Geo Fit+ ตอบโจทย์ชีวิต ด้วยแนวคิดจากญี่ปุ่น

Geo Fit+ ตอบโจทย์ชีวิต ด้วยแนวคิดจากญี่ปุ่น

08 ธันวาคม 2017

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราทึ่งเมื่อพูดถึงญี่ปุ่นคือ การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ของสิ่งต่างๆ รอบตัว สะท้อนถึงความใส่ใจและละเอียดลออซึ่งเป็นคุณสมบัติเด่นของชนชาตินี้ โดยเราจะเห็นได้จากประเพณี วัฒนธรรมทางสังคม ศิลปะและอาหารการกินที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น และสำหรับที่อยู่อาศัย ญี่ปุ่นเองก็มีแนวคิดที่เกิดมาจากการสั่งสมประสบการณ์ เพื่อสร้างนวัตกรรมซึ่งช่วยให้ทุกคนได้อยู่ในบ้านอย่างมีความสุข ผ่านแนวคิดที่เรียกว่า “Geo Fit+”

ด้วยแนวคิดของ Geo Fit+ คือการสร้างที่บ้านเพื่อความพอใจสูงสุดของผู้อยู่อาศัย มีความสะดวกสบาย และประโยชน์ใช้สอยสูงสุดสนองความต้องการของทุกวัย อีกทั้งยังต้องปลอดภัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมนี้คือวงจรการทำงานที่เกิดจากความต้องการและคำแนะนำของผู้อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการรวบรวมความคิดเห็นของผู้อยู่อาศัยและลูกค้า และนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ทดลองใน Geo fit+ Lab พื้นที่เหมือนจริง กับผู้อยู่อาศัยหลายกลุ่มหลายวัย และรับฟังความคิดเห็น ปรับปรุงแก้ไขจนสามารถติดตั้งใช้ได้จริงในโครงการ เมื่อสิ้นสุดขบวนการนี้ ก็เริ่มขั้นตอนรับฟังใหม่ เกิดเป็นวงจรที่พัฒนาไม่หยุดยั้ง ทั้งนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่าบ้านที่ดีที่สุด คือบ้านที่สนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยมากที่สุด

โดยนัยะแล้ว Geo Fit+ คือแนวคิดที่มาจากเคารพความต้องการของผู้อาศัย ใส่ใจตั้งแต่ความต้องการเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงเรื่องที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งนวัตกรรมนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ด้านคือ

Geo Fit+ Days: คุณภาพที่ได้มาตรฐาน
Geo Fit+ Eco: ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
Geo Fit+ Age: ปลอดภัยสำหรับผู้สูงวัย
Geo Fit+ Sonae: เตรียมพร้อมฉุกเฉินป้องภัยธรรมชาติ

เปิดตัว Geo Fit+ ในเมืองไทย

นวัตกรรมการสร้างที่อยู่อาศัยด้วยแนวคิด Geo Fit+ ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยแล้ว หลังจากที่ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์สัญชาติไทยซึ่งมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างไม่หยุดยั้ง จับมือกับพันธมิตรจากแดนอาทิตย์อุทัย บริษัท ฮันคิว เรียลตี้ จำกัด ในนาม เสนา-ฮันคิว โดยนำร่องนวัตกรรมนี้ในโครงการ Niche MONO สุขุมวิท – แบริ่ง

โครงการล่าสุดจากเสนาแห่งนี้ เปิดตัวภายใต้แนวคิด Life Charger ความลงตัวของพื้นที่ มุ่งให้เป็นที่พักเพื่อชาร์จชีวิตคนเมืองยุคดิจิตอล สะดวกสบายทุกการเดินทาง เนื่องจากใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีแบริ่ง เพียง 250 เมตร โดยโครงการตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 4 ไร่เศษ ริมถนนสุขุมวิท ติดกับซอยสุขุมวิท 70 ลักษณะเป็นคอนโดมิเนียมระดับสูง (High Rise) 34 ชั้น 1 อาคาร ทั้งหมด 1,275 ยูนิต ความล้ำสมัยของโครงการนี้คงหนีไม่พ้น การนำแนวคิด Geo Fit+ ทั้ง 4 มิติมาปรับใช้เพื่อให้ลูกบ้านได้สัมผัสกับคุณภาพชีวิตอีกระดับหนึ่งที่เกิดจากความใส่ใจของผู้อยู่อาศัย

Geo fit + Days

ส่วนที่ใหญ่ที่สุดของแนวคิดในด้านการอยู่อาศัยต่างๆ คงไม่พ้น ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ซึ่ง Geo Fit+ เองก็เช่นกัน การออกแบบทุกห้องโครงการการจัดวางตำแหน่ง การจัดแบ่งขนาดพื้นที่หรือการเลือกใช้วัสดุในแต่ละส่วนล้วนมาจากความต้องการของผู้อยู่อาศัยและผ่านการทดลองจริงในห้อง Geo fit+ Lab แล้วทั้งนั้น

ในแต่ละยูนิต โครงการได้ขยายพื้นที่ทำอาหารให้กว้างมากขึ้น เพื่อให้ลูกบ้านสามารถจัดเตรียม ปรุงอาหาร และจัดอาหารใส่จานไปพร้อมๆ กันได้ ขณะเดียวกันเคาน์เตอร์ครัวก็เคลือบด้วยอีนาเมลเพราะกันรอยขูดขีดและความร้อนได้ดี รักษาความสะอาดง่าย และสวยงาม จุดดีอีกอย่างหนึ่งคือสามารถยกสูงขึ้น เพื่อกันคราบเลอะและให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

สำหรับตู้หลังกระจกในห้องน้ำก็ได้รับการออกแบบให้ใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น โดยเพิ่มตะขอสำหรับแขวนที่เป่าผม ที่วางกล่องทิชชู่ และมีปลักไฟเพิ่มสำหรับเครื่องไฟฟ้าและสำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือ และตู้เสื้อผ้าให้สามารถปรับระดับชั้นและที่แขวนเสื้อผ้าได้ตามต้องการ ซึ่งใช้เหล็กแขวนเสื้อสองระดับจะทำให้แขวนเสื้อผ้าได้เป็นสองเท่า

Geo Fit+ Eco

สิ่งแวดล้อมคือสิ่งที่ เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ใส่ใจมาตลอด และโครงการนี้ก็เช่นกัน หลักการ Geo Fit+ จะเป็นการใช้เทคโนโลยีต่างๆเพื่อให้ได้ที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยยังคงความสะดวกสบายไว้คงเดิม โดยการนำโซลาร์ ที่เสนาดีเวลลอปเม้นท์ภาคภูมิใจก็ได้รับการติดตั้งบนหลังคาตึกเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นตัวช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศโลก ช่วยลดปัญหาโลกร้อนและยังช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า ลดค่าส่วนกลางได้อีกด้วย

Geo Fit+ Age

ไม่เพียงแต่กลุ่มคนทั่วไปเท่านั้น โครงการยังมองไกลไปถึงผู้สูงอายุที่อาจจะประสบความยากลำบากกับที่อยู่อาศัยทั่วไป          Geo Fit+ Age จึงได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อ ให้สบายและปลอดภัยแก่สมาชิกทุกวัย เป็นการออกแบบที่สนองความต้องการของครอบครัวหลายวัยในปัจจุบัน และเตรียมการรองรับความต้องการในอนาคตเมื่อผู้อยู่อาศัยสูงวัยขึ้น

รายละเอียดของการออกแบบตามแนวคิดนี้อยู่ในการใช้งานหลายส่วนของห้อง เช่น ผนังพร้อมใส่ราวจับเดินสวิตช์ไฟฟ้าอัตโนมัติที่เปิด-ปิดได้เองเมื่อมีและไม่มีผู้ใช้งานพื้นที่ ปลั๊กไฟฟ้าที่สูงจากพื้น400 มิลลิเมตรเพื่อไม่ต้องก้มตัวลงไปใส่หรือถอดปลั๊ก ราวฝักบัวที่เลื่อนระดับได้เพื่อช่วยพยุงตัว สำหรับพื้นที่ส่วนกลางก็มีการติดพื้นกันลื่นบริเวณบันไดขั้นแรกทั้งฝั่งที่ขึ้นและลง พร้อมมีราวจับเพื่อความปลอดภัย และสุดท้ายคือทางลาดที่เชื่อมส่วนต่างๆ ความสะดวกของผู้ที่ใช้เก้าอี้เข็นและรถเข็นเด็กตั้งแต่ลานจอดรถไปตัวอาคาร

Geo Fit+ Sonae

มิติสุดท้ายที่ Geo Fit+ ให้ความสำคัญคือ การเตรียมพร้อมเพื่อความปลอดภัยเสมอ ถึงประเทศไทยจะไม่มีปัญหาแผ่นดินไหวบ่อยหรือรุนแรงนัก แต่วิทยาการการก่อสร้างจากญี่ปุ่นได้เตรียมพร้อมเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินต่างๆ ไว้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด นอกจากการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว ห้องพยาบาลของโครงการ เตรียมพร้อมสำหรับคนไข้ฉุกเฉิน พร้อมเครื่องกระตุกหัวใจฉับพลัน ก่อนส่งสถานพยาบาลเพื่อรักษาต่อไป 

โครงการ Niche MONO สุขุมวิท – แบริ่ง นอกจากจะเป็นโครงการแรกที่เปิดตัวแนวคิด Geo Fit+ ยังรวมเอา Japanese Functionality ฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ, Japanese Innovation แนวคิดใหม่เพื่อการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ, และ Japanese Design กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นที่นำมาใช้ในการออกแบบไว้ในโครงการอีกด้วย

ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการจัดเตรียมไว้ก็คือว่าโดดเด่น น่าสนใจ ถือว่าเหนือกว่าโครงการในละแวกใกล้เคียงอย่างมาก โดยพื้นที่ส่วนกลางมีให้ถึง 3 ชั้น ตั้งแต่ชั้นล่างจนถึงดาดฟ้า ลูกบ้านสามารถเลือกมุมโปรดได้อย่างหลากหลาย

เริ่มตั้งแต่ชั้น Ground Floor มีร้านกาแฟชื่อดังอย่าง Toms N Toms Coffee เปิดให้บริการ โดยสามารถใช้เป็นจุดนัดพบและที่นั่งพักเพื่อดื่มด่ำกับกาแฟรสละมุนได้ แถมยังมีร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven ให้คุณได้ใช้บริการตลอด 24 ชม. ไม่เพียงเท่านั้น ชั้นล่างนี้ยังมี Double Lobby เพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือน Jogging Track สำหรับผู้รักการวิ่ง และห้องพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ปฐมพยาบาล

ขยับขึ้นไปที่ ชั้น 8 ไฮไลท์ของชั้นนี้คงไม่พ้น สระว่ายน้ำระบบเกลือยาวกว่า 88 เมตร มีที่นั่งริมสระพร้อมสระเด็ก ด้านในอาคารมีห้องออกกำลังกายพื้นที่กว่า 250 ตารางเมตร รวมไปถึงห้องกิจกรรมต่างๆ อย่าง ห้องต่อยมวย ห้องโยคะ ห้องสันทนาการ และห้องสตรีม ให้ลูกบ้านได้เลือกใช้เวลาว่างอย่างมีความสุข

และคนที่ชอบทิวทัศน์มุมสูง คงต้องแวะเวียนขึ้นไปที่ชั้น 34 บ่อยๆ แน่ เพราะบนชั้นนี้มีทั้งพื้นที่สร้างสรรค์งานพร้อมระบบอินเทอร์เน็ต ห้องพักผ่อนบนดาดฟ้าเพื่อชมทัศนียภาพ 270 องศา พื้นที่สันทนาการบนดาดฟ้า สวนลอยฟ้า ห้องประชุม และ SENA Solar Station with EV Charger 

สำหรับโครงการ Niche MONO สุขุมวิท – แบริ่ง มีห้องชุดพักอาศัยให้เลือก 3 แบบ คือ 1 Bedroom ขนาด 28-31 ตร.ม., 1 Bedroom Plus ขนาด 34 ตร.ม., และ 2 Bedroom ขนาด 48 ตร.ม. เริ่มต้นที่  2.3 ล้านบาท หรือเฉลี่ยตร.ม.ละ 87,000 บาทโครงการเปิดให้ชมห้องตัวอย่างและจองห้องได้แล้ววันนี้ ณ Sale Gallery ซอยสุขุมวิท 70

08 ธันวาคม 2017