แต่งตัวไปกู้ : ทางออกรอง “ค้ำประกัน/ประกันชีวิต” (Second Way Out)

แต่งตัวไปกู้ : ทางออกรอง “ค้ำประกัน/ประกันชีวิต” (Second Way Out)

01 กันยายน 2013

แม้จะได้ผ่านกระบวนการพิจารณาทางออกต่างๆ ได้แก่ทางออกหลัก First Way Out ซึ่งเป็นการพิจารณาคุณสมบัติของผู้กู้ในด้านความตั้งใจในการชำระหนี้และด้านความสามารถในการชำระหนี้จนครบถ้วน โดยสถาบันการเงินจะมีการพิจารณาทั้งปัจจัยเดี่ยว One Single Factor เช่น เพศ อายุ อาชีพ รายได้ ฯลฯ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วและการพิจารณาโดยภาพรวม ซึ่งในปัจจุบันใช้ระบบการให้คะแนนสินเชื่อ Credit Scoring มาพิจารณาการอนุมัติหรือไม่โดยใช้ประสบการณ์จากข้อมูลของสถาบันการเงินนั้นๆ เอง (จะได้กล่าวถึงในบทต่อไป)

ถึงแม้ว่าจะเลือกทางออกหลักจากการเป็นหนี้ได้ดีเพียงใด ก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดหนี้เป็นปัญหาได้ เพราะการเป็นหนี้นั้นเป็นสินทรัพย์ (ลูกหนี้) เสี่ยงของสถาบันการเงินทุกแห่ง เพราะมีปัญหาเกิดขึ้นได้ทุกขั้นดังนั้น ทางออกรองก็คือการจำนองหลักประกันคือบ้าน  นั่นคือเมื่อผู้กู้ไม่มีความตั้งใจหรือไม่มีความสามารถชำระหนี้ได้ ก็จำเป็นต้องฟ้องร้องบังคับเอากับทรัพย์สินที่จำนองนั้นต่อไป แต่ขณะเดียวกันการบังคับจำนอง ก็จะต้องนำทรัพย์นั้นไปขายทอดตลาด ซึ่งในบางครั้งจะได้เงินมากไม่เพียงพอกับการเป็นหนี้ ก็จะมีการสูญเสียได้ ดังนั้นการป้องกันความเสี่ยงเพิ่มอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งไม่ได้จำต้องดำเนินการทุกกรณีแต่อย่างใด แต่เป็นทางเลือกเพิ่มเติมดังนี้

เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รอง แต่มีกระดูกมาแขวนคอ-การค้ำประกัน

เป็นทางออกรองของการออกจากการเป็นหนี้ได้ ซึ่งมีได้ทั้งค้ำประกันโดยบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือค้ำประกันโดยบุคคลธรรมดา ซึ่งตามสถานะทางกฎหมาย ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชอบร่วมกับลูกหนี้ เสมือนหนึ่งเป็นลูกหนี้คนหนึ่งเลยทีเดียว

สาเหตุของการให้มีผู้ค้ำประกันเนื่องจากในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายนั้น สิ่งที่บริษัทฯ ต้องการคือการขายบ้านหรือที่ดินให้มากที่สุด ในบางกรณีผู้ซื้อบางรายอาจมีคุณสมบัติที่อ่อนกว่าเกณฑ์ที่สถาบันกำหนดไปบ้าง แต่ยังพอยอมรับได้ ก็จะเสนอตัวเข้าค้ำประกันให้ หรือในกรณีที่ต้องการเงื่อนไขการกู้เงินที่ให้กู้ถึง 100% ของมูลค่าหลักประกัน หรือเกินกว่าเกณฑ์ที่สถาบันกำหนด ก็จำเป็นต้องเข้ามาค้ำประกันในส่วนต่างนั้น ในกรณีที่บริษัทฯ ไม่ยินยอมค้ำประกันให้ แต่สถาบันการเงินเห็นว่าคุณสมบัติบางส่วนไม่เป็นไปตามเกณฑ์ก็อาจขอให้ผู้กู้หาบุคคลที่มีฐานะและคุณสมบัติเพียงพอมาค้ำประกันให้ก็เป็นได้

ประกันชีวิต-เดินทางแบบมีเสื้อชูชีพ

ถ้าเปรียบชีวิตเป็นการเดินทางและการเดินทางนั้นเป็นการเดินทางทางเรือ การประกันชีวิตก็เหมือนกับการมีเสื้อชูชีพ คือสามารถป้องกันได้ในกรณีเรือมีเหตุอับปาง ซึ่งในปัจจุบันหลายสถาบันการเงินก็จะเสนอบริการประกันชีวิตซึ่งผูกกับสินเชื่อนั้นๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าหากลูกหนี้ที่เป็นผู้กู้หลัก เสียชีวิตหรือทุพลภาพถาวร ย่อมไม่สามารถชำระหนี้ได้ บริษัทประกันชีวิตนั้นก็จะเป็นผู้ชำระหนี้แทนตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ที่กำหนด ซึ่งเท่ากับว่าเป็นทางออกจากหนี้รายนั้นได้อีกทางหนึ่ง โดยผู้ที่อยู่ข้างหลังที่เป็นทายาทก็ยังได้บ้านไปโดยไม่มีภาระหนี้อีกต่อไป การให้บริการดังกล่าวถือเป็นบริการร่วมกันของสถาบันการเงินและบริษัทประกันชีวิต (ส่วนใหญ่จะเป็นกิจการของสถาบันการเงินนั้นๆ )เรียกว่า Bancassurance

ไม่ว่าการค้ำประกันหรือการประกันชีวิต ไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่เป็นเพียงทางออกรอง ซึ่งแน่นอนผู้ให้กู้ย่อมมีสิทธิพิจารณาและผู้กู้ก็มีสิทธิที่จะเลือกได้เช่นเดียวกัน

ข้อมูลจาก:
นิตยสารโฮมบายเออร์ไกด์ เชียงใหม่ ฉบับเดือนกันยายน 2556
07 เมษายน 2016