“แสนสิริ”เล็งผนึกสมิติเวชตั้งเฮลท์แคร์

“แสนสิริ”เล็งผนึกสมิติเวชตั้งเฮลท์แคร์

03 กรกฎาคม 2017

“แสนสิริ” ลงนามพันธมิตรรพ.สมิติเวช เล็งผุดศูนย์สุขภาพในโครงการอสังหาฯในเครือ ตอบโจทย์บริการสุขภาพลูกบ้านแต่ละวัย  

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะร่วมมือกับโรงพยาบาลสมิติเวช เพื่อพัฒนาโครงการต่างๆร่วมกัน เช่น การจัดตั้งศูนย์เมดิคัล และเวลเนสเซ็นเตอร์ เอื้ออำนวยกับการใช้ชีวิตของลูกบ้านภายในโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริ หลังจากที่ได้ลงนามสัญญาเป็นพันธมิตรกับทางสมิติเวช เพื่อให้เป็นที่ปรึกษาและช่วยตรวจสอบความปลอดภัยในการออกแบบและแนะนำเรื่องการใช้วัสดุกับสนามเด็กเล่นภายในโครงการ

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าว อาจรวมถึงการให้บริการ บำรุงซ่อมแซม รวมถึงบริการเพื่อสุขภาพที่ตอบโจทย์ลูกบ้านแต่ละวัย รวมถึงกลุ่มผู้สูงวัยด้วย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าภายในระยะเวลาอีก 3-5 ปีจากนี้ จะมีสัดส่วนผู้สูงวัย กว่า 20%ของประชากรทั่วประเทศ

สำหรับสนามเด็กเล่น แบบ educational playground เป็นหนึ่งในแคมเปญ“ Fill your life with good” ที่บริษัทได้ใช้งบลงทุนกว่า50ล้านบาทจัดทำแคมเปญ ตลอดระยะเวลา6เดือนโดยชู 6 ฟังก์ชันที่ออกแบบให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยในแต่ละโครงการและเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิต เช่น สระว่ายน้ำพร้อมระบบเสียงเพลงใต้น้ำ,ครัวส่วนกลางที่ใช้เป็นพื้นที่จัดปาร์ตี้ได้,ที่จอดรถออกแบบให้มีพื้นที่กว้างเป็นพิเศษและจัดไฟเหมือนโชว์รูมรถยนต์ เป็นต้น

ปัจจุบันมีโครงการนำร่องที่บริษัทได้เลือกนำบางฟังก์ชันไปใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละโครงการ ได้แก่ โครงการคณาสิริ รังสิต คลอง2, โครงการเศรษฐสิริ ปิ่นเกล้า กาญจนา และโครงการเศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา ทั้งยังเตรียมนำฟังก์ชันไปใช้กับโครงการอื่นๆในอนาคต เช่น โครงการบุราสิริ วัชรพล และโครงการบุราสิริ ราชพฤกษ์ 345

ขณะที่ภาพรวมดีคอนโดมิเนียม พิงค์ เชียงใหม่ รูปแบบ 2 อาคาร จำนวน 400 ยูนิต ราคายูนิตละ 1-2 ล้านบาท โดยในขณะนี้สามารถขายคอนโดให้แก่ลูกค้าต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าฮ่องกงและจีน ได้แล้วกว่า 100 ยูนิต และคาดว่าจะเริ่มโอนในปีหน้า และยังมีแผนจะไปโรดโชว์ทำตลาดที่สิงคโปร์และจีน ในเร็วๆนี้

ส่วนภาพรวมตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงต้นปียังมีคอนโดที่ยังคงค้าง ประมาณ 5 หมื่นยูนิต ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดูดซับตลาดประมาณ 9-10 เดือน โดยมองว่าคอนโดยังโอเวอร์ซัพพลายเป็นบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณสายสีม่วง ตอนปลาย และคอนโดที่โอเวอร์ซัพพลายส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคอนโดตลาดกลาง-ล่าง ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าภาพรรวมจะมีแนวโน้มดีขึ้น จากภาคการส่งออกที่เริ่มฟื้นตัว แต่ก็อาจต้องพิจารณาควบคู่กับสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกเพิ่มเติม

 

ที่มาและภาพประกอบ :  bangkokbiznews

03 กรกฎาคม 2017