ณุศาศิริ เปิดตัว NUSA CHIVANI พัทยา เขาใหญ่

ณุศาศิริ เปิดตัว NUSA CHIVANI พัทยา เขาใหญ่

13 มกราคม 2017

ณุศาศิริ เปิดตัว NUSA CHIVANI (นุสา ชีวานี) พัทยา เขาใหญ่ เจาะกลุ่มลูกค้าที่ใส่ใจในสุขภาพทั้งชาวไทยและต่างชาติ โชว์ยอดจองเฟสแรกกว่า 70 % 
 
นางศิริญา เทพเจริญ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ "NUSA CHIVANI" พัทยาและเขาใหญ่ โครงการบ้านสุขภาพ สไตล์ทัสคานี ที่เน้นจุดเด่นเป็นบ้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยทุกเพศทุกวัย ซึ่งโดดเด่นและครบวงจรที่สุดในภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าสัดส่วนลูกค้าจะเป็นกลุ่มคนไทย 70 % และคนต่างชาติ 30% 
 
ซึ่ง NUSA CHIVANI พัทยา มีมูลค่าโครงการรวม 3 พัน 9 ร้อยล้านบาท แบ่งเป็น 2เฟส มีแบบบ้าน  4 แบบ มีทั้งหมด 84 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 8 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 160ไร่ โดยมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น สวนน้ำระดับโลก และศูนย์สุขภาพ
 
ขณะที่ NUSA CHIVANI เขาใหญ่ มีมูลค่าโครงการรวมกว่า 6 พันล้านบาท แบ่งเป็น 7 โซน มีแบบบ้าน 7 แบบสำหรับเฟสแรก ทั้งหมด 105 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 12 ล้านบาท โดยโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ธรรมชาติแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก จำนวน 1พัน 2 ร้อย ไร่ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สปอร์ตคลับ , สนามกอล์ฟ , สถาบันสุขภาพ ซึ่งมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 400 ล้านบาท  ขณะนี้มียอดจองแล้ว 70 % และตั้งเป้ายอดขายโดยรวมของทั้ง 2 โครงการที่กว่า 1 พันล้านบาท
 
ทั้งนี้ความคืบหน้าของโครงการ ปัจจุบันบ้านตัวอย่างและสำนักงานขายก่อสร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการในเฟสแรก โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณ ต้นปี 2557
 
ส่วนยอดขายของณุศาศิริในปีนี้ คาดว่าจะมียอดรับรู้รายได้กว่า 2 พันล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการทยอยรับรู้งานยอดขายรอโอน หรือ backlog ที่ขณะนี้มีอยู่ 2 พัน 4 ร้อยล้านบาท รวมทั้งเตรียมจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ขนาดประมาณ 1 พันล้านบาท ภายในไตรมาส 4ของปีนี้ และคาดว่าจะสามารถจัดตั้งได้ภายในปีนี้หรืออย่างช้าในช่วงต้นปี 2557 และคาดว่าบริษัทจะเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง ซึ่งอยู่ในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงต้นปี 2557
 
นอกจากนี้นางศิริญา กล่าวถึงภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในประเทศปัจจุบันโดยมองว่า แม้เศรษฐกิจในประเทศจะมีความผันผวนเนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก แต่เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในระดับที่น่าลงทุน เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาปริมาณมากในแต่ละปี รวมถึงมี ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวที่งดงาม และมีที่ดินที่ราคาต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก
 
ที่มา : news.voicetv

06 กุมภาพันธ์ 2017