“ฮาม่อน บี.กริม” คว้างานโรงไฟฟ้าพระนครใต้ มูลค่า 350 ล้านบาท

“ฮาม่อน บี.กริม” คว้างานโรงไฟฟ้าพระนครใต้ มูลค่า 350 ล้านบาท

30 ตุลาคม 2017

ฮาม่อน บี.กริม คว้างานประมูล “โครงการหอระบายความร้อนแบบไร้ควัน” ของโรงไฟฟ้าพระนครใต้ มูลค่า 350 ล้านบาท พร้อมปูพรมบุกอาเซียน ตั้งเป้าสู่ผู้นำด้านหล่อเย็นในภูมิภาค

นายวุฒิพงษ์ ประวิตรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮาม่อน บี.กริม จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้บริษัทชนะงานประมูลติดตั้งหอระบายความร้อนขนาดใหญ่แบบไร้ควัน (Plume Abated-Hybrid Cooling Tower) ในโครงการพลังงานความร้อนร่วมเพื่อทดแทนกำลังการผลิตที่หายไป (Replacement ) ของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนพระนครใต้ส่วนที่ 1 โดยจะทดแทนตัวเก่าที่ครบอายุการติดตั้งก่อนปลดจากระบบภายในปี 2563 ขนาด 1,250 เมกะวัตต์

สัญญาที่ชนะการประมูลมาได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม มีมูลค่าโครงการประมาณ 350 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคู่สัญญาการก่อสร้างโรงไฟฟ้าระหว่างกลุ่มบริษัทซีเมนส์และมารูเบนิ สัญญาโครงการตั้งแต่ปี 2560-2562

สำหรับหอระบายความร้อนที่ฮาม่อน บี.กริม เข้าไปพัฒนา ถือเป็นเทคโนโลยีการระบายความร้อนแบบไร้ควันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ช่วยให้การทำงานผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่มีมาตรฐานความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อม เพราะโรงไฟฟ้านั้นตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่แวดล้อมไปด้วยชุมชน จึงต้องพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยคุณสมบัติหอระบายความร้อนที่ไร้ควัน อีกทั้งมีเสียงเบา ไม่ส่งผลรบกวนต่อชุมชนรอบข้าง

โดยสาเหตุที่ ฮาม่อน บี.กริม ชนะการประมูลนั้นมาจากความก้าวหน้าทางวิศวกรรม และมีการออกแบบที่น่าเชื่อถือ จากการผนึกกำลังร่วมทุนของบี.กริม และฮาม่อน ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและวิจัยนวัตกรรมเทคโนโลยีจากเบลเยียม โดยเป็นหนึ่งในบริษัทที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีหอหล่อเย็นระดับโลก โดยมีตัวแทนเกือบ 40 แห่งทั่วโลก รวมไปถึงผลงานจากการเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบและก่อสร้าง ตลอดจนให้บริการติดตั้งและบำรุงรักษาเครื่องมือที่ใช้ในโรงไฟฟ้าและอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จในหลายแห่ง อาทิ โรงไฟฟ้าวังน้อย 4, โรงไฟฟ้าจะนะ 2, โรงไฟฟ้าพระนครใต้, โรงไฟฟ้าราชบุรี, โรงไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรม อาทิ อมตะนคร, เหมราช, นวนคร, ไออาร์พีซี รวมไปถึงกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี อาทิ ดาว เคมิคอล, ไทย ออยล์, เอ็ช เอ็ม ซี โพลีเมอส์, เอสซีจี เคมิคอล, พีทีที โกลบอล เคมิคอล และแอดวานซ์ ไบโอ เคมีคอล เป็นต้น

“กลุ่มธุรกิจฮาม่อน บี.กริม สามารถคว้าประมูลงานเทคโนโลยีหอระบายความร้อนแบบไร้ควันที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งยังไม่เคยมีประเทศใดในแถบภูมิภาคอาเซียนติดตั้งมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย สิงคโปร์ หรือแม้แต่อินโดนีเซีย แต่เมื่อเทรนด์การก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกำลังเกิดขึ้น รวมถึงกฎหมายภายในประเทศไทยมีมาตรฐานการควบคุมดูแลด้านสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยจึงเป็นแห่งแรกที่ใช้เทคโนโลยีหอระบายความร้อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ทั้งนี้ ถือเป็นงานโครงการหอระบายความร้อนแห่งที่ 2 ที่ชนะการประมูลภายหลังจากเข้าไปติดตั้งหอระบายความร้อนแห่งแรกในโครงการโรงไฟฟ้าที่พระนครเหนือชุดที่ 2 ที่สำนักงานใหญ่ กฟผ.บางกรวย กำลังการผลิต 850 เมกะวัตต์ และเริ่มเดินเครื่องตั้งแต่ปี 2559”

วุฒิพงษ์ ประวิตรวงศ์

ทั้งนี้ ผลงานการคว้างานประมูลงานติดตั้งหอระบายความร้อนให้กับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ถือเป็นผลงานสำคัญที่ทำให้ฮาม่อน บี.กริม ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพทางวิศวกรรมการพัฒนาเทคโนโลยีหอระบายความร้อนที่จะเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจหลายธุรกิจให้ดำเนินงานต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ และจากผลงานดังกล่าวถือเป็นการตอกย้ำการก้าวเข้าสู่การเป็นผู้นำทางด้านผลิตภัณฑ์และบริการติดตั้งระบบหล่อเย็นในมาตรฐานชั้นนำระดับโลก

นอกจากงานประมูลครั้งล่าสุดจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสให้แก่กลุ่มธุรกิจในกลุ่มประเทศอาเซียนซึ่งมีแนวโน้มแสดงความสนใจเทคโนโลยีล่าสุด โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ที่พร้อมลงทุนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและได้รับการยอมรับจากชุมชนที่จะเข้าไปติดตั้งโรงไฟฟ้า สอดคล้องกับกระแสการพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรมที่จะต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยบริษัทฯได้เข้าไปแนะนำตัวในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านไทย ทั้งใน เวียดนาม กัมพูชา ลาว และเมียนมา จากการที่ได้เริ่มต้นเข้าไปศึกษาและพัฒนาตลาดพบว่าลูกค้าได้ให้ความสนใจ ทั้งนี้ทางบริษัทฯยังได้เข้าร่วมงาน พาวเวอร์ เจน เอเชีย ที่ไบเทค บางนา เพื่อเปิดโอกาสในการพบปะกับลูกค้ารวมถึงแสดงผลงานและผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นอีกด้วย

“การเข้าไปพัฒนาโครงการในต่างประเทศเริ่มต้นจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็ยังต้องรอความชัดเจนด้านกฎหมายความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมของแต่ละประเทศ ที่จะส่งผลทำให้เลือกใช้เทคโนโลยีจาก ฮาม่อน บี.กริม ที่มุ่งเน้นด้านไร้ควัน และเสียงเบา รวมถึงพื้นที่ตั้งหากอยู่ในชุมชน ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล ซึ่งสอดคล้องกับกระแสการรักษาสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลทั่วโลกต้องมุ่งเน้นใช้เทคโนโลยีดังกล่าว”

โดยเป้าหมายการขับเคลื่อนธุรกิจในขั้นต่อไปคือการเข้าไปช่วยสนับสนุนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าร่วมเพื่อทดแทนกำลังการผลิตที่หายไปที่กำลังเกิดขึ้น ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan – PDP) ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือ EGAT ที่มีแผนพัฒนาโครงการทดแทน รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าใหม่ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าบางปะกง (ทดแทนเครื่องที่ 1-2), โรงไฟฟ้าวังน้อย ทดแทนเครื่อง 1 และ 2, โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เครื่องที่ 1 ปี 2564 กำลังการผลิต 1,000 เมกะวัตต์ เป็นต้น

“เราพัฒนาธุรกิจให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาโรงไฟฟ้าสอดคล้องกับ กฟผ.ที่มีทั้งการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่และการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทน ที่ครบอายุการใช้งาน 25 ปีก็ต้องทำการปรับปรุงประสิทธิภาพ”

นายวุฒิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากนี้ ฮาม่อน บี.กริม ยังวางแผนพัฒนาธุรกิจให้หลากหลาย โดยการศึกษาการนำเข้าเทคโนโลยีระบบควบคุมคุณภาพอากาศ (Air Quality System Control) เพื่อใช้ในโรงกลั่นน้ำมัน โรงงานปิโตรเคมิคอลและในโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญในการช่วยพัฒนาโรงไฟฟ้า ถ่านหินและชีวมวล เพราะมีระบบการเผาไหม้ภายในจากถ่านหินและชีวมวล ซึ่งมีเทคโนโลยีในการช่วยควบคุมปริมาณการปล่อยควันเสียจากการเผาไหม้ไปในอากาศ ซึ่งฮาม่อนมีการออกแบบระบบที่มีคุณภาพสูง จึงต้องแนะนำเข้าไปในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการประสิทธิภาพทางวิศวกรรมขั้นสูงมากกว่าการมุ่งเน้นไปที่ระดับราคาเพียงอย่างเดียว

สำหรับผลงานการพัฒนาธุรกิจในปีนี้ นอกเหนือจากการคว้าประมูลงานโรงไฟฟ้า ยังมีโครงการที่เข้าไปติดตั้งหอระบายความร้อนและอุปกรณ์ต่างๆ ให้กับโรงงานอุตสาหกรรม อาทิ หอระบายความร้อนให้กับ ดาว เคมิคอล หอระบายความร้อนใน โรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัท บี.กริม พาวเวอร์ รวมถึงโครงการปรับปรุง Flue Gas Cooler ให้แก่กลุ่มโรงกลั่นไออาร์พีซีซึ่งได้แล้วเสร็จตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ในส่วนของธุรกิจฮาม่อน บี.กริม. คือ ธุรกิจในเครือบี.กริม ผู้ให้บริการออกแบบและติดตั้งหอระบายความร้อนแบบครบวงจรในโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยให้บริการ 5 ด้านคือ 1.การพัฒนาโครงการหอระบายความร้อนแบบครบวงจร 2.การบริการด้านวิศวกรรมศึกษาวิจัยและปรับปรุงระบบพลังงานและน้ำ 3.การบริการหลังการขาย เช่น ติดตั้งอุปกรณ์ทดแทน และทดสอบระบบ 4.การซ่อมบำรุงและปรับปรุงอุปกรณ์ การทำงานภายใน และ 5.ระบบบำรุงรักษา

ที่มาและภาพประกอบ : prachachat

30 ตุลาคม 2017