยดึงพลังงานดีๆเข้ามาในอาคารสถานที่นั้นๆ ให้ก่อเกิดความเจริญรุ่งเรือง

ประตูห้องนอน

ประตูห้องนอนที่ดีควรมีลักษณะทึบตัน ไม่ควรเจาะช่องกระจกบนบานประตู ส่วนลวดลายนั้นเน้นเรียบง่ายจะดีที่สุด แต่หากจะใช้ลวดลายก็ควรปรึกษาผู้รู้เพื่อกำหนดลวดลายมงคลเพื่อเสริมพลังมงคลให้กับเจ้าของห้อง

ประตูห้องทำงาน

หากห้องทำงานอยู่ในบ้าน ลักษณะประตูสามารถใช้ได้ 2 รูปแบบ คือ ควรเป็นบานทึบครึ่งล่างและมีประจกใสครึ่งบนหรือบานทึบทั้งหมด ส่วนห้องทำงานตามสำนักงานก็สามารถใช้ได้ 3 รูปแบบ คือ บานใสทั้งหมด บานทึบทั้งหมดและบานทึบครึ่งตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และตำแหน่งที่ตั้งของห้องเป็นหลัก

ประตูห้องครัว

ประตูห้องครัวที่ดีไม่ควรใสจนมองเห็นทุกอย่างในห้องครัว ดังนั้นประตูห้องครัวที่ดีจึงใช้ได้ 2 รูปแบบ คือ ประตูบานทึบตัน กับประตูบานใสครึ่งตัว สำหรับประตูใสครึ่งตัวช่วงที่ใสนั้นควรใช้กระจกฝ้าเพื่อเป็นการพรางสายตาไม่ให้มองเห็นทะลุเข้าไปในห้องครัว แต่เพิ่มความโปร่งให้กับประตูห้องครัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสวยงามและขนาดพื้นที่ ตำแหน่งที่ตั้งของห้องครัว

ประตูห้องน้ำ

ประตูห้องน้ำที่ดีควรทึบแต่สามารถมีเกล็ดที่ช่วยระบายลมและความชื้นได้ ขึ้นอยู่กับว่าห้องน้ำนั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ไหนของบ้าน หากเป็นห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอนก็ควรใช้บานประตูที่ไม่มีเกร็ดระบายลม แต่หากเป็นห้องน้ำที่อยู่นอกห้องนอนสามารถใช้บานที่เกร็ดระบายลมได้

ประตูห้องเก็บของ

แน่นอนว่าต้องใช้ประตูบานทึบเป็นหลัก แต่หากห้องเก็บของของเราอยู่ใต้บันได แล้วภายในห้องเจาะช่องทางลมไว้ ประตูห้องเก็บของก็สามารถใช้ประตูที่มีเกร็ดระบายลมได้เพื่อเอาไว้ช่วยระบายความอับชื้นภายในห้องได้ แต่หากไม่ได้เจาะช่องระบายลมก็สามารถเลือกใช้ประตูบานทึบตันหรือบานเกร็ดทั้งบานได้

ประตูมีบทบาทและหน้าที่ในตัวของมันเอง ประตูจึงมีความสำคัญการเลือกใช้ เราจึงควรเลือกให้เหมาะสมกับพื้นที่ของห้องนั้นๆ ส่วนในเรื่องของขนาดบานประตูก็มีความสำคัญควรใช้ให้เหมาะสม หากท่านำกฎเกณฑ์พื้นฐานที่ผมแนะนำไปปรับใช้ก็จะช่วยให้ท่านได้รับพลังและกักเก็บพลังแห่งความโชคดีเพิ่มขึ้นอีกมากมาย

ส่วนท่านใดจะเลือกใช้บานประตูที่มีระยะมงคลตามหลักวิชาฮวงจุ้ยก็ต้องทำใจเพราะประตูแบบนี้ต้องสั่งทำเท่านั้นครับ แน่นอนว่าประตูที่มีระยะมงคลย่อมมีราคาก็จะแพงกว่าบานประตูปกติที่ขายกันในท้องตลาด แต่หากมีความเชื่อและมีกำลังใจที่ทำได้ ไหนๆ จะทำบ้านทั้งทีทำให้ดีที่เดียวไปเลยครัวจะได้ไม่ต้องมาพะวงกับเรื่องประตู ที่สำคัญ ประตูดีและเป็นมงคล ก็ช่วยเพิ่มความโชคดีให้กับผู้อยู่อาศัยได้มากทีเดียวครับ


 


 

เขียนโดย: อ.เก่ง เสริมชีวิต (พัศญ์ศภณ โยธินธรรมธร)

ศึกษาศาสตร์ฮวงจุ้ยและใช้ศาสตร์ฮวงจุ้ยมาเสริมชีวิต เสริมธุรกิจให้กับตนเองและผู้อื่นมากกว่า ๒๐ ปี พร้อมกับศึกษาเรื่องศาสตร์ของพลังงานเพื่อนำมาใช้ร่วมกับศาสตรฺฮวงจุ้ยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผลมากยิ่งขึ้น โดยหลักของการนำศาสตร์มาใช้เสริมชีวิตนั้นจะเน้นจากความเป็นจริงในการดำเนินชีวิต เน้นเสริมทุกด้านของชีวิตไปพร้อมๆกันทั้งด้านฮวงจุ้ย ด้านพลังจิต พลังความคิด ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะหนุนนำการดำเนินชีวิตของทุกคนให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น

ผลงาน

ร่วมจัดรายการ “SME กู้ชาติ” เรื่องฮวงจุ้ยเสริมชีวิต ช่วงวิกฤตเศรษฐิก (ต้มยำกุ้ง)
จัดทอค์ลโชว์ร่วมกับรายการ SME กู้ชาติ หัวข้อ “จัดบ้านใหม่ไว้ใส่กะตังค์” ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค
จัดบรรยายเรื่อง “ไขรหัสลับโลโก้” เมืองทองธานี จัดโดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
เป็นที่ปรึกษาฮวงจุ้ยให้กับโรงแรมศิริปันนา เชียงใหม่ , โครงการคอนโดพาราโน่ เชียงใหม่ , โครงการบ้านสันทราย เชียงใหม่ , โรงแรม ชาลานัมเบอร์ซิก เชียงใหม่ และเป็นที่ปรึกษาและเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้กับบริษัทชั้นนำและบุคคลอีกมากมาย

มุมมองการใช้ศาสตร์ฮวงจุ้ย

ศาสตร์ฮวงจุ้ยนั้นต้องนำมาใช้เสริมชีวิตเพื่อเป็นพลังหนุนนำและส่งผลให้ชีวิตมีกำลัง มีแรงสนับสนุนให้กิจการงานที่ทำประสบผลสำเร็จได้โดยง่าย โดยเน้นการใช้ศาสตร์ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่ใช้ศาสตร์ที่อยู่บนพื้นฐานหลักของความเชื่อเพียงอย่างเดียว แต่เน้นผสมผสานศาสตร์ให้ลงตัวและเหมาะสมกับบุคคล สถานที่และเหตุปัจจัยที่พึ่งมี เพื่อกำลังของศาสตร์จะได้หนุนนำและเสริมชีวิตให้ดีขึ้น

Facebook: 365 ศาสตร์เสริมชีวิต
Email: [email protected]

07 กันยายน 2018