JSP มั่นใจรายได้เข้าเป้า 5 พันล้าน

JSP มั่นใจรายได้เข้าเป้า 5 พันล้าน

28 มิถุนายน 2017

เจ.เอส.พี.พร็อพเพอร์ตี้ แย้มยอดขายครึ่งแรกปี 60 กว่า 2,000 ล้านบาท มั่นใจรายได้เป็นไปตามเป้า ขณะยอดรีเจ็กต์สูง ปรับกลยุทธ์คุมพฤติกรรมลูกค้าต่อเนื่อง ล่าสุดเปิด เจ แกรนด์ สาทร-กัลปพฤกษ์ ชูกลยุทธ์ J ID

นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.เอส.พี.แอสพลัส จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2 นี้ บริษัทคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 1,100 ล้านบาท ขณะที่ในไตรมาส 1 รายได้อยู่ที่ 1,043 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งแรกปี 2560 บริษัทจะรับรู้รายได้กว่า 2,000 ล้านบาท จากเป้ารับรู้รายได้ทั้งปี 5,000 ล้านบาท เหลืออีกเพียง 3,000 ล้านบาทที่จะต้องทำให้ได้ในช่วงครึ่งหลังปี 2560

ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (แบ็กล็อก) อยู่ที่ 3,900 ล้านบาท จะโอนในปีนี้จำนวน 2,900 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 900 ล้านบาท และแนวราบ 2,000 ล้านบาท ที่เหลือ 1,000 ล้านบาทจะรับรู้รายได้ในปี 2561 ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มั่นใจได้ว่าเป้ารับรู้รายได้ที่ 5,000 ล้านบาท จะเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน

ด้วยกลุ่มลูกค้าหลักเป็นกลุ่มกลาง-ล่าง ซึ่งมีปัญหาในเรื่องของการถูกปฏิเสธสินเชื่อ (รีเจ็กต์) ส่งผลให้ในปี 2559 ยอดปฏิเสธสินเชื่อเฉลี่ยอยู่ที่ 20% โดยกลุ่มคอนโดมิเนียมมียอดปฏิเสธสินเชื่ออยู่ที่ 40% ขณะที่กลุ่มแนวราบมียอดปฏิเสธสินเชื่อ 30% แต่ช่วงไตรมาส 1 ปีนี้ยอดปฏิเสธสินเชื่อมีอัตราลดลงเหลือ 30% ในกลุ่มคอนโดมิเนียม และ 15% ในกลุ่มแนวราบ

เป็นผลจากการปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงาน โดยบริษัทจะไม่ทำสัญญาหากไม่ผ่านการพรีแอพพรูฟจากสถาบันการเงิน เมื่อลูกค้าผ่านการพรีแอพพรูฟและมีการทำสัญญา ในระหว่างที่ยื่นขอสินเชื่อกับทางธนาคาร บริษัทก็จะติดตามพฤติกรรมทางด้านการเงินของลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อลดปัญหาหนี้สินที่ลูกค้าอาจไปก่อหนี้ระหว่างทาง

ล่าสุด บริษัทเปิดตัวโครง การ เจ แกรนด์ สาทร-กัลปพฤกษ์ ทาวน์โฮม 3 ชั้น มูลค่าโครงการ 575 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 4.19 ล้านบาท จำนวน 120 หน่วย โดยจะให้เป็นต้นแบบของโครงการที่มีการนำนวัตกรรมการออกแบบบ้านในลักษณะ J ID หรือ J Intelligent Design เพื่อเพิ่มมูลค่าบ้านให้ผู้บริโภคเกิดความคุ้มค่า คุ้มราคามากที่สุด

“สินค้าของ เจ.เอส.พี. มีจุดแข็งด้านต้นทุนที่ดินและทำเลที่ตั้งเป็นหลัก เมื่อมีการปรับสินค้าโดยนำแนวคิด J ID มาใช้ ทำให้รูปแบบบ้านมีความสมบูรณ์และลงตัวมากที่สุดเช่น การปรับรูปแบบบ้านให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นในขนาดบ้านที่เท่าเดิม ขณะที่คุณภาพมาตรฐานเทียบเท่าบ้านในกลุ่มบิ๊กแบรนด์ในราคาที่คุ้มค่ากว่า”

28 มิถุนายน 2017