แต่งตัวไปกู้ : เครดิตบูโร

แต่งตัวไปกู้ : เครดิตบูโร

01 กรกฎาคม 2012

บทเรียนสอนใจในยุคก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจของไทย ที่เรียกกันว่าวิกฤติต้มยำกุ้ง (2540) ทุกสถาบันการเงินยังไม่มีการตรวจสอบสถานะหนี้ของผู้กู้ ที่เรียกกันว่าเครดิตบูโร (Credit Bureau) ดังนั้นสถาบันการเงินที่ให้บริการกู้ยืมเงินจึงประสบปัญหาในการตรวจสอบสถานะหนี้จากประวัติการผ่อนชำระ โดยเช็คสอบได้เฉพาะสถาบันนั้นๆ ไม่สามารถตรวจสอบจากสถาบันอื่นๆ ได้ จึงทำให้เกิดปัญหา

เมื่อลูกหนี้มีปัญหาค้างชำระก็จะพบว่ามีหนี้อยู่ตามสถาบันการเงินต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งหากสถาบันการเงินที่ให้กู้ยืมเงินทราบว่ามีภาระหนี้ก่อนปล่อยให้กู้อีก ก็จะสามารถตรวจสอบความสามารถในการชำระหนี้คืนได้ หากเกินกว่าเกณฑ์ก็จะสามารถปฎิเสธได้ ปัญหาหนี้เสียก็จะไม่เกิดขึ้น

กำเนิดเครดิตบูโร (NCB: National Credit Bureau) รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ในความร่วมมือของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้จัดให้มีเครดิตบูโรแห่งชาติเพื่อช่วยให้ธนาคารทราบถึงสถานะหนี้ และสะท้อนถึงคุณสมบัติของลูกค้าจากประวัติการผ่อนชำระ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการพิจารณาและวิเคราะห์สินเชื่อ ข้อมูลของลูกค้าจะถูกจัดทำโดยสมาชิก ด้วยการนำส่งข้อมูลของผู้กู้เป็นประจำทุกเดือน และข้อมูลการชำระหนี้ต้องย้อนหลัง 36 เดือน และในการที่จะทราบข้อมูลดังกล่าวได้ต้องได้รับการยินยอมจากผู้ขอกู้ โดยมีหนังสือยินยอมเป็นหลักฐานทุกครั้ง ซึ่งสถาบันการเงินจะต้องให้ผู้ขอกู้ลงนามยินยอมด้วย หากไม่มีหนังสือยินยอมเปิดเผยข้อมูลก็จะถูกพิจารณาโทษได้

ระดับความเสื่ยงกับการพิจารณา สถาบันการเงินจะพิจารณาผลการตรวจสอบสถานะหนี้ย้อนหลังของผู้กู้และบุคคลผู้มีส่วนได้เสีย ที่ผลการตรวจสอบแสดงสถานะหนี้ไม่ปกติ โดยใช้ประวัติการค้างชำระ จำนวนครั้ง ในรอบระยะเวลา เช่น 1-3 ปี และแบ่งระดับความเสื่ยง ตัวอย่าง มีความเสี่ยงสูงมาก ไม่ควรนำเสนอสินเชื่อ หรือมีความเสี่ยงสูง ไม่ควรนำเสนอสินเชื่อ หากต้องการนำเสนอต้องมีเหตุผลชัดเจน หรือมีความเสี่ยงปานกลาง ถือเป็นปกติ หรือความเสี่ยงน้อย ยอมรับได้ถือเป็นปกติเป็นต้นเกณฑ์พิจารณาดังกล่าวแล้วแต่ละสถาบันจะกำหนดแนวพิจารณา

เคยมีประวัติในเครดิตบูโร เนื่องจากเครดิตบูโรเป็นแหล่งข้อมูลประวัติการชำระหนี้ ซึ่งถ้าหากผู้ขอกู้มีประวัติการชำระหนี้ที่ดี ไม่เคยค้างชำระ ย่อมเป็นสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีสำหรับสถาบันการเงิน ที่จะมั่นใจได้ว่า ผู้กู้มีความตั้งใจที่จะชำระหนี้ตลอดจนมีความสามารถชำระหนี้ได้เป็นอย่างดี

แต่หากผู้กู้มีประวัติการค้างชำระ และพิจารณาแล้วว่าอยู่ในความเสื่ยงน้อยหรือปานกลาง หากปัจจุบันเป็นหนี้ปกติสามารถแสดงแหล่งที่มาของรายได้ ซึ่งเพียงพอต่อการชำระหนี้แล้ว สถาบันเงินก็จะพิจารณาให้กู้ได้ กรณีที่อยู่ในความเสี่ยงสูงและสูงมาก หรือเคยถูกฟ้องร้องดำเนินคดีมาก่อน แต่ปัจจุบันได้มีการชำระหนี้เสร็จสิ้นเรียบร้อยก็สามารถนำหลักฐานมาแสดงเพื่อพิจารณาได้เช่นกัน แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรรักษาวินัยในการชำระหนี้อย่าให้มีค้างชำระดีที่สุด

ดังนั้นการมีเครดิตบูโรจึงเป็นประโยชน์สำหรับการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ และเป็นประโยชน์สำหรับผู้กู้ที่มีประวัติดี หรือถ้ามีประวัติค้างชำระก็สามารถชี้แจงและให้ข้อมูลปัจจุบันเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาได้

ข้อมูลจาก:
นิตยสารโฮมบายเออร์ไกด์ เชียงใหม่ ฉบับเดือนกรกฏาคม 2555
07 เมษายน 2016