“ปลวก” ภัยร้ายที่ต้องระวังเมื่อลงทุนในอสังหาฯ

“ปลวก” ภัยร้ายที่ต้องระวังเมื่อลงทุนในอสังหาฯ

01 ตุลาคม 2013

คนที่ลงทุนซื้อบ้านที่เชียงใหม่มีเรื่องต้องระวังอยู่อย่างหนึ่งก็คือ “ปลวก” เนื่องจากเป็นดินแดนที่ขึ้นชื่อลือชานักว่าสัตว์ประเภทนี้ดุและชุกชุมมาก หากซื้อบ้านโดยไม่ระมัดระวังและไม่สำรวจพื้นที่ให้ดีเสียก่อน ปลวกจะเป็นภัยร้ายตัวฉกาจที่อาจสร้างความเสียหายให้กับการลงทุนได้อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ทั้งนี้ในพื้นที่ใดก็ตามที่เป็นแหล่งอาศัยอยู่ของปลวกก็จะส่งผลร้ายต่อตัวอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณนั้น และส่วนใหญ่มักแก้ไขได้ลำบากมาก ทำให้ภาระการดูแลรักษาเพิ่มขึ้น ต้องระวังอยู่ตลอดไม่เช่นนั้นปลวกจะเข้ามาทำลายสิ่งปลูกสร้างให้เกิดการเสียหาย ทำให้อสังหาริมทรัพย์โดยรวมด้อยมูลค่าลงได้

ด้วยความที่ปลวกเป็นศัตรูสำคัญที่สุดของไม้ ดังนั้นในการเลือกทำเลบ้านเพื่อการลงทุน สิ่งหนึ่งที่จะมองข้ามไม่ได้เลย ก็คือการตรวจเช็คปลวกในพื้นที่ให้ดีเสียก่อน โดยการเลือกซื้อบ้านทุกครั้งต้องแน่ใจก่อนว่าจะต้องไม่ตั้งอยู่ในย่านที่ปลวกชุกชุมหรือเป็นแหล่งที่ปลวกนิยมทำรังอยู่ในบริเวณนั้นกัน

นอกจากนั้นสิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งก็คือ ผู้ลงทุนควรต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์ประเภทนี้ เป็นอย่างดีด้วย เพื่อจะได้เตรียมการหรือหาทางป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ

“ปลวก” เป็นสัตว์ตระกูลมด รูปร่างเล็ก เป็นแมลงตัวอ่อนที่สร้างความเสียหายให้กับสิ่งปลูกสร้างมากอย่างที่หลายคนคิดไม่ถึงกัน ที่ดินแปลงใดมีปลวกอยู่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากจะรบกวนทำให้การปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนบนพื้นที่ มีข้อจำกัด และมีค่าใช้จ่ายในการดูแลและป้องกันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สภาพภูมิอากาศที่ร้อนชื้นของประเทศไทยมีความเหมาะสมต่อการแพร่พันธุ์ของประชากรปลวก เป็นอย่างมาก ปลวกจะทำลายและออกหากินในเวลากลางคืน อาหารโปรดของปลวกก็คือ ไม้เนื้ออ่อน กระพี้ไม้  ใบไม้แห้ง หญ้าแห้ง ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้และเยื่อไม้ทุกชนิด

ปลวกในโลกนี้มีอยู่มากถึง 1,900 ชนิด แมลงเม่าคือสัญญาณอันตรายของวงจรการขยายพันธุ์ และการกลับมาของปลวกที่เจ้าของบ้านจะต้องหาวิธีป้องกันและแก้ไข ซึ่งปกติปลวกที่พบเจอกันทั่วไป สามารถแยกออกได้เป็นประเภทใหญ่ๆ 2 ประเภทด้วยกัน คือ

1.ปลวกผิวดิน เป็นปลวกที่อาศัยอยู่ระดับดินหรือใต้ดินลงไป รวมทั้งจอมปลวก ถ้าขึ้นมาบนดินก็จะสังเกตได้ง่าย โดยทำทางเดินเป็นอุโมงค์ดินหรือท่อดินสำหรับไต่ไปตามผิววัสดุต่างๆ โดยเฉพาะวัสดุผิวหยาบ แต่ถ้ามีลักษณะเป็นผิวมันและลื่น ปลวกจะข้ามไปได้ยาก ปลวกประเภทนี้จะอาศัยรวมตัวอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ การทำลายของปลวกชนิดนี้จะสร้างความเสียหายถึงร้อยละ 90 ของปลวกทั้งหมดรวมกัน โดยเจาะทำลายจากผิวนอกเข้าสู่ชั้นในตามลำดับ

2.ปลวกเหนือผิวดินหรือปลวกไม้แห้ง เป็นปลวกที่อยู่เหนือระดับดิน อาศัยอยู่ในไม้แห้งตลอดชีวิต โดยรวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กประมาณ 20-100 ตัว เจาะอาศัยอยู่ในไม้แห้ง ตาไม้หรือรอยแตกของไม้ที่นิ่งไม่สั่นสะเทือน มีอายุยืนกว่าปลวกผิวดิน ไม่ต้องใช้อุโมงค์ บางชนิดทำรังบนต้นไม้คล้ายรังต่อ

การทำลายของปลวกชนิดนี้ สามารถสังเกตได้ง่ายๆ จากการถ่ายมูลที่มีลักษณะเหมือนผงขี้เลื่อยละเอียดคล้ายขี้มอด ปลวกชนิดนี้ไม่ทำลายผิวไม้ แต่จะเจาะเป็นรูเข้าไปคว้านข้างในให้เป็นโพรง จึงสังเกตด้วยสายตาได้ยาก ต้องใช้ค้อนเคาะไม้ที่สงสัยเพื่อฟังเสียงว่าข้างในเป็นโพรงหรือตัน

สำหรับวิธีป้องกันและจำกัดปลวกที่ดีที่สุดก็คือการเตรียมป้องกันตั้งแต่ยังไม่ได้สร้างบ้าน ซึ่งอาจทำได้ดังนี้

  • ทำลายรังปลวกและจอมปลวกในบริเวณที่ดินที่จะสร้างบ้านออกให้หมด
  • ราดสารเคมีป้องกันปลวกบนที่ดินที่จะสร้างบ้านให้ทั่ว โดยลาดให้เต็มพื้นที่แปลนอาคาร
  • อย่ากองเก็บวัสดุที่เป็นอาหารของปลวก เช่น เศษไม้ เศษกระดาษ และเศษผ้า ไว้บนพื้นดินใกล้บ้านหรือใต้ถุนบ้าน
  • โครงสร้างที่เป็นไม้ ควรเลือกไม้ที่มีความทนทานต่อการทำลายของปลวก โดยเป็นเนื้อแข็งปราศจากกระพี้ เช่น ไม้ประดู่, ไม้แดง, ไม้เต็งรัง, ไม้ชิงชัน, ไม้สัก, ไม้ตะเคียน, ไม้ตะแบก, ไม้อินทนิล และไม้มะค่าโมง เป็นต้น ถ้าหากใช้ไม้เนื้ออ่อนจะต้องทาสีหรือน้ำยาเคมีกันปลวกให้ทั่วถึง
  • ตัดแต่งกิ่งไม้ใหญ่ไม่ให้พาดหรือปกคลุมหลังคาบ้าน เพราะจะเป็นทางเดินของปลวกเข้าสู่ตัวบ้าน รวมทั้งสัตว์อื่นๆ ที่ไม่พึงปรารถนา เช่น มด หนู นก และงู เป็นต้น
  • ส่วนของโครงสร้างไม้ที่อยู่ใกล้กับพื้นดินต้องติดแผ่นโลหะกันปลวกหรือโล่กันปลวกตรงรอยต่อระหว่างไม้กับคอนกรีต เพื่อให้ปลวกเดินข้ามได้ยาก รวมทั้งท่อต่างๆ ที่มาจากพื้นดินใต้ถุนบ้าน ต้องติดแผ่นโลหะกันปลวกด้วยเช่นกัน
  • วางระบบท่อน้ำยาเคมีจำกัดปลวกใต้อาคารให้ทั่วอย่างถาวร ก่อนที่จะเทพื้นชั้นล่างปิดทับเพื่อการจำกัดปลวกอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปกติสารเคมีจำกัดปลวกทั่วไปจะมีอายุออกฤทธิ์ได้เพียงประมาณ 2-3 ปีเท่านั้น
  • เมื่อพบเห็นการทำลายของปลวกที่ส่วนใดๆ ของบ้าน ต้องรีบซ่อมแซมแก้ไขและจำกัดปลวกในทันที เช่นการใช้สารเคมีชนิดบรรจุกระป๋องสเปรย์ฉีดพ่นในเบื้องต้น ส่วนในระยะยาวเป็นงานใหญ่ ต้องแจ้งบริษัทจำกัดปลวกที่มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะมาดำเนินการแก้ไข ซึ่งอาจจะต้องเจาะรูทะลุพื้นเป็นจุดๆ เพื่ออัดฉีดสารเคมีกำจัดปลวก
  • ทำให้ส่วนของบ้านที่ติดดินเป็นคอนกรีต สิ่งที่ต้องระวังคือรอยแตก รูเจาะ รอยต่อที่ปลวกสามารถเข้าสู่ในบ้าน ให้อุดยาแนวรอยต่อคานกับพื้นด้วยยางมะตอย
  • ประยุกต์ภูมิปัญญาชาวบ้านสมัยก่อนมาใช้เพื่อช่วยบำรุงรักษาเนื้อไม้  โดยก่อนนำไม้มาใช้ให้นำไม้ไปแช่มุดจมน้ำต่อเนื่องนานแรมเดือนแล้วจึงนำมาผึ่งให้แห้ง ต่อจากนั้นเอาน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วหรือที่เรียกว่า น้ำมันขี้โล้ มาผสมกับน้ำมันโซล่า (น้ำมันดีเซล) เคลือบทาให้ทั่วก็จะได้ไม้ที่ดีมีคุณสมบัติป้องกันปลวกได้ ถ้าเป็นไม้ไผ่จะใช้วิธีการนำมารมควัน ป้องกันมอดได้เป็นอย่างดี
ข้อมูลจาก:
นิตยสารโฮมบายเออร์ไกด์ เชียงใหม่ ฉบับเดือนตุลาคม2556
07 เมษายน 2016