“สุภาพร ทันตะละ” Working Women ปั้น “ธนาพร” สู่บ้านคุณภาพ

“สุภาพร ทันตะละ” Working Women ปั้น “ธนาพร” สู่บ้านคุณภาพ

01 ตุลาคม 2015

หัวใจสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นอกจากทำเล, ราคา, ดีไซน์ เรื่อง “คุณภาพ” ยังสำคัญเป็นอับดับต้นๆ เช่นเดียวกับโครงการบ้านธนาพรแม้ไม่ใช่แบรนด์ใหญ่แต่รักษามาตรฐานคุณภาพมานานกว่า 11 ปีดูแลอย่างใกล้ชิดโดยคุณ “สุภาพร ทันตะละ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาพรปาร์คโฮม จำกัด ดีเวลลอปเปอร์หญิงแกร่งที่ไม่ใช่เพียงแค่สร้างบ้านเพื่อการอยู่อาศัย แต่ยังใส่ใจทุกรายละเอียดบ้านทุกหลังอีกด้วย

จุดเริ่มต้นชีวิตดีเวลลอปเปอร์

“ก่อนที่พี่จะมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เรียกได้ว่าผ่านประสบการณ์ชีวิตมาหลากหลาย ตั้งแต่เรียนจบด้านบัญชีจากมหาวิยาลัยพายัพก็ไปเป็นพนักงานบริษัทส่งออกเสื้อผ้าได้ระยะหนึ่ง แล้วเปลี่ยนสายมาทำงานที่ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ (BBC) ได้ 7 ปี จากนั้นลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวเปิดห้องเสื้อผลิตส่งให้กับร้านในห้างโอชอง (บิ๊กซี ดอนจั่นปัจจุบัน) ทำอยู่ 2 ปีก็มีเหตุให้ต้องหยุดกิจการเพราะห้างปิดตัวเสียก่อน ต่อมาจึงลงทุนเปิดเต็นท์รถมือสองย่านสันกู่เหล็กทำรายได้ดีเลยทีเดียว

“สำหรับจุดพลิกผันที่ทำให้เข้ามาสู่วงการอสังหาริมทรัพย์เริ่มจากที่ครอบครัวมีที่ดิน 1 แปลงย่านหนองจ๊อม ตอนแรกตั้งใจจะขายให้กับโครงการบ้านจัดสรรข้างเคียงแต่ตกลงราคาไม่ลงตัว เลยตัดสินใจแบ่งขายเป็นรายแปลง มีคนสนใจและต้องการให้สร้างบ้านให้ด้วย จึงจัดหาช่างก่อสร้างฝีมือดีที่รู้จักมาช่วยทำปรากฏว่ามีคนเข้ามาซื้อต่อเนื่องทั้งที่เรายังไม่มีแบบบ้านเลยสักหลัง จากนั้นตัดสินใจนำที่ดินทั้งหมด 23 ไร่มาพัฒนาอย่างจริงจังโดยชื่อโครงการว่า บ้านธนาโชค”

เน้นจำนวนยูนิตไม่มากแต่พื้นที่บ้านจัดเต็ม

“คอนเซ็ปต์การพัฒนาที่อยู่อาศัยไม่เน้นทำโครงการขนาดใหญ่ยูนิตเยอะ แต่จะเน้นคุณภาพงานก่อสร้างและสภาพแวดล้อมของหมู่บ้าน ทุกทำเลอยู่ไม่ไกลเมืองมากนัก ห่างจากถนนสาธารณะไม่เกิน 2กิโลเมตร ข้อดีคือไม่วุ่นวาย เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสงบและบรรยากาศที่ล้อมธรรมชาติ แต่ละยูนิตมีพื้นที่กว้างอยู่สบายไม่แออัดปัจจุบันมี 5 โครงการ คือบ้านธนาโชค ย่านหนองจ๊อม พื้นที่ 23 ไร่ เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวและ 2 ชั้น 80 ยูนิต มูลค่าโครงการ 160 ล้านบาท, บ้านธนาพร ย่านหนองจ๊อม พื้นที่ 12 ไร่ เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวและ 2 ชั้น 45 ยูนิต มูลค่าโครงการ 54 ล้านบาท

“บ้านธนาพรเลคโฮม ย่านวงแหวนรอบนอก พื้นที่ 23 ไร่ กับบ้านเดี่ยว 2 ชั้น 82 ยูนิต มูลค่าโครงการ 250 ล้านบาท ทั้ง 3 โครงการปิดการขายแล้วส่วนอีก 2 โครงการที่ยังเปิดขายคือบ้านธนาพรปาร์คโฮม ย่านหนองจ๊อม บนพื้นที่ 21 ไร่ 53 ยูนิต มูลค่าโครงการ 250 ล้านบาท และบ้านธนาพรปาร์คโฮม ย่านดอยสะเก็ด บนพื้นที่ 87 ไร่ เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวและ 2 ชั้น 200 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาทแต่หากรวมทั้ง 5 โครงการจะมีมูลค่ากว่า 1,700 ล้านบาท”

“คุณภาพ” คือหัวใจสำคัญของธุรกิจอสังหาฯ

“ประสบการณ์ 11 ปีของการพัฒนาที่อยู่อาศัย ทำให้รู้ว่าหัวใจสำคัญคือเรื่อง “คุณภาพ” แม้โครงการ 1 และ 2 จะไม่ได้วางคอนเซ็ปต์อะไรมากนัก พัฒนากันแบบลูกทุ่ง แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไปเราก็ต้องพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำบ้านให้แพงขึ้นอย่างเดียวแต่คุณภาพต้องมาพร้อมกัน

“เวลาที่สร้างบ้านให้ลูกค้าจะคิดเสมอว่ากำลังสร้างบ้านของตัวเอง เพราะจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดและใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่การออกแบบ, การเลือกวัสดุ, คุณภาพงานก่อสร้าง, ระบบภายในบ้านหรือลูกค้าบางคนอยากปรับเปลี่ยนแบบบ้านเราก็จะมาช่วยดูแลเพื่อให้เกิดความลงตัวมากที่สุด ฉะนั้นลูกค้าของบ้านธนาพรกว่าร้อยละ 80 มาจากกลุ่มลูกค้าที่ซื้อบ้านแล้วบอกต่อๆ กัน เพราะเขาชอบในคุณภาพและการดูแลของเรา”   

ทำธุรกิจต้องกล้าคิด กล้าทำ

“โดยส่วนตัวแล้วพี่เป็นคนสู้งานและชอบทำงานมาตั้งแต่เด็ก แม้จะเป็นลูกจ้างก็ไม่เคยท้อกับงานที่ได้รับมอบหมาย ตอนที่ทำงานอยู่ธนาคารต้องทำยอดให้ได้ตามเป้าซึ่งก็ทำเกินเป้ามาโดยตลอด แม้จะเจอวิกฤติปัญหามาหลายครั้งก็ใช้ความอดทนและมีสติผ่านมาได้ พอมีธุรกิจของตัวเองก็ต้องกล้าคิดกล้าทำและรอบคอบมากขึ้น อะไรที่เราคิดว่าเป็นความเสี่ยงจะไม่ทำ

“หลายคนบอกว่าเราอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์มานานทำไมถึงไม่ทำคอนโดมิเนียม เราก็ให้เหตุผลไปว่าไม่มีความถนัด อีกทั้งเป็นโครงการที่ใช้ทุนสูง รายละเอียดซับซ้อน เราจึงไม่เสี่ยง คิดว่าคนเราหากได้ทำในสิ่งที่ถนัดน่าจะทำได้ดีกว่าและสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นอีกได้ หรือแม้แต่การตัดสินใจลงทุนทำธุรกิจ เน้นลงทุนตามกำลังที่เรามีจะดีกว่า อย่างเช่นโครงการ 1 และ 2 เราใช้เงินสดลงทุน ส่วนโครงการ 3 กู้ธนาคารเพียง 30% ไว้สำหรับงานก่อสร้างเท่านั้น พยายามกู้ให้น้อยที่สุดเพื่อลดภาระหนี้และความเสี่ยงในอนาคตได้”

ใช้ชีวิตเรียบง่ายแต่ใส่ใจสุขภาพ

“อย่างที่บอกว่าเป็นคนชอบทำงานมาก เวลาที่อยากพักจริงๆ จะหนีไปเที่ยวต่างประเทศ แต่เห็นแบบนี้ ก็รักสุขภาพนะคะ ออกกำ ลังกายทุกวันทั้งว่ายน้ำ, เข้าฟิตเนส, ซาวน่าและเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะตอนนี้อายุ 52 แล้ว หากสุขภาพดีก็มีแรงดูแลครอบครัวกับธุรกิจได้ คิดว่าอยากเกษียณตอนอายุ 60 ปี แล้วผันตัวเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกสาวหากเขาอยากมาสานต่อธุรกิจนี้ แต่อนาคตเขาชอบหรืออยากทำ อะไร ก็แล้วแต่เขา ส่วนธุรกิจคิดว่าจะพัฒนาโครงการ 5 ให้เสร็จก่อน ยังไม่คิดขยายโครงการใหม่ ให้เป็นเรื่องของอนาคตดีกว่าค่ะ”

Thanaporn Park Home 5

ข้อมูลจาก:
นิตยสารโฮมบายเออร์ไกด์ เชียงใหม่ ฉบับเดือนตุลาคม 2558
31 มีนาคม 2016