Better City, Better Living for Better Life: SCMAGLEV ที่ว่าง เวลา และรถไฟ

Better City, Better Living for Better Life: SCMAGLEV ที่ว่าง เวลา และรถไฟ

19 มิถุนายน 2018

สุดยอด!! รถไฟวิ่งได้ 1000 กม./ชั่วโมง ความเร็วเกือบระดับเหนือเสียง เร็วเทียบเท่าเครื่องบินโดยสาร นี่เป็นความรู้สึกของผมตอนนี้ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชม SCMAGLEV and Railway Park ณ เมืองนาโกย่า สถานที่รวบรวมและจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาตร์รถไฟและเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงของประเทศญี่ปุ่น

รถไฟประเทศญี่ปุ่นเริ่มขึ้นในสมัยเอโดะเมื่อปี ค.ศ.1872 (รถไฟไทยเริ่มปี ค.ศ.1890) ปัจจุบันรถไฟเปรียบเสมือนเส้นเลือดหลักของประเทศในการเชื่อมความเจริญสู่เมืองและภูมิภาคต่างๆ นับเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและความเจริญของประเทศที่ทำให้ปัจจุบันญี่ปุ่นเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก ระบบรถไฟมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยในปี ค.ศ. 1954 ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการสร้างรถจักรไอน้ำ C62 สามารถทำความเร็วสูงสุดในโลกโดยทำความเร็วได้ 129 กม./ชั่วโมง

นับเป็นก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์ทำให้เกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดดในการคิดค้นวิทยาการทางด้านระบบรางจนนำไปสู่รถไฟความเร็วสูงเคลื่อนที่ด้วยพลังแม่เหล็กไฟฟ้าที่เราคุ้นหูในชื่อชินคันเซ็น มีการพัฒนาหลายโมเดลด้วยกัน

เคยมีการทดลองใน ปี ค.ศ. 2004 หัวรถไฟรุ่นหนึ่งที่ไม่พ่วงขบวนรถโดยสารสามารถทำความเร็ว 1026.7 กม./ชั่วโมง สำหรับรถไฟชินคันเซ็นที่ใช้สำหรับโดยสารทำความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 285 กม./ชั่วโมง เดินทางจากโตเกียว-โอซาก้า เพียง 2 ชั่วโมง 22 นาที เชื่อไหมครับตั้งแต่เปิดดำเนินการมาค่าเฉลี่ยความล่าช้าอยู่เพียง 0.9 นาทีเท่านั้น เรียกว่าตรงเวลาเป็นที่สุด ผมว่าความตรงเวลาของรถไฟนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกวินัยของคนในชาติให้เป็นคนตรงต่อเวลาและให้ความสำคัญกับเวลา

ข้อมูลที่ผมเล่ามานั้นถูกจัดแสดงอยู่ภายใน SCMAGLEV and Railway Park อาคารขนาดใหญ่รูปทรงเรียบง่ายที่มีป้าย JR ติดอยู่อย่างโดดเด่น พิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้ว่าระบบรถไฟมีผลต่อสังคมเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นอย่างไร ผ่านการจัดแสดงในอาคารขนาดใหญ่ ภายในมี 39 ขบวนรถจัดแสดงเพื่อให้เรียนรู้ถึงพัฒนาการของรถไฟรุ่นต่างๆ พื้นที่แสดงประวัติรถไฟความเร็วสูง พื้นที่เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีระบบแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำให้รถไฟเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว Simulator ให้เราได้ทดลองเป็นพนักงานขับรถไฟ พื้นที่สำหรับเด็กให้ได้มาเล่นของเล่นเกี่ยวกับรถไฟเพื่อให้เกิดความรักในระบบรถไฟใครจะไปรู้ว่าเด็กสักคนที่มาที่นี่ในอนคตอาจจะเป็นนักประดิษฐ์คนใหม่ที่สร้างนวัตกรรมให้กับชาติ

ย้อนกลับมาดูบ้านเรา ระบบรางเพื่อเชื่อมต่อเมืองต่างๆ กำลังมีแผนในการพัฒนาโดยนำระบบรางและเทคโนโลยีมาจากต่างชาติมาใช้ เราต้องรู้จักเรียนรู้เทคโนโลยีเขาแล้วนำมาต่อยอดเป็นของตนเองเพื่อเติมเต็มช่องว่างทางนวัตกรรมที่ขาดหายไป


เขียนโดย: มนต์ชัย บุญยะวิภากุล 
นักคิด นักเขียน นักเดินทาง นักธุรกิจ
ผู้เชียวชาญด้านการบริหารจัดการหลักสูตรสถาปัตยกรรม
อาจารย์ประจำหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

12 กรกฎาคม 2018