เลือกซื้อบ้าน-คอนโด เพื่อสุขภาวะที่ดี

เลือกซื้อบ้าน-คอนโด เพื่อสุขภาวะที่ดี

01 มีนาคม 2019

เขาว่ากันว่า สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง การเลือกอยู่บ้านหรือคอนโดมิเนียมที่มีสภาวะแวดล้อมที่ดีก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพที่ดีได้เช่นกัน

สำนักสิ่งแวดล้อม และสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล(กรุงเทพมหานคร) ระบุว่ากรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวน้อย โดยเฉลี่ย 6.18 ตารางเมตร/คน ยิ่งถ้านับรวมประชากรแฝงไปด้วยแล้ว แต่ละคนจะมีพื้นที่สีเขียวเหลือแค่ 3.54 ตารางเมตรเท่านั้น  ซึ่งน้อยกว่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ว่าเมืองที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดีควรมีพื้นที่สีเขียวอยู่ที่ 9 ตารางเมตร/คน 
ขณะที่ ในปัจจุบันเจ้าของโครงการอสังหาฯ เริ่มเห็นความสำคัญของพื้นที่สีเขียวมากขึ้น หันมาทำสวนบนอาคาร สวนรอบอาคาร และพื้นที่สีเขียวตามจุดต่างๆ เกินกว่าที่ข้อกฎหมายกำหนด และแน่นอนว่าผลประโยชน์ย่อมตกเป็นของผู้ซื้อทุกคน แต่บ้านหรือคอนโดแบบใดที่จะเอื้อให้เรามีสุขภาพดีได้บ้างลองไปดูกัน 

คอนโดมิเนียม
แน่นอนว่าคอนโดมีเนียมส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนและเส้นทางคมนาคม ย่อมเป็นพื้นที่ที่มีมลพิษสูงเป็นธรรมดา ดังนั้นสิ่งที่คนไม่ชอบมลภาวะจะต้องดูก่อนซื้อ

  • ตรงตามมาตรฐาน EIA กำหนดไว้หรือไม่ สำหรับคอนโดนั้นจะต้องมีพื้นที่สีเขียวทั้งบนพื้นดินและอาคาร หรืออาจนับตามจำนวนผู้อยู่อาศัยทั้งหมด โดยเฉลี่ย 1 คนต่อพื้นที่สีเขียว 1 ตารางเมตร แต่ในความเป็นจริง แต่ละโครงการจะพยายามเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้มากกว่ามาตรฐาน ยิ่งมีพื้นที่สีเขียวมากๆ ก็ยิ่งดีต่อสุขภาพครับ
  • มีระบบอากาศถ่ายเทให้หรือเปล่า การนอนหลับสบาย ตื่นมาได้อย่างสดชื่น และสูดอากาศในห้องได้อย่างเต็มปอด เป็นเรื่องที่ทำได้ยากในช่วงนี้ แต่ถ้าภายในคอนโดมีระบบอากาศถ่ายเท หรือ Air Ventilation System ติดตั้งไว้ให้ ระบบนี้จะช่วยถ่ายเทและหมุนเวียนอากาศภายในห้อง ทำให้อากาศภายในห้องบริสุทธิ์และสะอาดสูดลมหายใจได้อย่างเต็มปอด
  • มีต้นไม้ดักฝุ่น หากจำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีมลภาวะทางอากาศสูง ให้ลองไปดูว่าพื้นที่สีเขียวที่เป็นส่วนกลางของคอนโดนั้นเป็นต้นอะไรบ้าง เพราะพืชแต่ละชนิดมีประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นได้ไม่เท่ากัน นอกจากนี้คุณยังสามารถปลูกไม้เลื้อย ไม้พุ่ม ไม้กระถาง ที่ผิวใบมีขนในการช่วยดักจับฝุ่นละอองไว้ที่ระเบียงห้องของตนเอง 


บ้าน
โครงการบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ในปัจจุบัน ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องพื้นที่สีเขียวและการประหยัดพลังงานกันมากขึ้น ทำให้บ้านที่สร้างขึ้นมาใหม่ เริ่มมีนวัตกรรมที่เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นหลังคาป้องกันความร้อน เชิงชายแบบระบายอากาศ ฝ้าเพดานติดตั้งฉนวนกันความร้อน กระจกเขียวตัดแสง สีทาผนังประหยัดเบอร์ 5 เป็นต้น แต่สิ่งพิเศษที่อยากจะให้ดู เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอากาศบริสุทธิ์แบบเต็มที่มากขึ้นก็คือ...

  • มีการจัดสรรพื้นที่สีเขียวอย่างไร แม้ว่าทุกโครงการจะมีการสร้างพื้นที่สีเขียวให้ผู้อยู่อาศัย แต่ต้องดูด้วยว่าตรงตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินที่ระบุว่า ผู้จัดสรรจะต้องกันพื้นที่ และจัดทำสนามกีฬาหรือสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจประมาณ 5% ของพื้นที่โครงการ อีกทั้งต้องดูด้วยว่า โครงการบ้านจัดสรรผ่านมาตรฐาน EIA ซึ่งเป็นการจัดสรรพื้นที่ให้ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกด้านหรือไม่ ถ้าพื้นที่สีเขียวยิ่งมากก็ยิ่งดีครับ
  • มีการติดตั้งเครื่องกรองอากาศให้ด้วยหรือไม่ ขณะนี้เครื่องกรองอากาศหรือเครื่องฟอกอากาศคือตัวช่วยสำคัญที่ช่วยคัดกรองอากาศบริสุทธิ์มาให้คุณเมื่ออยู่ในบ้านได้ โดยเครื่องกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงจะกำจัดอนุภาคขนาดเล็กถึง 1 ไมครอนได้ 99.95% นอกจากนี้ในบางโครงการอาจผูกกับแอปพลิเคชันให้สามารถควบคุมหรือตรวจสภาพอากาศภายในบ้านได้อีกด้วย
  • เช็กดูว่า ทุกช่องในบ้านปิดสนิทและเรียบร้อยหรือไม่ ฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กมากสามารถลอดเข้ามาตามช่องเล็กๆ ในบ้าน ดังนั้นต้องดูว่า บริเวณรอยต่อหรือช่องต่างๆ ในบ้าน ทั้งช่องวงกบกับหน้าต่าง ประตู เป็นต้น มีการซีลปิดอย่างสนิทหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีโครงการที่นำนวัตกรรมมาใช้ในการซีลบ้าน เพื่อป้องกันฝุ่น เสียง และสิ่งแปลกปลอมขนาดเล็กเข้าสู่ตัวบ้านทำให้คนที่อยู่ภายในบ้านมั่นใจมากขึ้น  
  • AIR flow ระบบถ่ายเทอากาศและไส้กรอง ปัจจุบันได้มีการนำระบบ AIR flow ซึ่งก็คือระบบถ่ายเทอากาศภายในบ้านมาติดตั้งในโครงการกันมากขึ้น ซึ่งหลายคนอาจกลัวว่าการนำอากาศที่มีฝุ่นพิษเข้ามาในบ้านนั้นจะเป็นอันตรายเพิ่มหรือไม่ ดังนั้นจึงต้องดูว่า AIR flow ที่โครงการนำมาใช้นั้นมีระบบการกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพก่อนนำอากาศเข้ามาในบ้านหรือไม่ ซึ่งระบบจะต้องกรองฝุ่นขนาดเล็ก เช่น ฝุ่น ละอองเกสร แบคทีเรีย และเชื้อราได้
  • ผนังกระเบื้องเซรามิก การเลือกบ้านที่มีผนังกระเบื้องเซรามิกจะช่วยกันความร้อนไม่ให้เข้าตัวบ้านได้ แต่ up lavel ขึ้นไปอีกขั้นคือการเลือกมองหาผนังกระเบื้องเซรามิกที่มีความสามารถล้างตัวเองได้ เพื่อประหยัดเวลาและป้องกันฝุ่นเกาะตามบ้าน
  • มีเครื่องตรวจวัดคุณภาพของอากาศ เครื่องตรวจวัดคุณภาพของอากาศในพื้นที่นั้นๆ จะช่วยเช็กสถานะของสภาพอากาศที่อยู่อาศัยได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำมากกว่า ซึ่งจะทำให้สามารถเตรียมตัวรับกับปัญหาฝุ่นพิษหรือมลภาวะต่างๆ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ในโครงการควรจะมีการติดตั้งเครื่องฉีดละอองน้ำ เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นในอากาศ

นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนที่ Baania แนะนำให้ผู้ที่กำลังหาที่อยู่อาศัย หันมาใส่ใจเรื่องมลภาวะทางอากาศก่อนเลือกซื้อกันมากขึ้น เพื่อป้องกันไว้ก่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องเตือนกันว่า หากเลือกที่มีฟังก์ชันจัดเต็มเพื่อป้องกันมลภาวะเหล่านี้ก็ย่อมตามมาด้วยราคาที่สูงขึ้นเป็นธรรมดานะครับ
สุดท้ายอยากบอกว่า อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อย่าลืมดูแลใส่ใจสุขภาพกายและใจนะครับ : )

25 กุมภาพันธ์ 2019