5 เทคนิคเปลี่ยนบ้านเป็นที่ทำงานง่ายๆ ด้วยตัวเอง by BeNeat.co

5 เทคนิคเปลี่ยนบ้านเป็นที่ทำงานง่ายๆ ด้วยตัวเอง by BeNeat.co

29 มีนาคม 2018

สมัยนี้เป็นยุคที่เราจะต้องใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา ไม่เพียงแค่ชีวิตของคนในกรุงเทพมหานครเพียงเท่านั้น แต่ก็ยังมีคนในหลายๆ พื้นที่ที่พยายามหลีกเลี่ยงการทำให้ตัวเองเสียเวลาในการทำงาน และหาทางเลือกในการประหยัดเวลาในชีวิตประจำวันให้ได้มากที่สุดเพื่อให้ได้ใช้เวลาทำงานได้อย่างคุ้มค่า และได้มีเวลาเหลือมากพอที่จะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ โดยเฉพาะชีวิตสังคมในเมืองนั้นเราสามารถบอกได้เลยล่ะครับว่าใครๆ ที่อยู่ในเมืองก็อยากจะประหยัดเวลาเอาไว้ให้ได้มากที่สุด และใช้เวลาให้คุ้มค่ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งหนึ่งในทางเลือกของคนเมืองที่ต้องทำงานและต้องการประหยัดเวลานั่นก็คือ “การใช้บ้านเป็นที่ทำงาน” นั่นเองครับ

Urban Lifestyle สาเหตุที่ทำให้เจ้าของธุรกิจ และใครหลายคนต้องเปลี่ยนบ้านให้เป็นที่ทำงาน

เคยมองดูคนรอบข้างไหมครับว่าในแต่ละวัน ทุกคนอยากจะเดินทางไปให้ถึงที่ทำงานให้เร็วที่สุด จากการเดินทางด้วยรถยนต์บางคนก็เปลี่ยนเป็นการนั่งรถไฟฟ้า ซึ่งการเดินทางไปทำงานของคนในเมืองนี่แหละครับที่เป็นตัวอย่างที่ทำให้เราได้เห็นว่าทุกคนอยากประหยัดเวลา ด้วยความเสียดายเวลาที่เราจะเอาไปใช้บนท้องถนนในการเดินทางไปทำงาน หรือจะต้องตื่นเช้าๆ เพื่อไปให้ทันเวลาตอกบัตร เข้า-ออก ออฟฟิศ

เจ้าของกิจการหลายๆ เจ้าได้ใช้บ้านของตัวเองให้กลายเป็นที่ทำงาน เปลี่ยนจากการมาเจอหน้าพนักงานทุกวันให้กลายเป็นการสื่อสารผ่านแชทหรือการส่งอีเมล์แทน เพราะไม่ว่าจะเป็นใครก็มี Smart phone อยู่ในมือ ทำให้การสั่งงานและการรับงานเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่แตะหน้าจอด้วยปลายนิ้วเท่านั้น

อีกทั้งยังมีกลุ่มคนทำงานเป็นจำนวนมากได้เปลี่ยนที่ทำงานตามออฟฟิศของตัวเองมาเป็นที่บ้าน เพราะในการทำงานหลายแขนงของยุคปัจจุบันนี้เราสามารถทำงานกันได้โดยไม่ต้องไปเจอหน้ากัน เพียงแค่รับสั่งงานผ่านช่องแชท แล้วทำงานให้เสร็จจากนั้นก็ส่งงานเข้าไปที่อีเมล์ของลูกค้าหรือเจ้านายเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นแล้วใช่ไหมล่ะครับ?

อย่างที่เราเห็นกันล่ะครับว่ามีคนจำนวนมากเลยล่ะที่ได้ขึ้นชื่อให้ตัวเองเป็น Freelancer หรือ Outsourcer ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ไม่ได้ทำงานในร้านกาแฟ และตาม Co-working space เท่านั้น แต่พวกเขายังใช้บ้านนี่แหละครับให้เป็นที่ทำงาน ที่ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประหยัดค่าเช่าออฟฟิศ แล้วยังประหยัดเวลาในการเดินทางไปได้เยอะเลยทีเดียว

ปัญหาที่ตามมาของการเปลี่ยนบ้านเป็นออฟฟิศ

แน่นอนว่าการใช้พื้นที่เดียวกันในการทำกิจกรรมหลายๆ อย่างย่อมทำให้เกิดปัญหาเล็กๆ จนทำให้กลายเป็นปัญหาที่น่าปวดหัวสำหรับคนทำงานที่บ้านขึ้นมาได้ ลองคิดดูสิครับว่าในหนึ่งวันที่เราใช้บ้านเป็นทั้ง ที่นอน ที่กินข้าว ที่พักผ่อน ที่ทำงาน ที่เก็บของหรือสินค้า แล้วยังจะต้องใช้เป็นที่ประชุมหรือใช้เป็นที่นัดเจอลูกค้า สิ่งที่จะตามมานั้นจะมีอะไรบ้าง? ใช่ครับ! มันคือปัญหาที่ดูจุกจิกและบางคนก็มองข้ามมันไป แต่เรื่องจุกจิกเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละที่สามารถกลายเป็นเรื่องที่ทำให้คุณ และชาว Home office เหนื่อยได้เหมือนกัน นั่นก็คือ...

—ปัญหาเกี่ยวกับ “การจัดสรรค์พื้นที่ให้เหมาะสมในการทำงาน การแยกพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่ทำงานให้ได้” ซึ่งหลังจากที่เจ้าของบ้านตื่นเช้ามาแล้วจะไม่ได้มีหน้าที่เป็นเจ้าของบ้านเพียงเท่านั้น แต่จะต้องรับบทบาทเป็นเจ้าของธุรกิจที่จะต้องดูแลสภาพบ้านให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่มีลูกค้ามานัดเจอหรือประชุมที่บ้านด้วยแล้วสิ่งที่จะต้องระวังนั่นก็คือการเตรียมบ้านให้ดูดีเพื่อให้สามารถต้อนรับผู้มาเยือนได้ หรืออาจจะต้องเป็นทั้งนายตัวเองที่จะต้องทำงานอยู่ในบ้านโดยจะต้องรักษาสภาพบ้านให้น่านั่งทำงานได้เสมอ เพื่อไม่ให้การทำงานในบ้านเป็นเรื่องน่าเบื่อหรือจนทำให้ไม่สามารถทำงานได้เลย

—สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเรื่องของ “ความสะอาด” เพราะเมื่อไหร่ที่เราใช้พื้นที่ในบ้านทำกิจกรรมหลายๆ อย่างพร้อมๆ กันย่อมทำให้เกิดความสกปรกได้ง่าย และจะต้องรักษาความสะอาดให้เป็นอย่างดี เจ้าของธุรกิจหลายที่ก็ได้ใช้บ้านเป็นที่ประชุมกับลูกค้าด้วย สิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญนั่นก็คือเรื่องของความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้าน เพราะอย่างน้อยความสะอาดและความเรียบร้อยของบ้านก็เป็นภาพลักษณ์และเป็นหน้าเป็นตาให้กับธุรกิจได้เช่นเดียวกัน บ้านหลายหลังเองก็ไม่เหมาะที่จะใช้เป็นที่ทำงานสักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากเจ้าของบ้านต้องการให้บ้านเป็นที่ทำงานแล้วล่ะก็ ก็จะต้องบริหารจัดการพื้นที่ของบ้านให้ดีเชียว แล้วด้วยความที่จะต้องทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานให้เต็มที่แล้วแล้วยังจะต้องมาเหนื่อยกับการจัดบ้านให้เอี่ยมอ่อง หรือจะต้องเก็บกวาดปัดถูก็ยิ่งจะทำให้เหนื่อยเข้าไปอีก

จัดบ้านยังไงให้ทำงานได้ชิลกว่าเดิม?

หลายคนอาจจะมีความเชี่ยวชาญเรื่องการทำงาน การเจรจาต่อรอง แต่อาจจะไม่เชี่ยวชาญเรื่องของการจัดบ้าน เพราะการจัดบ้านก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะต้องอาศัยความละเอียดเข้ามาช่วยเพื่อให้จัดบ้านให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยเฉพาะบ้านหลังที่เป็นออฟฟิศด้วยล่ะก็ จะต้องมีการดูแลที่ดี และการจัดพื้นที่ให้เหมาะสม วันนี้เราเลยมีเทคนิคการจัดบ้านให้คนที่ใช้บ้านเป็นออฟฟิศสามารถทำงานได้ชิลกว่าเดิมมาฝากกันครับ

1. วางโต๊ะ และเฟอร์นิเจอร์ให้ติดฝาหนังบ้าน

ยิ่งบ้านไหนมีพื้นที่น้อย การจัดวางตำแหน่งสิ่งของเป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยทีเดียวครับ โดยการวางโต๊ะ เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงตู้ชิ้นใหญ่ให้ติดกับฝาหนังบ้านไปในแนวเดียวกันนั้นจะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับบ้านได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งการจัดวางนั้นไม่ควรวางสิ่งของเหล่านี้ขวางทางเดิน หรือวางไว้ตรงกลางห้อง เพราะจะทำให้พื้นที่ใช้สอยน้อยลง และทำให้บ้านรกได้ง่ายกว่าการวางเฟอร์นิเจอร์ติดผนัง เนื่องจากจะทำให้คุณวางของสะเปะสะปะไปทั่วห้องได้ง่ายนั่นเองครับ และการวางโต๊ะทำงานให้ติดฝาผนังนั้นคุณสามารถใช้ฝาหนังในการแปะ Post it แขวนปฏิทิน หรือห้อยกระดานที่เขียนโน้ตต่างๆ เอาไว้ได้อีกด้วย ทำให้ประหยัดพื้นที่ในการวางของไปในตัวได้เลย

2. วางเอกสารในแนวตั้งในกล่องหรือลิ้นชักให้เรียบร้อย

บางคนอาจจะคิดว่าการวางเอกสารนั้นเป็นเรื่องไม่ได้สำคัญอะไรนักหนา วางทับกันซ้อนกันก็ไม่เห็นจะเป็นไร แต่เดี๋ยวก่อนครับ! การวางเอกสาร หนังสือ หรือแฟ้มต่างๆ ซ้อนกันให้นอนเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานนั้นยิ่งทำให้พื้นที่โต๊ะทำงานเหลือน้อย และตอนหาเอกสารที่วางซ้อนทับกันอยู่ย่อมหาได้ยาก ใช้เวลานาน บางทีอาจจะหาไม่เจอเพราะเอกสารทุกอย่างปะปนกันไปหมด บางคนเก็บเอกสารสำคัญรวมกับเอกสารประเภทอื่นๆ ซึ่งเอกสารที่สำคัญนั้นควรมีกล่องเก็บเอาไว้แยกเลยทีเดียว และเก็บไว้ในที่ที่มีการรักษาความปลอดภัยเช่นมีการใส่กุญแจหรือรหัสเซฟเอาไว้จะปลอดภัยกว่าแน่นอน และทางออกที่ทำให้โต๊ะทำงานของคุณเป็นระเบียบมากขึ้นนั่นก็คือการหากล่องใส่เอกสารมาแยกประเภทเอกสารเอาไว้ให้เป็นแนวตั้ง โดยวางสันหนังสือหรือสันแฟ้มเข้าหาตัวเองเพื่อให้ง่ายต่อการหา อีกทั้งคุณยังสามารถเขียนโน้ตติดบนกล่องวางเอกสารไว้แยกหมวดหมู่เพื่อให้ง่ายเวลาหยิบจับครับ

3. แยกพื้นที่ทำงาน กับพื้นที่ส่วนตัวให้ชัดเจนไปเลย

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังนั่งทำงานอยู่บนเตียงหรือวางของส่วนตัวบนโต๊ะทำงานยุ่งเหยิงเต็มไปหมด ให้กลับไปจัดการพฤติกรรมนี้ให้เรียบร้อย เพราะถ้าคุณยังไม่แยกพื้นที่ส่วนตัวออกจากพื้นที่ทำงานได้อย่างชัดเจนแล้ว อาจจะทำให้คุณแยกเวลาส่วนตัวและเวลางานออกจากกันได้ยาก ยกตัวอย่างคนที่นั่งทำงานบนเตียง ถ้าเมื่อไหร่ที่เมื่อยล้าจากการนั่งนานๆ ก็จะทำให้คุณล้มตัวนอนไปบนเตียงแล้วไม่ทำงานต่อ ซึ่งแตกต่างกับคนที่นั่งทำงานบนโต๊ะทำงานที่เมื่อไหร่เกิดอาการเมื่อยล้าก็สามารถลุกไปยืดเส้นยืดสายได้ แต่ไม่สามารถล้มตัวนอนตามใจตัวเองเหมือนคนที่ทำงานบนเตียงนอนได้นั่นเองครับ

4. ห้องแต่ละห้องควรแยกออกจากกัน

สำหรับใครที่ใช้บ้านเป็นออฟฟิศอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะนั่งทำงาน นัดเจอลูกค้า เก็บสินค้า เจอลูกน้อง ไม่ว่าจะทำงานในขั้นตอนไหนก็ทำที่บ้านนั้นคุณควรมีห้องแต่ละห้องแยกเอาไว้ให้ชัดเจนดีกว่าครับ บ้านบางหลังอาจจะมีหลายห้องซึ่งทำให้ง่ายต่อการจัดการแยกห้องเพื่อให้ง่ายต่อการทำงาน แต่บ้านบางหลังก็มีเพียงไม่กี่ห้อง ทำให้ต้องคิดกันซักหน่อยล่ะว่าจะทำยังไงให้ห้องแต่ละห้องเกิดประโยชน์สูงที่สุด ซึ่งห้องที่ใช้นั่งทำงาน นั่งประชุมกับลูกค้า และนัดคุยงานกับลูกน้องนั้นสามารถเป็นห้องเดียวกันได้ครับ โดยมีโต๊ะทำงาน หรือโต๊ะประชุมได้ ส่วนห้องที่ใช้เก็บสินค้าหรืออุปกรณ์ต่างๆ จะต้องแยกออกไปต่างหาก เพื่อป้องกันการสูญหายหรือเสียหาย และการมีห้องที่เก็บสินค้าโดยเฉพาะนั้นจะทำให้ง่ายต่อการนับสต๊อกอีกด้วยครับ

5. ทำความสะอาดบ้านทุกวัน ดีกว่านานๆ ครั้ง

ถึงแม้ว่าโต๊ะทำงานในบ้านของคุณมันจะดูไม่ได้สกปรกอะไร หรืออาจจะมีเศษกระดาษวางอยู่โดยไม่ได้กระทบกับการทำงานของคุณเลย แต่การทำความสะอาดบ้านที่เป็นที่ทำงานของคุณในทุกๆ วันนั้นจะช่วยให้คุณสามารถมองหาสิ่งของต่างๆ ได้ง่ายขึ้น จะหาอะไรก็เจอ ไม่ต้องหาของกันให้นาน และการปัดกวาดเช็ดฝุ่นนั้นจะทำให้พื้นที่ทำงานน่านั่งทำงานมากขึ้น ดูไม่อึดอัดเวลาต้องนั่งคิดโปรเจ็คใหม่ๆ หรือต้องใช้ไอเดียใหม่ๆ ถ้าไม่เชื่อลองเปรียบเทียบในตอนที่คุณนั่งทำงานบนโต๊ะรกๆ กับเวลาที่นั่งทำงานบนโต๊ะที่เป็นระเบียบดูนะครับว่าแบบไหนที่ทำให้บรรยากาศในการทำงานชิลกว่ากันนะ?

ใน 1 วัน มี 24 ชั่วโมง ดูแล้วเป็นเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ซึ่งเราไม่สามารถเพิ่มเวลาใน 1 วันนี้ให้มากกว่า 24 ชั่วโมงได้เลย ในตอนนี้คุณได้ตัดเรื่องการเสียเวลาในการเดินทางบนท้องถนนเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ด้วยการใช้บ้านเป็นออฟฟิศแล้ว อย่าลืมดูแลบ้านให้น่านั่งทำงาน เพื่อให้ประสิทธิภาพในการทำงานมีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมกันด้วยนะครับ และเราขอเป็นกำลังใจให้กับคนที่มีวิถีชีวิตตามแบบฉบับของคนในเมืองที่ใช้บ้านเป็นทั้งที่พักผ่อนหน่อยใจ และเป็นทั้งที่ทำงาน ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขอให้บ้านหลังที่คุณอยู่เป็นได้ทั้งหลังที่ช่วยสร้างความอบอุ่นให้แก่คุณ และเป็นหลังที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับนายตัวเองแบบคุณต่อไปด้วยนะครับ

 


เขียนโดย: อานนท์ น้อยอ่ำ (CEO บริษัท บีนีท จำกัด)

จบการศึกษาปริญญาตรีวิศกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ปริญญาโท MBA E-Business, University of Kent at Canterbury, UK

ผู้บริหารโครงการหมู่บ้านจัดสรร ผู้หลงไหลการสร้างนวัตกรรมด้วยเทคโนโลยี
ปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญการลงทุนอสังหาฯให้เช่าผ่าน Airbnb และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง STARTUP ชื่อดัง
BeNeat.co (แม่บ้านออนไลน์) แอปพลิเคชั่น เรียกใช้บริการแม่บ้านทำความสะอาดแบบรายชั่วโมง

Contact Info
www.BeNeat.co
www.Facebook.com/BeNeatCo
www.messenger.com/t/BeNeatCo
LineID : @beneat

30 มีนาคม 2018