Smart Farm Garden ฟาร์มปลูกพืชในบ้านสำหรับคนรักธรรมชาติ

Smart Farm Garden ฟาร์มปลูกพืชในบ้านสำหรับคนรักธรรมชาติ

08 มีนาคม 2019

ช่วงนี้อากาศในบ้านเราไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่เพราะฝุ่นละออง PM 2.5 ที่มีระดับสูงมากกว่าปกติ ทำให้หลายคนไม่อยากออกจากบ้านไปไหน แล้วถ้าอยากทำให้ภายในบ้านอากาศดี การปลูกต้นไม้ในบ้านก็ช่วยกรองอากาศให้มีคุณภาพดีขึ้นได้ ทั้งยังทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น แต่จะให้ปลูกต้นไม้อย่างเดียวก็คงธรรมดาเกินไปหน่อย ลองปลูกต้นไม้ที่สามารถเอามาทานได้ด้วยก็คงจะดีไม่น้อยนะครับ

ครั้งก่อน Baania แนะนำอุปกรณ์ปลูกต้นไม้ในบ้านขนาดเล็กๆกันไปแล้ว แต่สำหรับคนที่ชอบปลูกต้นไม้และทานผักผลไม้อยู่เป็นประจำอาจจะรู้สึกว่าปลูกพืชได้น้อยไป งั้นเราขอแนะนำตู้ปลูกพืชที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย แถมด้วยดีไซน์ที่ดูสวยงาม ให้คุณได้เอาไปวางตกแต่งบ้านได้เหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว ส่วนจะมีอะไรบ้างมาดูกันครับ

The Click & Grow Wall Farm ชั้นปลูกพืช 3 ระดับ

The Click & Grow Wall Farm

The Click & Grow Wall Farm ตู้ปลูกพืชแนวตั้ง โดยบริษัท Click & grow ที่ให้คุณสามารถปลูกสมุนไพร ผัก ผลไม้ และ พืชใบเขียว โดยไม่ต้องใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย แต่ใช้ดินพิเศษที่ทำจากวัสดุจากธรรมชาติ สามารถนำไปวางได้ทั้งในบ้าน ร้านอาหาร โรงเรียน ที่ทำงาน หรือร้านสะดวกซื้อต่างๆ

การใช้งานทำได้ง่ายๆ เพียงบรรจุแคปซูลลงในช่องปลูก เติมน้ำลงในถังเก็บน้ำเพียงเดือนละครั้ง และเสียบปลั๊กสำหรับไฟ LED ซึ่งปรับแสงให้เหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืชได้อัตโนมัติ ส่วนดินที่ใช้เรียกว่า Smart Soil ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทคโนโลยีของ NASA โดยดินจะช่วยปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืช ทั้งสารอาหาร อากาศ และน้ำ ช่วยรักษาค่า pH ที่เหมาะสม และมีรูพรุนที่ให้พืชสามารถหายใจได้

The Click & Grow Wall Farm

ตู้มีขนาดกว้าง 1.348 เมตร x สูง 2.021 เมตร x ลึก 0.400 เมตร หนัก 70 กิโลกรัม มีช่องบรรจุแคปซูล 51 ช่อง 3 ชั้น ชั้นละ 17 ช่อง ตัวแคปซูลพืชชุดแรกขายพร้อมกับเครื่อง สามารถสั่งแยกโดยเลือกตามชนิดของพืชที่ชอบได้ สำหรับเซ็ตที่ทางบริษัทจัดมาให้แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ Salad Kit, Herb Kit, Flower Set และ Tea Kit ที่จะประกอบไปด้วยพืชชนิดต่างๆประมาณ 54 แคปซูล ทั้งนี้ Wall Farm มีราคาเครื่องพร้อมชุดแคปซูลพืชชุดแรกอยู่ที่ 2,900$ หรือประมาณ 92,000 บาท และมี Wall Farm Mini ตู้ปลูก 2 ชั้นที่ลดขนาดลง ทำให้ราคาถูกลงมาอีกหน่อยอยู่ที่ประมาณ 1,900$ หรือประมาณ 60,000 บาท

OGarden กังหันปลูกพืชหมุนได้

OGarden

สำหรับใครที่ชอบปลูกต้นไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ลองเลือก OGarden โดยผู้ผลิต Startup ชาวแคนาดา กับตู้ปลูกผักที่ให้เราได้ลงมือปลูกพืชกันจริงๆในบ้าน ทำให้นอกจากจะได้ผักมาทานแล้วยังช่วยเพิ่มกิจกรรมในบ้านซึ่งดีต่อสุขภาพจิตด้วย และด้วยลูกเล่นและดีไซน์ของเครื่องที่หมุนได้ทำให้ดูเพลิดเพลินสายตา ทั้งยังถูกออกแบบให้ไม่มีเสียงรบกวน ไม่มีกลิ่น และไม่มีความชื้น จึงเหมาะวางไว้ภายในบ้านเป็นเหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสวยชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว

การใช้งานเริ่มต้นจากการเอาเมล็ดพืชที่ทางผู้ผลิตให้มาซึ่งมีให้เลือกมากกว่า 20 ชนิด มาปลูกไว้ในกระบะดินก่อน วางไว้ภายในตู้ด้านล่างซึ่งมีหลอดไฟที่ให้แสงสว่างต่อพืชในการเจริญเติบโต แล้วรอประมาณ 2-3 อาทิตย์ ให้ย้ายต้นอ่อนมาใส่ในดินอัดแท่งที่เมื่อละลายน้ำแล้วจะได้ก้อนดินขนาดเล็กๆพร้อมสำหรับนำต้นอ่อนมาปลูก จากนั้นก็ให้เอาต้นอ่อนที่ปักลงก้อนดินแล้ว มาปักลงช่องบนกังหันวงกลมด้านบน ตัวเครื่องจะหมุนวนช้าๆซึ่งช่วยให้พืชแข็งแรงและมีสุขภาพดีมากขึ้น ตรงกลางยังมีหลอดไฟพิเศษที่ช่วยในการเจริญเติบโตของพืชด้วย ทั้งนี้ระบบทำงานแบบอัตโนมัติทำให้ง่ายต่อการใช้งาน

OGarden

ตู้มีขนาดกว้าง 29 นิ้ว x สูง 53 นิ้ว x ลึก 15 นิ้ว ปลูกพืชได้พร้อมกัน 90 ต้น สามารถเลือกซื้อได้จากเว็บไซต์ ส่วนด้านล่างเป็นชั้นวางถาดปลูกต้นอ่อนและอุปกรณ์และดินปลูกที่ให้มาอย่างครบถ้วน เวลาที่ไม่ได้ใช้สามารถปิดตู้ซ่อนอุปกรณ์ต่างๆไว้ อีกทั้งยังสามารถเลือกลายไม้ที่ชอบได้อีกด้วย OGarden มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,463$ หรือประมาณ 46,600 บาท

The AEVA ปลูกพืชแนวตั้งกับดีไซน์แบบโมเดิร์น

The AEVA

ถ้าอยากได้ตู้ปลูกต้นไม้สวยๆมีดีไซน์ ขอแนะนำ The AEVA โดยบริษัท Justvertical ออกแบบตู้ปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ให้ออกมาในสไตล์โมเดิร์น สามารถนำไปวางไว้ในห้องเหมือนเป็นงานตกแต่งศิลปะชิ้นหนึ่ง ช่วยเพิ่มมุมน่าสนใจให้กับห้องให้ดูสดชื่นมากยิ่งขึ้น

การใช้งานก็ทำได้ง่ายๆด้วยการนำเมล็ดและถ้วยดินใส่ลงไปในช่องแนวตั้ง เปิดไฟตั้งเวลาที่ช่วยให้พืชเจริญเติบโต แล้วเติมน้ำลงในช่องด้านล่างตู้เพียงแค่สองอาทิตย์ครั้งโดยที่ไม่ต้องรดน้ำกับพืช จากนั้นก็รอให้พืชเจริญเติบโตและเก็บเกี่ยวพืชไปใช้ทำอาหารหรือใช้ทำประโยชน์อื่นๆได้เลย

The AEVA

ตู้มีขนาดกว้าง 36 นิ้ว x สูง 70 นิ้ว x ลึก 9 นิ้ว โดยออกแบบขนาดให้เล็กสำหรับใช้งานในคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดหรือเอาไว้ในบ้านทั่วไปก็ได้ ปลูกพืชได้ฝั่งละ 8 ต้น รวมทั้งหมด 16 ต้น ซึ่งก็เพียงพอสำหรับการนำไปใช้งานได้ในระดับหนึ่ง ส่วนด้านล่างเป็นตู้สำหรับเติมน้ำและเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งนี้ The AEVA มีราคา 999$ หรือประมาณ 31,800 บาท

ใครที่อยากซื้อไปลองปลูกเองที่บ้านอาจจะหนักใจกับราคาที่ค่อนข้างสูงเกินไปหน่อย ไหนจะต้องเสียค่าส่งจากต่างประเทศเข้าไปอีก แต่ถ้าพิจารณาถึงการลงทุนระยะยาวรวมไปถึงการคิดค้นผลิตภัณฑ์ทั้งคุณภาพของการใช้งานและหน้าตาการออกแบบที่ดูสวยงามมันก็อาจจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสมราคาจริงๆ อย่างไรก็ตามเกษตรกรไทยก็เคยมีการคิดค้นชั้นปลูกผักแบบไฮโดรโพนิกส์ง่ายๆ ที่ทำจากท่อประปา PVC ซึ่งมีต้นทุนไม่สูงมากนัก หรือจะมองหาวิธีทำได้ทั่วไปในอินเตอร์เน็ต ก็คงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจนะครับ

อ่านบทความ Tech & Trends ได้ที่นี่

ที่มาบทความและรูปภาพ:
https://www.justvertical.com
https://asia.clickandgrow.com
https://www.yankodesign.com
https://www.visualatelier8.com
https://www.youtube.com/watch?v=AfVvc5OYN3w
https://www.youtube.com/watch?v=I7L2uJjNusE

21 พฤษภาคม 2019