"เฟลิซิตี้" ปั้นมิกซ์ยูสพื้นที่ระยองรับโอกาส “อีอีซี”

"เฟลิซิตี้" ปั้นมิกซ์ยูสพื้นที่ระยองรับโอกาส “อีอีซี”

01 พฤศจิกายน 2017

เฟลิซิตี้ มั่นใจ “อีอีซี” ลดความเสี่ยงลงทุน ทุ่ม 4,300 ล้าน ลงทุนที่พัก ห้างฯ มิกซ์ยูส อาคารสำนักงานให้เช่าพื้นที่ระยอง รับตลาดท่องเที่ยว-อุตสาหกรรมขยายตัว ผนึกเชนใหญ่ “ไอเอชจี” เปิดแบรนด์โรงแรมระดับอินเตอร์ฯ แห่งแรกใจกลางเมือง ตั้งเป้าหมายสร้างแลนด์

นางสาวปัทมาพร นกหงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟลิซิตี้ แอสเซท จำกัด กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับการจัดสรรธุรกิจครอบครัวให้เข้ามาดูแลศูนย์การค้าแหลมทองระยองซึ่งมีอายุกว่า 20 ปี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองระยองบนพื้นที่รวมกว่า 24 ไร่ ได้จัดตั้งบริษัทใหม่ตั้งแต่ 6 ปีก่อนเพื่อดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกในการลงทุน โดยวางเป้าหมายการสร้างโครงการให้เป็นแลนด์มาร์กของจังหวัดระยอง โดยเฉพาะโครงการล่าสุดคือ โรงแรม ฮอลิเดย์อินน์ แอนด์ สวีทส์ ระยอง ซิตี้ เซ็นเตอร์ มูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาทภายใต้ความร่วมมือกับอินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเทล กรุ๊ป จากประเทศอังกฤษซึ่งเป็นเชนชั้นนำระดับโลกนำแบรนด์ระดับนานาชาติเข้ามาเปิดตัวเป็นแห่งแรกใจกลางเมืองระยอง

การลงทุนครั้งใหญ่ของบริษัท เพราะเห็นถึงโอกาสของตลาดที่กำลังขยายตัว ทั้งการท่องเที่ยว และตลาดการเดินทางเชิงธุรกิจของจังหวัด ที่คาดว่าจะเติบโตขึ้นตามการสนับสนุนของภาครัฐในฐานะเป็นหนึ่งในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการลงทุนโรงงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมาพบว่าในจำนวนห้องพักที่มีอยู่กว่า 1.3 หมื่นห้องทั่วจังหวัดนั้น มีแบรนด์โรงแรมที่อยู่ภายใต้การบริหารของเชนเพียง 2 แห่งเท่านั้น และอยู่พื้นที่นอกเมืองริมทะเล ขณะที่ในตัวเมืองยังมีช่องว่างตลาดอีกมาก

ผุดห้องพักระยะยาวรับนักธุรกิจต่างชาติ

บริษัทจึงจัดสรรที่ดินติดถนนราว 5 ไร่ ติดกับศูนย์การค้ามาสร้างโรงแรมดังกล่าว เป็นอาคารสูงที่สุดในตัวเมือง 32 ชั้น จำนวน 288 ห้อง โดยในจำนวนดังกล่าวมีห้องพักสำหรับระยะยาว 64 ห้อง เพื่อรองรับนักธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาทำงานในนิคมอุตสาหกรรม โดยอาศัยจุดแข็งคือระยะทางที่ใกล้พื้นที่โรงงานกว่า 2,000 แห่งประมาณ 6 ก.ม. โดยหลังจากเปิดตัวในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาเริ่มมีลูกค้านักธุรกิจที่เคยต้องเดินทางไปพักในโซนพัทยาและศรีราชาเข้ามาใช้บริการ เนื่องจากมองว่าตอบสนองความต้องการที่พักระยะยาวที่มีแบรนด์มาตรฐานและไม่ต้องเดินทางไกล

การลงทุนดังกล่าวเป็นการขยับรุกต่อเนื่องหลังจากที่ทำการรีแบรนด์และลงทุนปรับโมเดลของศูนย์การค้าแหลมทองเดิมมาอยู่ภายใต้ชื่อแพชชั่น ช้อปปิ้ง เดสติเนชั่น บนพื้นที่กว่า 1.2 แสน ตร.ม.ในช่วง 2 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในภาวะปัจจุบันที่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มาเปิดให้บริการในตัวเมือง โดยลดพื้นที่ของดีพาร์ทเมนสโตร์และปรับเป็นพื้นที่ให้เช่าสำหรับผู้ค้ารายย่อยเพื่อสร้างความหลากหลายรวมกว่า 800 ร้านค้า เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เข้ามาในปีนี้

ทั้งนี้ประเมินว่าหลังการปรับเปลี่ยนใหม่ สามารถสร้างรายได้เติบโตกว่า 10% มีผู้เยี่ยมเยือนศูนย์วันละไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นคน และเมื่อมีธุรกิจโรงแรมเสริมเข้ามาคาดว่าจะทำให้ผู้เยี่ยมเยือนเติบโตไม่ต่ำกว่า20%

เล็งผุดมิกซ์ยูส-บูทีค โฮเท็ล-สำนักงาน

นางสาวปัทมาพรกล่าวว่านับตั้งแต่ตั้งบริษัทให่ขึ้นมา ใช้งบประมาณการลงทุนรีโนเวทศูนย์การค้าและสร้างโรงแรมฮอลิเดย์อินน์ฯรวมกว่า 4,300 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวยังมีอีกราว 1,000 ล้านบาทที่เตรียมสำหรับไว้เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสใหม่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาโมเดลธุรกิจที่เป็นไปได้ คาดว่าจะใช้พื้นที่ 5-10ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดินในบริเวณใกล้เคียงกับห้างสรรพสินค้าแพชชั่นและโรงแรมฮอลิเดย์อินน์ฯ

สำหรับทำเลในการลงทุนยังคงยึดโยงการเติบโตเพื่อรองรับอีอีซีต่อไป เนื่องจากเป็นทำเลที่ครอบครัวปักหลักธุรกิจมานานจึงต้องการทำโครงการที่จะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจภายในจังหวัดเป็นหลักประเมินว่าภายใน 5 ปีต่อไปนี้จะมีโรงแรมรวมไม่ต่ำกว่า 3 แห่งและต้องการให้มีแบรนด์ระดับมาตรฐานครอบคลุมทุกเซกเมนต์ที่ยังไม่ได้เข้าไปได้แก่โรงแรมบูทีคสำหรับตลาดลักชัวรีและโรงแรมระดับ 3 ดาวด้วย

นอกจากนั้นมีการศึกษาการลงทุนสำนักงานให้เช่าด้วยเนื่องจากปัจจุบันระยองยังไม่มีการพัฒนาโครงการประเภทนี้เลยจึงเป็นช่องว่างทางการตลาดที่น่าสนใจแต่ทั้งนี้แนวทางการลงทุนจะรักษาระดับแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่เร่งรีบ เน้นรักษาจุดแข็งในด้านฐานะการเงินที่ 50% เป็นเงินทุนตัวเองและอีก 50% เป็นเงินจากการกู้ธนาคารพาณิชย์

ชี้“อีอีซี”ลดความเสี่ยงลงทุน

“แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัวแต่เชื่อมั่นว่าจะปลอดจากภาวะความเสี่ยง เนื่องจากมี 3 ปัจจัยหลักสนับสนุนได้แก่การลงทุนในโซนอีอีซีที่รัฐบาลสนับสนุนชัดเจน,การทำงานร่วมกับไอเอชจีมา 4 ปีนับตั้งแต่การเริ่มก่อสร้างวางแนวคิดโครงการ รวมถึงมีการศึกษาตลาดอย่างลึกซึ้งและที่สำคัญคือการมีฐานการเงินของบริษัทที่แข็งแกร่ง นอกจากนั้นการมีโรงแรมเข้ามาเสริมกับศูนย์การค้าจึงเป็นการกระจายความเสี่ยงและฉีกหนีการแข่งขันจากคู่แข่งได้”

สำหรับเป้าหมายในเชิงรายได้ปี 2561 เมื่อเปิดให้บริการโรงแรมคู่กับห้างสรรพสินค้าเต็มรูปแบบครบปีจะมีรายได้รวมทั้ง 2 ธุรกิจราว 1,200 ล้านบาท โดยในส่วนอัตราเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมในช่วงเปิดตัวราว 65% แต่หลังจากนั้น 5 ปีจะขยับเพิ่มเป็น 80% ได้และวางราคาเฉลี่ยสำหรับช่วงเปิดตัวในระดับที่แข่งขันได้ใกล้เคียงกับโรงแรมในจังหวัดที่มีอยู่ซึ่งปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยตั้งแต่ 2,000-3,000 บาท สำหรับกลุ่มที่มีเป้าหมายตลาดใกล้เคียงกันขณะที่ระยะการคืนทุนคาดว่าจะอยู่ในระยะ 15 ปี

ด้านนายเอียน ไพโรดอน ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมฮอลิเดย์อินน์แอนด์สวีทส์ ระยอง ซิตี้ เซ็นเตอร์กล่าวว่าตั้งเป้าลูกค้าคนไทยและต่างชาติ 50% เท่ากัน โดยช่วงวันจันทร์-พฤหัสจะเป็นนักธุรกิจส่วนใหญ่กว่า 80% ส่วนวันศุกร์-อาทิตย์จะมีตลาดนักท่องเที่ยวรวมกับนักธุรกิจที่พำนักระยะยาวราว 60% ซึ่งการเปิดตัวโรงแรมร่วมกับเฟลิซิตี้ครั้งนี้ยังถือเป็นแบรนด์ฮอลิเดย์อินน์แอนด์สวีทส์แห่งแรกในไทยและแห่งที่ 3 ในเอเชีย ซึ่งมีตำแหน่งการตลาดรับลูกค้าระยะยาวควบคู่กับการท่องเที่ยว

ที่มาและภาพประกอบ : bangkokbiznews

01 พฤศจิกายน 2017