เปิดแล้วคอมมูนิตี้มอลล์ใหม่ “อีส พาร์ค” ชูวิลล่าซุปเปอร์มาร์เก็ต-สตาร์บัคส์ ร้านแม่เหล็ก

เปิดแล้วคอมมูนิตี้มอลล์ใหม่ “อีส พาร์ค” ชูวิลล่าซุปเปอร์มาร์เก็ต-สตาร์บัคส์ ร้านแม่เหล็ก

08 กุมภาพันธ์ 2017

นายธัชชัย ศีลพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคเอเอ็น พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีก เปิดเผยว่า โครงการแรกของบริษัทฯ ที่เป็นรูปแบบค้าปลีกชุมนุม หรือคอมมูนิตี้มอลล์ บนทำเลถนนรามอินทรา ภายใต้ชื่อ อีส พาร์ค มูลค่าลงทุน 200 ล้านบาท ได้เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากเริ่มเปิดอย่างไม่เป็นทางการเมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ปรากฎว่าได้การตอบรับดีตามที่วางไว้ โดยมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ 3,000 คนต่อวัน หรือจำนวนรถ 2,000-2,500 คันต่อวัน ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ อยู่ที่ 5,000 คนต่อวัน จำนวนรถ 3,000 คันต่อวัน

สำหรับพื้นที่โครงการรวม 3.5 ไร่ พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 7,000 ตร.ม. และพื้นที่เช่าค้าปลีก 4,800 ตร.ม. ตกแต่งในสไตล์อินดัสเทรียลประกอบไปด้วย ร้านค้า 15 ร้าน ซึ่งมีร้านค้าแม่เหล็ก อย่าง วิลล่า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านกาแฟสตาร์บัคส์ ที่เป็นแบบ ไดร์ฟ ทรู (Drive thru) รวมทั้งร้านอาหารดังหลากหลาย คลินิคเสริมความงาม และฟิตเนส โดยขณะนี้มีร้านค้าพร้อมเปิดให้บริการแล้ว 70% ของร้านค้าทั้งหมด ในขณะที่พื้นที่ร้านยังมีพื้นที่ว่างอีกกว่า 200 ตร.ม. กำลังอยู่ระหว่างเจรจา เป็นร้านอาหาร คาดว่าจะสรุปได้ในเดือนนี้ และปัจจุบันมีอัตราค่าเช่าเฉลี่ยที่ 1,000 บาทต่อตร.ม.

“จากการสำรวจตลาดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาคอมมูนิตี้มอลล์มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีการขยายตัวตามการขยายตัวของเมืองและประชากรที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไป ด้วยสภาพสังคมที่รถติดขึ้นมาก โดยคนส่วนใหญ่ต้องการความสะดวกสบาย และ ต้องการจับจ่ายใช้สอยใกล้บ้าน ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ย่านรามอินทราค่อนข้างสูง โดยทำเลเข้าถึงง่ายนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คอมมูนิตี้มอลล์ย่านนี้ประสบความสำเร็จ แต่การสร้างจุดเด่นที่แตกต่างและการคัดเลือกร้านค้าใหม่ๆ มานำเสนอให้กับผู้บริโภคก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจแห่งความสำเร็จเช่นกัน ซึ่งโครงการ อีสพาร์ค สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ทำให้คาดว่าจะคืนทุนใน 5-7 ปี ในขณะที่รายได้ปีแรกวางไว้ 40 ล้านบาท”

นายธัชชัย กล่าวว่า หลังจากนั้นแผนการดำเนินงานจะเน้นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร โดยนับตั้งแต่ปี 2560-2561 มีแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้งบลงทุน 250-300 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นพัฒนาบนพื้นที่ 2-3 ไร่ จำนวนไม่เกิน 20 ยูนิต จับตลาดระดับกลางบน เนื่องจากเป็นขนาดที่ผู้ประกอบการรายใหญ่จะไม่พัฒนา โดยในช่วงสิ้นปีนี้บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการทาวน์เฮ้าส์ 1 โครงการ ทำเลย่านรามอินทรา จำนวน 30 ยูนิต มูลค่าลงทุน 150 ล้านบาท ราคาต่อยูนิต 4.5 ล้านบาท ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเจรจากับสถาบันการเงิน

 

ที่มา :  khaosod

08 กุมภาพันธ์ 2017